โลหิตระดูสวรรค์หลั่งรินย้อมผืนปฐพีจนกลายเป็นสีชาด กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านกดทับจนสรรพชีวิตในรัศมีร้อยลี้ต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
"อึดอัดเป็นบ้า... เจ้าอสูรสารเลวพวกนี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย มากวนเวลานอนของท่านปู่ได้"
เสียงสบถแหบพร่าดังขึ้นจากห้วงจิตสำนึกของเฟิ่งอู่เฉิน ทว่าใบหน้าคมคายของบุรุษหนุ่มกลับปรากฏเพียงรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของจันทร์เพ็ญสีแดงฉานราวกับหยดเลือด ปราณกระบี่วิปลาสในร่างหมุนวนราวกับพายุคลั่ง แผ่ไอสังหารพวยพุ่งทะลวงเมฆาจนรัตติกาลแตกเป็นเสี่ยงๆ
เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือมหาวิหารโบราณแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ ศิลาจารึกอักษรเซียนนับหมื่นปีบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยไอปีศาจหนาทึบ เงาร่างมหึมานับร้อยกำลังพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติ เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนถึงรากเหง้าแห่งขุนเขา สัตว์อสูรโบราณ ‘พยัคฆ์อัคคีทมิฬ’ และ ‘ราชันย์งูเก้าเศียร’ กรีดกรายกรงเล็บและเขี้ยวพิษหมายกลืนกินทุกสิ่ง
"ระวังตัวด้วย"
น้ำเสียงเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น หลินซูเยว่ก้าวออกมายืนเคียงข้าง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศนรกโลกันต์เบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง นางไม่แม้แต่จะชายตามองฝูงอสูรตรงหน้า ปลายกระบี่เซียนในมือเปล่งประกายแสงสีครามบริสุทธิ์ กฎเกณฑ์แห่งความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดฝนกลางอากาศแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้น
"ฮ่าๆๆ แม่นางหลิน เป็นห่วงข้าหรือ? เช่นนั้นคืนนี้หากรอดไปได้ ข้าคงต้องยอมให้ท่านเลี้ยงสุราหมื่นบุปผาสสักจอกแล้วล่ะมั้งครับ" เฟิ่งอู่เฉินหัวอกในลำคอ แววตาคมกริบกวาดมองข้าศึกพร้อมกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น
"รอดให้ได้เสียก่อนเถอะ ปากดีนัก" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น กลับซ่อนความอบอุ่นที่หลอมละลายน้ำแข็งในใจนางไว้จนหมดสิ้น
*โฮกกกก—!*
ราชันย์งูเก้าเศียรคำรามลั่น พิษสีม่วงเข้มพ่นออกมาเป็นสายธารกรดละลายศิลาศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นจุลในพริบตา แรงกดดันระดับบรรพกาลถาโถมใส่ทั้งคู่ราวกับภูเขาถล่มทับ
"แยกย้ายซ้ายขวา!"
เฟิ่งอู่เฉินคำรามก้อง ร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าสีชาดพุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับพยัคฆ์อัคคีทมิฬ วิชากระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงอสูรบรรพกาล กระบี่ในมือไม่ใช่เพียงอาวุธ แต่มันคือตัวตน คือเจตจำนงที่ปฏิเสธทั้งฟ้าและดิน ปลายกระบี่ตวัดกรีดอากาศ เกิดเป็นเสียงกรีดร้องของห้วงมิติที่ฉีกขาด
ฉับพลัน! เลือดอสูรพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุร้อน กรงเล็บมหึมาของพยัคฆ์อัคคีถูกตัดขาดสะบั้นในกระบี่เดียว ความดุร้ายป่าเถื่อนปะทะเข้ากับความเด็ดเดี่ยวของจอมยุทธ์ผู้ไร้พันธนาการ
ในขณะเดียวกัน หลินซูเยว่เคลื่อนไหวราวนางพญาหิมะ ร่างระหงลอยคว้างกลางอากาศ มือเรียววาดลวดลายกลางห้วงนับร้อยวิถี ค่ายกลกระบี่เซียนเก้าชั้นฟ้าปรากฏขึ้นเหนือหัว ฝนกระบี่น้ำแข็งนับหมื่นเล่มพรั่งพรูลงมาดั่งห่าฝน ปักตรึงร่างของราชันย์งูเก้าเศียรทั้งเก้าหัวให้ติดตรึงกับพื้นดินโดยไม่1อาจขยับเขยื้อน
"ยอดเยี่ยม! สมเป็นคู่บำเพ็ญของข้า!" เฟิ่งอู่เฉินหัวเราะร่าอย่างชอบใจ ขณะที่หมุนตัวหลบเปลวเพลิงที่พ่นสวนกลับมาอย่างเฉียดฉิว
ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับค้างเติ่งในเสี้ยววินาทีต่อมา
พื้นดินเบื้องล่างที่ควรจะสงบกลับสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเก่า รอยแยกมิติสีดำสนิทขยายตัวออกอย่างไร้ที่สิ้นสุด แรงกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนยังต้องกระอักเลือดแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิด
สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่... กำลังลืมตาตื่นขึ้น
ดวงตาสสีทองอร่ามคู่มหึมาคู่หนึ่งค่อยๆ เปิดขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัวของเฟิ่งอู่เฉินและหลินซูเยว่พร้อมกัน ราวกับเสียงก้องจากขุมนรกที่ลึกที่สุด
*“พวกเจ้า... บังAอาจรบกวนการหลับใหลของข้า...”*
ร่างของสัตว์อสูรบรรพกาลอีกตัวที่แท้จริงแล้วเป็นผู้ควบคุมฝูงอสูรทั้งหมดก้าวเท้าเหยียบย่างออกมาจากรอยแยกมิติ และเงาร่างนั้น... กลับทำให้หัวใจของเฟิ่งอู่เฉินหยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะมันคือใบหน้าของผู้ที่ควรจะสูญหายไปในโศกนาฏกรรมเมื่อร้อยปีก่อน
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและร่วมเป็นพยานในค่ำคืนอันนองเลือดนี้ ขอให้ทุกท่านจงรักษากระบี่ในมือให้มั่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 7
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์โลหิต
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!