ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของศัลยแพทย์มือหนึ่งระดับโลกถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความตื่นตระหนกของพี่เลี้ยงสาว
ดวงตากลมโตคู่ใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยกะพริบปริบๆ มองผู้ชายตัวโตในชุดกราฟิกสีขาวที่กำลังยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้อยู่กับที่ ร่างสูงใหญ่ของนายแพทย์อคินสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอเมื่อทอดสายตามองเด็กชายผู้มีโครงหน้า ดวงตา และแม้กระทั่งจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยนราวกับส่องกระจกเงา
"คุณ... คุณอาคะ น้องวินน์ขอโทษค่ะ พี่เลี้ยงห้ามแล้วแต่น้องวินน์อยากมาหาคุณแม่..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นอย่างเกรงกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาดุคมที่จ้องมองมา ทว่าก่อนที่อคินจะทันได้ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างเล็กนั้น ประตูห้องที่เปิดค้างไว้ก็ถูกบังด้วยร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งเสียก่อน
ลินินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงبนิ่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัว เธอยังคงงดงามสะดุดตาเช่นเดิม หากแต่ไม่ใช่ลินินคนอ่อนแอที่เคยร้องไห้ฟูมฟายในอดีตอีกต่อไปแล้ว รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนเรียวปากสีชาดนั้นช่างเยียบเย็นและว่างเปล่า จนกระทั่งอคินต้องเป็นฝ่ายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
"ขอโทษด้วยนะคะคุณหมออคิน พอดีลูกชายดิฉันซุกซนไปหน่อย รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรือเปล่าคะ?"
น้ำเสียงของเธอนิ่มนวล ทว่าบาดลึกเข้าถึงขั้วหัวใจ อคินหันขวับกลับมามองอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียดหยามและผลักไสอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกและสับสนระคนกัน เขากวาดสายตามองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ไร้ซึ่งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความห่างเหินที่ประดุจกำแพงน้ำแข็งกั้นขวาง
"ลินิน..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา มันสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "นั่น... เด็กคนนั้น..."
"ลูกชายของดิฉันค่ะ" ลินินตัดบทขึ้นทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้คลื่นอารมณ์ เธอเดินเข้าไปจูงมือเด็กชายตัวน้อยเข้าหาตัวอย่างปกป้อง ดวงตาคู่คมกวาดมองอดี สามีหัวใจหินด้วยแววตาสمเพชระคนเย้ยหยัน "ทำไมคะ? ตกใจมากเหรอที่เห็นหน้าเด็กคนนี้ ชัดเจนเสียจนคุณไม่ต้องเสียเงินตรวจ DNA เลยใช่ไหมล่ะคะ"
อคินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลกศีรษะ ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานระเบิดออกเป็นความเจ็บปวดเจียนตาย ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนซ้ำ สมัยที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และถูกเขาขับไลไสส่งอย่างไร้ความปรานี เขากล่าวหาว่าเธอมักใหญ่สูงและใช้มารยา คำพูดใจร้ายเหล่านั้นย้อนกลับมาตบหน้าเขาอย่างฉาดใหญ่ในวินาทีนี้
"ลินิน... พี่... ผมขอโทษ..." อคินก้าวเท้าเข้าไปหาเธอสัญชาตญาณ สองมือที่เคยใช้ช่วยชีวิตคนไข้บนเตียงผ่าตัดกลับสั่นเทาระริกยามที่เอื้อมออกไปหมายจะแตะต้องเรียวแขนกลมกลึงนั้น "ผมไม่รู้... ผมไม่เคยรู้เลยว่า..."
"ถอยไปค่ะ!" ลินินสะบัดแขนหนีราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัสของเขามาแปดเปื้อนผิวเนื้อ รอยยิ้มเยาะหยันบนเรียวปากเธอยิ่งเด่นชัดขึ้น "คำว่าขอโทษจากปากคุณ มันมีค่าเท่ากับเศษดินค่ะคุณหมออคิน อย่าพยายามทำตัวน่าสมเพชให้มากนักเลย มันดูไม่สมกับฉายาศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้เยือกเย็นเอาเสียเลยนะคะ"
ถ้อยคำเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดผ่าตัด อคินเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก เขายอมรับทุกคำด่าทอ ยอมรับทุกการเหยียดหยาม เพราะเขารู้ดีว่าตนเองสมควรได้รับมันแล้ว แต่การได้เห็นเธอกลับมายืนหยัดได้อย่างสง่างาม พร้อมกับพยานรักที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากเรียกว่าลูก มันคือบทลงโทษที่สาสมที่สุดในชีวิตของเขา
"คุณจะเกลียดผม จะโกรธผม จะทำลายผมยังไงก็ได้..." อคินฝืนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอนอย่างที่ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันได้เห็น "แต่อย่ากีดกันผมจากลูกเลยนะลินิน ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้ไถ่บาปในสิ่งที่ผมเคยทำลายลงไปเถอะนะ"
ลินินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ช่างไพเราะทว่าเย็นเยียบเสียจนอคินหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง เธอก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเอียงคอมองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับอคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บงำมานานแรมปี
"ไถ่บาปงั้นเหรอคะ?" เธอก้าวเข้าไปประชิดเขา กลิ่น1นหอมเย็นๆ ที่คุ้นเคยลอยแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวชายหนุ่มให้ตื่นขึ้น ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความเสน่หา "คุณคิดว่าความเจ็บปวดที่ฉันกับลูกต้องเผชิญมาตลอดหลายปี มันลบล้างได้ด้วยคำว่าขอโทษเหรอคะคุณอคิน?"
ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล อคินมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับพูดคำพูดใจร้าย ทว่ากลับทำให้หัวใจระส่ำระสายอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณความเป็นชายกรีดร้องอยากจะคว้าเอวบางนั้นเข้ามากอดแนบแน่น อยากจะบดขยี้ริมฝีปากคู่นั้นเพื่อลบล้างความชาเย็นทั้งหมด ทว่าเขากลับทำได้เพียงยืนนิ่งราวกับนักโทษประหารที่รอฟังคำพิพากษา
"จำความรู้สึกเจ็บปวดที่กำลังกัดกินหัวใจคุณตอนนี้ไว้ให้ดีนะคะคุณอคิน..." ลินินกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่ข้างใบหูของเขา "เพราะนี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง... และฉันนี่แหละ จะเป็นคนผลักคุณลงไปชิมรสชาติความทรมานนั้นด้วยตัวเอง"
พูดจบเธอก็ผละออกอย่างไม่ใยดี ก่อนจะอุ้มเด็กชายตัวน้อยขึ้นแนบอกแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้อคินยืนจมอยู่กับกองเพลิงแห่งความเร่าร้อนและสำนึกผิดที่กำลังแผดเผาร่างกายจนแทบคลั่ง สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่ลับตาไปพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า... เขากำลังจะสูญเสียทุกสิ่งไปตลอดกาลจริงๆ
ทว่า ในวินาทีที่อคินกำลังจะทรุดตัวลงด้วยความหมดแรง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน เขากดรับด้วยมือที่สั่นเทา ปลายสายคือเสียงรายงานจากห้องตรวจแล็บของโรงพยาบาล ที่เอ่ยประโยคสั้นๆ ออกมาด้วยความตื่นตระหนก...
*"คุณหมอคินคะ! ผลตรวจประวัติการรักษาและเอกสารลับที่คุณสั่งให้เช็กเมื่อเช้า... มีชื่อของบุคคลปริศนาที่ถือครองหุ้นใหญ่ 51% ของโรงพยาบาลเราทั้งหมดแล้วค่ะ... และคนๆ นั้นก็คือ..."*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้นะคะ
ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นกับนางแบบรอยราคี•ตอนที่ 3
คำทักทายด้วยความเย็นชา
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นกับนางแบบรอยราคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!