คราบหยดน้ำบนแก้วไวน์ราคาแพงระยับสลายตัวช้าๆ ตามแรงหมุนวนของเรียวปลายนิ้วที่แต่งแต้มด้วยเล็บเจลสีแดงก่ำดั่งหยดเลือด ลินินไม่ได้ปรายตามองผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม้แต่น้อย แม้เธอจะรู้ดีว่าสายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดคู่นั้นกำลังจ้องมองสำรวจทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเธอราวกับจะควานหาคำตอบที่เขาทำได้เพียงตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดหลายเดือน
“คุณเปลี่ยนไปมาก... ลินิน”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเคยใช้มันพิพากษากักขังเธอไว้ในนรกโลกันต์ บัดนี้กลับเจือความสั่นพร่าอย่างน่าสมเพช อคินกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ยามเมื่อเห็นภาพสะท้อนของอดีตภรรยาผู้เคยเปราะบางดั่งแก้วเจียระไน บัดนี้เธอกลับกลายเป็นประติมากรรมหินอ่อนที่ทั้งงดงาม เย็นชา และไร้ซึ่งร่องรอยความอ่อนแอที่เขาเคยเหยียบย่ำ
ลินินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขแต่ทรงพลังพอจะกรีดแทงหัวใจของศัลยแพทย์มือหนึ่งให้ย่อยยับ เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อน ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นอาวุธสังหารที่ทรงอานุภาพที่สุด
“แปลกใจหรือคะคุณหมออคิน?” ลินินวางแก้วกระทบกับโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่าจนน่ากลัว “คนที่คุณเคยผลักไสให้ไปตาย... ถ้าโชคดีไม่ตาย กลับมาอีกครั้งเธอก็ย่อมไม่อยากเป็นคนเดิมให้คุณเหยียบย่ำเล่นหรอกนะคะ”
คำพูดของเธอคมกริบดั่งมีดหมอที่เขาเคยถือ อคินสะท้านเฮือก หัวใจกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดร้าวราลึก เขาพยายามตามหาความจริง... ความจริงที่ว่าผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาในคืนวันอันหนาวเหน็บ เหตุใดจึงกลายเป็นนางพญาผู้สูงศักดิ์ที่เดินเหินบนเส้นทางแฟชั่นระดับโลกโดยไม่ชายตามองเขาเลยแม้แต่ปลายนิ้ว
เขาจำรอยแผลเป็นในอดีตได้ดี รอยแผลที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยความเย็นชาและความหยิ่งผยองของตัวเอง
“ผมยอมรับว่าผมเคยโง่เง่า...” อคินเอ่ยเสียงเครือ ขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้โต๊ะราวกับต้องการลดช่องว่างระหว่างกัน “ผมทำลายคุณ ทำลายครอบครัวของเรา แต่ลินิน... ได้โปรดบอกผมที อะไรทำให้คุณเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้? แววตาที่คุณมองผมตอนนี้... มันไม่มีแม้กระทั่งความเกลียดชังด้วยซ้ำ มีแต่ความว่างเปล่า... ซึ่งมันทรมานผมยิ่งกว่าความเกลียดเสียอีก”
ลินินแย้มยิ้มหยัน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระลวยปะปนกับกลิ่นกายสาวอันเป็นเอกลักษณ์ลอยเข้าแตะจมูกอคิน จนศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นถึงกับลมหายใจสะดุด
“ความเกลียดชังเหรอคะ? มันมีค่าเกินกว่าจะมอบให้ผู้ชายอย่างคุณค่ะคุณอคิน” เธอก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ส้นสูงเข็มกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักหน่วงดั่งเสียงเคาะโลงศพ “สิ่งที่คุณควรทำในตอนนี้ ไม่ใช่การมานั่งหาคำตอบว่าทำไมฉันถึงเปลี่ยนไป... แต่เป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ และไ्सหัวออกไปจากชีวิตของฉันให้พ้นต่างหากล่ะคะ”
ทว่า ในวินาทีที่ลินินหมุนตัวจะเดินหนี อคินกลับพุ่งตัวเข้าคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นไว้ด้วยความรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างระห่างเซถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้างโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับความคุ้นเคยในอดีตโอบล้อมร่างทั้งสองไว้ในทันที ลินินชะงัก ดวงตาสั่นไหววับหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม
“ปล่อยฉันนะคะ!” เธอกลั้วเสียงคำรามต่ำพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม
“ไม่... ผมไม่ปล่อย” อคินกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเผลอขนลุกชัน ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาเนิ่นนานระเบิดออก เขาใช้แขนอีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “คุณอาจจะเกลียดผม จะเหยียบย่ำผมให้จมดินแค่ไหนก็ได้ลินิน... แต่คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าร่างกายของเรา... มันยังจดจำรสชาติของกันและกันได้ดีแค่ไหน”
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้หัวใจที่พยายามด้านชาของลินินเต้นระรัวอย่างไม่รักดี ความทรงจำเร่าร้อนในอดีตไหลย้อนกลับมาดั่งคลื่นใต้น้ำ ซัดสาดทำลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก
“คุณมันไร้ยางอาย...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ยามเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาโน้มลงมาคลอเคลียอยู่แถวซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานที่เขาเคยทอดทิ้งอย่างตะกละตะกลาม
“ใช่... ผมไร้ยางอาย” อคินกระซิบพร่า ริมฝีปากหยักลึกกดจູບหนักหน่วงลงบนลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้า จนลินินเผลอครางแผ่วด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความโหยหา ความโกรธแค้น และความปรารถนาที่ถูกกดทับผสานกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้ามารับสัมผัสจากริมฝีปากที่โหยหามาแรมปี
จูบนั้นดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ ลินินพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงของเธอกลับละลายหายไปกับรสจูบที่ทั้งหวานล้ำและขมขื่นที่เขามอบให้ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี ดึงเธอดิ่งลงสู่วังวนแห่งอารมณ์สวาทที่ทั้งสองต่างโหยหาและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน
เมื่อร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูห้องพักวีไอพี อคินก็แทรกกายเข้าประชิดอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนระอุแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้าที่เสียดสีกัน รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม มือเรียวของลินินที่เคยผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ปั่นป่วนประสาทสัมผัสจนแทบหลอมละลาย
แต่ในวินาทีที่เปลวไฟแห่งความปรารถนากำลังแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยที่ดังทะลุเข้ามา
“คุณแม่ครับ! น้องลันตาบอกว่าอยากกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีแล้วครับ... เอ๊ะ ทำไมประตูล็อกล่ะครับ?”
ร่างของลินินแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาด เธอดันอกอคินออกสุดแรงด้วยความตกใจกลัว ขณะที่อคินเบิกตากว้างด้วยความงุนงงกับเสียงเรียกนั้น... เขารีบผละออกจากร่างบางแล้วหันไปมองบานประตู ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับรอยแยกระหว่างประตูที่ถูกผลักเข้ามาเล็กน้อย... และภาพที่ปรากฏผ่านช่องประตูนั้น ทำให้ลมหายใจของศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นหยุดชะงักไปในทันที
เด็กชายวัยราวสี่ขวบ ดวงตากลมโตสีดำสนิทและโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจก กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าพีกจนหยุดอ่านไม่ได้แน่นอนค่ะ!
ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นกับนางแบบรอยราคี•ตอนที่ 9
การสำรวจความล้มเหลว
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นกับนางแบบรอยราคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!