“เงาหัวใจที่เจ้าพยายามฝังกลบ... ต่อให้เอาดินถมทับสักพันจั้น มันก็ยังส่งกลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมาอยู่ดีนะ หลินซูเยว่”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณอันเย็นเยียบดังก้องกังวาน ทำลายความเงียบงันของหุบเขาอัสดงลงอย่างสิ้นเชิง
ภายใต้ท้องนภาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีโลหิต เมฆหมอกม้วนตัวกรรโชกราวกับคลื่นทะเลคลั่ง ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในอาภรณ์สีเทากลืนไปกับความมืดกำลังยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดผาสูงชัน ดวงตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น ชัดเจนเสียจนสรรพชีวิตในรัศมีร้อยลี้ต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
บุคคลที่สามผู้นี้... หาใช่ศัตรูธรรมดาในยุทธภพไม่ แต่คืออดีตที่หลินซูเยว่จงใจลบเลือนด้วยคมกระบี่และกาลเวลา
เฟิ่งอู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำหนักของกระบี่วิปลาสในมือขวาเพิ่มขึ้นราวกับรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งเป้ามายังสตรีเบื้องหลังเขา หลุมดำแห่งอดีตที่นางซ่อนเร้นไว้ บัดนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาท่ามกลางลมหายใจที่กระชั้นชิดของพวกเขาแล้ว
“ถอยไป... อู่เฉิน”
เสียงของหลินซูเยว่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปี แต่หากเงี่ยหูฟังให้ดี จะสัมผัสได้ถึงความสั่นเท่วูบหนึ่งในน้ำเสียงนั้น นางเซียนผู้ไร้ใจผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อความเป็นความตายของโลกหล้า บัดนี้ปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
“ถอยหรือ?” เฟิ่งอู่เฉินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาทรงพลังและเย้ยหยันฟ้าดิน “ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เจ้าเห็นข้า ‘เฟิ่งอู่เฉิน’ เป็นบุรุษที่ต้องให้สตรีมาปกป้องด้านหน้า? อีกอย่าง... สุนัขรับใช้ที่เห่าหอนอยู่ตรงหน้า ไม่คู่ควรให้เปิ่นจวิน (ข้าพเจ้า) ต้องขยับตัวด้วยซ้ำ... จริงไหม เจ้าอสูรเพลิง?”
*“ฮ่าๆๆ! ถูกต้องที่สุดแล้วไอ้หนู! เจ้าสวะหน้าหนอนนี่มีกลิ่นอายเหมือนซากศพเน่าที่ข้าเคยเผาเล่นเมื่อสามพันปีก่อนไม่มีผิด! ให้ข้ากลืนกินวิญญาณมันดีไหม หรือจะปล่อยให้เจ้าเอาไม้จิ้มฟันเล่มนั้นแทงมันเล่นดีเล่า?”*
เสียงคำรามก้องในห้วงจิตวิญญาณจากอสูรเพลิงบรรพกาลดังขึ้น พร้อมกับเปลวเพลิงสีชาดที่วาวโรจน์อยู่ในนัยน์ตาของเฟิ่งอู่เฉิน สะท้อนความดุร้ายของสัตว์อสูรที่หลับใหล
“ฮ่าๆๆๆ หลินซูเยว่! เจ้าถึงกับลดตัวไปคบหากับเศษสวะวิปลาสผู้มีมารอสูรอยู่ในร่างเชียวหรือ? น่าสมเพชเวทนานัก! วิถีแห่งเซียนที่เจ้าบำเพ็ญมานับร้อยปี ยอมแปดเปื้อนเพราะมลทินของเดรัจฉานตัวนี้แล้วหรือไร!”
บุรุษชุดเทาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของมันแตกร้าวเป็นใยแมงมุม พลังปราณขอบเขตราชันย์เทพพรั่งพรูออกมา กดดันจนมวลอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว รัศมีดาบไร้ลักษณ์แผ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของมัน สะบัดตัดผ่านยอดไม้และก้อนหินจนแหลกละเอียดในพริบตา
นี่คือพลังของยอดฝีมือผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งมนุษย์!
“วาจารົกสุนัข… สมควรตาย!”
หลินซูเยว่ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ร่างบางวับหายไปจากจุดเดิมในพริบตา กระบี่น้ำแข็งในมือปรากฏขึ้นพร้อมกับเกล็ดหิมะหมื่นลี้ที่แผ่พุ่งออกมาราวกับพายุวิปลาส นางพุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับเงาอดีตนั้นทันทีโดยไม่ลังเล ความเร็วของนางรวดเร็วจนทิ้งภาพติดตาไว้กลางอากาศ คมกระบี่กรีดผ่านฟ้าดินด้วยรัศมีเย็นเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งวิญญาณของผู้คน
*ฉับ!*
ประกายไฟจากการปะทะกันระหว่างกระบี่น้ำแข็งและปราณดาบไร้ลักษณ์สว่างวาบดั่งสายฟ้าฟาด เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา แรงกดดันจากการปะทะทำให้พื้นดินยุบตัวลงเป็นวงกว้างหลายสิบเมตร เศษหินและฝุ่นผงถูกซัดกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นม่านหมอกทึบ
ทั้งสองร่างแยกออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ
หลินซูเยว่ถอยร่นไปด้านหลังสามก้าว ลมหายใจของนางติดขัดเล็กน้อย มุมปากมีคราบโลหิตสีชาดไหลรินลงมาหยดหนึ่ง แม้นางจะบรรลุวิถีเซียนไร้ใจ แต่บาดแผลในอดีตและพิษปราณของคู่ต่อสู้กลับกระตุ้นอาการธาตุไฟเข้าแทรกอย่างรุนแรง
“ซูเยว่!”
เฟิ่งอู่เฉินพุ่งเข้ามาประคองร่างของนางไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ไอความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านอาภรณ์เข้าไปในร่างของนาง ช่วยระงับความหนาวเหน็บจากพิษปราณที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรของนางได้อย่างฉับพลัน
“ข้า... ไม่เป็นไร” นางพยายามฝืนกล่าว สายตาจับจ้องไปที่เบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
“เจ้าพักก่อนเถอะ” เฟิ่งอู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับนาง ทว่าเมื่อเขากวาดสายตากลับไปยังบุรุษชุดเทานั้น แววตากลับแปรเปลี่ยนเป็นความดุร้ายเหี้ยมเกรียมดั่งพญายม “หนี้ที่มันบังaอาจทำให้เจ้ารั่วไหลแม้แต่หยดเลือดเดียววันนี้... เปิ่นจวินจะเป็นผู้ทวงคืนมันเองเป็นร้อยเท่า!”
“อวดดีนัก! เจ้าคิดว่าวิชากระบี่วิปลาสของเจ้าจะปกป้องนางได้ตลอดรอดฝั่งงั้นรึ? วันนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าทั้งคู่ลงนรกไปพร้อมกัน!”
บุรุษชุดเทายกมือขึ้นระดับอก พลังปราณสีเทาหมุนวนรวมกันเป็นรูปกะโหลกมหึมากลางอากาศ อักษรโบราณนับพันตัวลอยวนรอบกายของมัน แผ่กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นถึงขีดสุด มันกำลังรวบรวมเคล็ดวิชาต้องห้ามเพื่อปิดฉากการต่อสู้ในกระบวนท่าเดียว!
เฟิ่งอู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในห้วงจิตวิญญาณ เสียงคำรามของอสูรเพลิงประสานเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึกสะท้อนก้อง เฟิ่งอู่เฉินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือจับด้ามกระบี่วิปลาสแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณเพลิงโลหิตและพลังกระบี่อันแข็งกร้าวหลอมรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นประกายแสงสีทองแดงเจิดจ้า แผ่รัศมีข่มขวัญสวรรค์และปฐพี
นี่คือการเผชิญหน้ากันครั้งแรก... แต่ความตายยังไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวนี้
ทว่า ในวินาทีที่กระบี่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าปะทะกันเพื่อตัดสินแพ้ชนะ ทันใดนั้นเอง ท้องนฟ้าที่มืดครึ้มด้วยเมฆหมอกโลหิตก็เกิดรอยแยกขนาดใหญ่ขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง!
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ผ่าลงมาจากใจกลางรอยแยกนั้นอย่างไร้สัญญาณเตือน มันพุ่งตรงลงมาปักหลักอยู่กั้นกลางระหว่างคนทั้งสาม แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้มิติรอบด้านบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องราวกับกระจกแตก
เมื่อแสงสีทองจางลง บุคคลลึกลับผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นบนสายฟ้าเส้นนั้น
ร่างนั้นสวมชุดเกราะทองคำโบราณ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากโลหะรูปเทวะผู้ไร้ความรู้สึก ทว่าสิ่งที่ทำให้เฟิ่งอู่เฉินและหลินซูเยว่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ คือกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น...
มันไม่ใช่กลิ่นอายของมนุษย์ หรือแม้แต่พลังของเซียนในยุทธภพนี้!
แต่มันคือพลังของ ‘ผู้ลงทัณฑ์แห่งแดนเทพ’ ผู้ซึ่งเคยทำลายล้างสำนักและคนที่เฟิ่งอู่เฉินรักที่สุดเมื่อร้อยปีก่อน!
“พบตัวแล้ว... ผู้ฝืนลิขิตฟ้า”
เสียงก้องกังวานราดรดลงมาจากเบื้องบน ราวกับประกาศิตจากสวรรค์ที่ไม่อาจขัดขืน และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว หน้ากากเทวะนั้นก็หันมามองที่หลินซูเยว่ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบถึงกระดูกดำ
“รวมถึงเจ้า... ผู้ทรยศต่อกฎแห่งสวรรค์... วันนี้จะต้องถูกชำระล้างให้สิ้นซาก!”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่และสายธารแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันครับ
— ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 3
ปะทะคมกระบี่ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!