"คำสั่งสวรรค์… ช่างกล้าเอ่ยอ้างถึงมันนักนะ"
เสียงหัวسเราะแหบพร่าดังขึ้นในห้วงจิตสำนึกของเฟิ่งอู่เฉิน ราวกับเสียงของสัตว์อสูรบรรพกาลที่กำลังเคี้ยว "กระดูก" ของกฎเกณฑ์สวรรค์เล่นอย่างสนุกสนาน ขณะที่เจ้าตัวกำลังใช้นิ้วเรียวยาวดีดคมกระบี่วิปลาสในมือจนเกิดเสียงกังวานใสราดรดความเงียบงันของป่าท้อพันปี
เฟิ่งอู่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองแผ่นป้ายหยกสีชาดที่สั่นระริกอยู่กลางอากาศ มันคือ "อาณัติโลหิตสวรรค์" ป้ายคำสั่งเด็ดหัวผู้ฝืนลิขิตที่สลักชื่อของเขาด้วยอักษรสีทองอร่าม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาในยามนี้ มิใช่ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาตามกฎแห่งเต๋า หากแต่เป็นเงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ต้นท้อ ปลายกระโปรงยาวลากพื้นราวกับไม่แปดเปื้อนธุลีใดในโลกหล้า
หลินซูเยว่... เซียนสาวผู้คุมกฎแห่งยอดเขาหิมะหมื่นปี
นางในยามนี้มิได้ถือกระบี่น้ำแข็งคู่ใจ แต่มือเรียองามทั้งสองข้างกลับประสานไว้เบื้องหน้า แขนเสื้อกว้างสะบัดตามสายลมวสันต์ ทว่าไอร้อนระอุจากจิตสังหารรอบตัวนางกลับทำให้กลีบดอกท้อที่ร่วงหล่นแหลกสลายกลายเป็นผุยผงก่อนจะทันแตะต้องพื้นดิน
ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ราวกับห้วงน้ำแข็งพันปีที่ไม่เคยสะท้อนภาพของสิ่งใด และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของคนผู้หนึ่งเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด
"เจ้ามาเพื่อสิ่งนี้สินะ... ซูเยว่" เฟิ่งอู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากซึ่งสะท้อนความเย่อหยิ่งของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยจำนนต่อฟ้าดิน
"อาณัติสวรรค์ประกาศิตแล้ว เฟิ่งอู่เฉิน"
น้ำเสียงของหลินซูเยว่ใสกระจ่างดั่งระฆังแก้ว แต่มันไร้ซึ่งอุณหภูมิใดๆ สิ้นเชิง นางก้าวเท้าออกมาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่สัมผัสพื้น พื้นดินเบื้องล่างกลับปรากฏผลึกน้ำแข็งสีครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง วิชาเซียนศักดิ์สิทธิ์ที่ผนึกหัวใจของนางเอาไว้ ทำให้ในยามนี้ นางเปรียบเสมือนหุ่นเชิดแห่งสวรรค์ผู้ไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก และไร้ความเมตตา
"หากข้าไม่ไป ข้าก็คือผู้ทรยศต่อแดนเซียน หากข้าลงมือ... คนที่ต้องดับสูญก็คือเจ้า"
"ฮ่าๆๆๆ ดี! ช่างเป็นคำตอบที่สมกับเป็นเซียนผู้สูงส่งแห่งยอดเขาหิมะหมื่นปีเสียจริง!" เสียงหัวเราะของเฟิ่งอู่เฉินดังสะท้อนก้องป่าท้อ กระบี่วิปลาสในมือสั่นระริก ปราณกระบี่สีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆจนเผยให้เห็นดวงจันทร์สีเลือดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ในห้วงจิตวิญญาณของเขา เสียงคำรามของอสูรเพลิงบรรพกาลดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง *‘ไอ้มนุษย์โง่ นางกำลังใช้ชีวิตของนางเดิมพันเพื่อปกป้องเจ้าจากเบื้องบนต่างหาก! เจ้ามองไม่ออกหรือไงว่าดวงตาคู่นั้นมันกำลังร่ำไห้เป็นสายเลือดอยู่ข้างใน!’*
เฟิ่งอู่เฉินย่อมรู้ดี... เขารู้ดีกว่าใครทั้งหมดว่าภายใต้ใบหน้าที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งแผ่นนั้น หลินซูเยว่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงใดในการฝืนกฎสวรรค์มาจนถึงจุดนี้
"ถ้าเช่นนั้นก็ลองดูเถอะ" เฟิ่งอู่เฉินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังปราณรอบตัวระเบิดออกราวกับภูเขาไฟใต้ทะเลทราย รัศมีกระบี่วิปลาสแผ่ขยายปกคลุมรัศมีร้อยลี้ ความกดดันระดับนี้เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมลมปราณกระอักเลือดตายได้ในพริบตา "แสดงให้ข้าเห็นสิว่า วิชาเซียนศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้หัวใจของเจ้า จะสามารถสังหารคนทรยศเช่นข้าได้จริงหรือไม่!"
สิ้นคำพูด ร่างของหลินซูเยว่ก็หายวับไปจากจุดเดิม!
*เปรี้ยง!*
ประกายแสงสีครามและสีดำปะทะกันกลางอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกสะเทือนเลื่อนลั่น แผ่นดินสั่นไหวราวกับจะฉีกขาด กลีบดอกท้อพันปีนับล้านถูกบดขยี้จนกลายเป็นพายุหมุนสีขาวและดำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง หลินซูเยว่เคลื่อนไหวราวนางฟ้าผู้ร่ายรำบนสรวงสวรรค์ ฝ่ามือเรียวดุจหยกสลักซัดเข้าใส่จุดตายของเฟิ่งอู่เฉินอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยกฎแห่งเต๋าที่สามารถแช่แข็งวิญญาณได้ทั้งดวง
แต่เฟิ่งอู่เฉินกลับมิได้ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว กระบี่วิปลาสในมือวาดออกเป็นวงโคจรประหลาด สะบั้นสายสัมพันธ์แห่งฟ้าดินที่ถูกชักใยอยู่เบื้องหลัง
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟจากการปะทะสาดกระเซ็นดั่งดวงดาวตกแต่งแต้มความมืดมิดของราตรี ทั้งสองต่อสู้กันด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาของมนุษย์สามัญจะรับไหว ร่างเงาสองสายพัวพันกันไปมาระหว่างพื้นดินและนภากาศ ราวกับมังกรเพลิงและหงส์น้ำแข็งกำลังฟาดฟันกันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์แห่งจักรวาล
ในจังหวะที่กระบี่วิปลาสเฉียดผ่านลำคอขาวผ่องของหลินซูเยว่ไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นก็ไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง... ภาพอดีตอันเลือนรางซ้อนทับเข้ามา ภาพที่พวกเขายังคงเคียงบ่าเคียงไหล่ท่องยุทธภพ ภาพที่รอยยิ้มของนางเคยงดงามยิ่งกว่าดอกท้อทั้งปวง
ทว่า เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความลังเลนั้น อาณัติโลหิตสวรรค์กลางอากาศก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้น!
*อึก!*
หลินซูเยว่พ่นโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต ร่างของนางสะท้านเฮือกเมื่อพลังสะท้อนกลับจากวิชาเซียนศักดิ์สิทธิ์เข้าโจมตีหัวใจที่ถูกผนึกไว้ ดวงตาที่เคยไร้ความรู้สึกกลับฉายแววเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส นางกำลังจะร่วงหล่นลงมาจากท้องนภา
เฟิ่งอู่เฉินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณดิบของยอดฝีมือถูกละทิ้งในเสี้ยววินาทีนั้น เขาทิ้งกระบี่ในมือ พุ่งทะยานเข้าไปคว้าเอวบางของนางไว้แน่นอย่างไม่คิดชีวิต อ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าโอบกอดร่างที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งนั้นแนบอก
"เจ้าคนโง่..." หลินซูเยว่กระซิบเสียงแผ่วเบา หยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาสีดำสนิทกระทบลงบนหลังมือของเขา มันมิใช่น้ำตาธรรมดา แต่เป็นผลึกน้ำแข็งที่เกิดจากพลังเซียนที่แตกสลาย "ข้า... บอกให้เจ้าหนีไปอย่างไรเล่า..."
"หนีหรือ? ข้าผู้เป็นเจ้าแห่งกระบี่วิปลาส ไม่เคยมีคำว่าหนีอยู่ในพจนานุกรม!" เฟิ่งอู่เฉินหัวเราะทั้งน้ำตา ดวงตาสะท้อนประกายความดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน "หากสวรรค์ต้องการพรากเจ้าไปจากข้า มันก็ต้องก้าวข้ามศพของข้าไปเสียก่อน!"
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะถ่าย
ทอดพลังปราณเพื่อช่วยพยุงอาการบาดเจ็บให้นางนั้นเอง ท้องนภาก็พลันมืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำรามก้องคำรวบราวกับเสียงพิโรธของทวยเทพ
แรงกดดันระดับที่ทำให้สรรพชีวิตต้องสั่นสะท้านแผ่ลงมาจากเบื้องบน และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว เงาร่างสีทองอร่ามร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ พร้อมกับเสียงประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ
"บังحญ! ฝืนลิขิตสวรรค์ มีโทษเพียงสถานเดียว... คือความตาย!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและร่วมเป็นพยานในโศกนาฏกรรมแห่งรักนี้ ขอให้ทุกท่านจงรักษากระบี่ในมือให้มั่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 5
คำสั่งเพิกถอนสวรรค์
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นสวรรค์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!