กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1

ทัณฑ์อสูรในร่างคน

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นหินผาจนเกิดเสียงดังกังวาน ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายในสุสานร้าง “พวกสุนัขรับใช้แห่งสำนักกระบี่เมฆาผัน... พวกท่านไล่ล่าข้ามาสามวันสามคืน ข้ามผ่านภูผาเก้าพันยอด เพียงเพื่อต้องการกระดูกมังกรชิ้นนี้รึ?” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากและเปื้อนคราบเลือดของ **เฟิ่งอู่เฉิน** ชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่บนชะง่อนผาสูงชันเบื้องหน้าเหวลึกหมื่นวา อาภรณ์สีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้ขาดวิ่น ย้อมด้วยโลหิตทั้งของศัตรูและของตนเองจนกลายเป็นสีแดงฉาน ทว่าแววตาดุดั่งพญาเหยี่ยวกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความทะนงองอาจดั่งภูผาที่ไม่เคยสยบต่อฟ้าดิน รอบกายเขายามนี้ถูกล้อมไว้ด้วยยอดฝีมือกว่าร้อยชีวิตจากสํานักธรรมะชั้นนำ ทั้งหมดต่างถือกระบี่เรืองแสงปราณกระบี่เย็นเยียบสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด ปรมาจารย์ผู้ชราภาพผู้หนึ่งซึ่งสวมชุดคลุมลายเมฆา 12 ชั้น ก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าของมันเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี สายตากวาดมองเฟิ่งอู่เฉินราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง “เฟิ่งอู่เฉิน! แกฝึกฝนวิชามารนอกรีต สังหารศิษย์ร่วมสำนัก และบังอาจขโมยผลึกวิญญาณบรรพกาล ความผิดนี้ต่อให้ตายสิบรอบก็ยังน้อยไป หากแกยอมจำนนแต่โดยดี คุกเข่าสำนึกผิดใต้เงากระบี่สวรรค์ ข้าจะเมตตาให้แกตายอย่างสงบ... มิฉะนั้น อย่าหาว่าพวกเราไร้ความปรานี!” เฟิ่งอู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายประกายสีแดงชาดวาบขึ้นวับหนึ่ง ราวกับมีเปลวเพลิงอสูรบรรพกาลลุกโชนอยู่ภายในดวงตานั้น *‘ฮ่าๆๆๆ เจ้าพวกหน้าเนื้อใจเสือ สำนักธรรมะบ้าบออะไรกัน ดีแต่ใช้คำว่าคุณธรรมมาบังหน้าเพื่อแย่งชิงสมบัติสวรรค์ อู่เฉิน... เจ้าเด็กโง่ ปล่อยให้ข้าออกโรงดีกว่าไหม? ข้าจะเผาพวกมันให้กลายเป็นจุลภายในพริบตาเดียว!’* เสียงทุ้มต่ำ กวนประสาท และเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งดังขึ้นในห้วงความคิดของเขา มันคือเสียงของ **อสูรเพลิงผลาญนภา** สัตว์อสูรบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในร่างของเขาตั้งแต่วัยเยาว์ เฟิ่งอู่เฉินปัดความคิดนั้นตกไปอย่างรวดเร็ว เขายังไม่ต้องพึ่งพากำลังของมันในยามนี้ เพราะกระบี่ในมือขวาของเขายังคงร่ำร้องหาเลือดเนื้อของพวกหน้าไหว้หลังหลอกเหล่านี้ “ความเมตตาจากพวกสุนัขอย่างพวกท่าน ข้าขอรับไว้ไม่ไหวหรอก” เฟิ่งอู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนแก้วหูของผู้อ่อนยุทธ์รอบด้านถึงกับสั่นสะเทือน “สำนักกระบี่เมฆาผัน สํานักคุณธรรมอันดับหนึ่งในใต้หล้า... ฮึ่ม วันที่พวกมันพรากนางไปจากอ้อมแขนข้า พวกท่านเคยมีความเมตตากับข้าบ้างไหม!” สิ้นคำพูด ประกายจิตสังหารอันรุนแรงก็ทะลักทะลายออกจากร่างของเฟิ่งอู่เฉินราวกับเขื่อนแตก! ปราณกระบี่วิปลาสพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆหมอกสีดำทะมึนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกไปรอบรัศมีสิบลี้ จนต้นไม้ใบหญ้าต่างเหี่ยวเฉาลงในพริบตา “ฆ่ามัน! อย่าให้มันใช้เคล็ดวิชาเด็ดขาด!” ปรมาจารย์ชราตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตจากชายหนุ่มผู้บาดเจ็บตรงหน้า สิ้นเสียงคำราม เงากระบี่นับพันสายพุ่งเข้าหาเฟิ่งอู่เฉินดั่งห่าฝน ท้องฟ้าสั่นสะเทือน เลือดและเนื้อปะปนกับประกายไฟปราณกระบี่ที่ระเบิดออกอย่างตระการตาและดุเดือดเลือดพล่าน! ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่เล่มแรกกำลังจะพุ่งทะลวงผ่านหัวใจของเฟิ่งอู่เฉิน มิติเบื้องบนก็พลันแตกออกเป็นรอยแยกสีเงินยวง! *หวืออออ—!* คลื่นความเย็นยะเยือกที่หนาวเหน็บถึงกระดูกดำแผ่ซ่านลงมาจากฟากฟ้า ราวกับฤดูหนาวของหมื่นปีถูกบีบอัดให้เหลือเพียงลมหายใจเดียว แสงสีขาวบริสุทธิ์สาดส่องลงมาจนกลบรัศมีสีแดงฉานของเลือดและเปลวเพลิงจนหมดสิ้น สรรพสิ่งในอาณาบริเวณนั้นราวกับถูกหยุดเวลา สายลมหยุดพัด ใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นค้างกลางอากาศ เหล่ายอดฝีมือแห่งสำนักกระบี่เมฆาผันนับร้อยชีวิตต่างแข็งค้าง ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ราวกับถูกโซ่ตรวนแห่งกฎสวรรค์พันธนาการไว้! จากรอยแยกมิติเบื้องบนนั้น ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกเหมันต์ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ นางมิได้เร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวที่วางลงบนความว่างเปล่า กลับทำให้มิติรอบข้างสั่นไหวราวกับระลอกคลื่นบนผิวน้ำ ใบหน้าของนางงดงามล่มเมืองราวกับภาพวาดจากเซียนสวรรค์ คิ้วดั่งคันศร ดวงตาดั่งหยกคริสตัลใสสะอาด ทว่า... มันกลับไร้ซึ่งประกายแห่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และสูงส่งเกินกว่าที่มนุษย์ปุถุชนจะอาจเอื้อมถึง นางคือ **หลินซูเยว่** เซียนสาวผู้คุมกฎแห่งยอดเขาหิมะหมื่นปี ผู้ที่ฝึกฝน "วิชาหัวใจไร้รัก" จนจิตวิญญาณบริสุทธิ์ไร้กิเลส และเป็นสตรีที่ผู้คนในยุทธภพต่างหวาดผวาเมื่อได้ยินนาม เฟิ่งอู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง ลมหายใจของเขาชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชาต่อความตายมาเนิ่นนานกลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่เชื่อฟังคำสั่ง หลินซูเยว่กวาดสายตาคู่นั้นมองเขาเพียงแวบเดียว ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบดั่งกลีบกุหลาบน้ำแข็งจะขยับเอ่ยคำพูดที่เยือกเย็นยิ่งกว่าสายลมเหมันต์ “เฟิ่งอู่เฉิน... เจ้าขัดขวางกฎแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โทษทัณฑ์ของเจ้าในวันนี้ คือการถูกจองจำไว้ ณ หุบเขาอเวจีชั่วนิรันดร์... จงส่งกระบี่ในมือของเจ้ามาเสียดีๆ” นางยกมือเรียวงามดั่งหยกขาวขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวชี้ตรงมายังเขา พร้อมกับค่ายกลอักขระเซียนสีทองนับหมื่นตัวที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปิดตายทุกเส้นทางหนีของเขาอย่างไร้ทางรอด ทว่า ในวินาทีนั้นเอง แทนที่เฟิ่งอู่เฉินจะหวาดกลัว เขากกลับแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน ความดื้อรั้น และประกายตาร้ายกาจที่ทำให้นางเซียนผู้ไร้ใจถึงกับคิ้วขมวดมุ่นเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี “หุบเขาอเวจีงั้นหรือ?” เฟิ่งอู่เฉินหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบา มือขวาที่กำด้ามกระบี่วิปลาสแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ซูเยว่... ต่อให้เจ้าใช้กฎสวรรค์มาพันธนาการข้า หรือใช้โซ่ตรวนน้ำแข็งผนึกวิญญาณข้าไว้... แต่เจ้าก็รู้ดีที่สุดว่า... **หัวใจดวงนี้ของข้า ไม่มีวันสยบให้แก่ความเย็นชาของเจ้าได้ตลอดไปหรอก!**” สิ้นคำพูดของเขา รอยยิ้มท้าทายก็ฉายชัดบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่แสงกระบี่สีดำสนิทจะระเบิดออกเผาผลาญอักขระเซียนสีทองจนแหลกสลายเป็นผุยผง! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงนรกสวรรค์ไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%