"คุณหมออคินคะ... สงสัยไหมคะว่า ทำไมตลอดห้าปีที่ผ่านมา ในขณะที่คุณกวาดรางวัลศัลยแพทย์ยอดเยี่ยมระดับโลกมาครองอย่างไร้พ่าย มีสิ่งหนึ่งที่คุณไม่เคยสังเกตเลย... หรืออาจจะแค่ 'จงใจมองข้าม' กันแน่?"
น้ำเสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นกังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ผู้ทรงเกียรติ เซเลบริตี้ระดับแถวหน้า และสื่อมวลชนนับชีวิตต่างหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทที่ขับผิวเนียนผุดผ่องดั่งไข่มุก ลินินไม่ได้เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอกำลังยืนอยู่บนบัลลังก์แห่งความเหนือกว่า สายตาคู่สวยที่เคยฉาบด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ในอดีต บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งการเอาคืนที่เฉียบคมดั่งคมมีดผ่าตัด
อคินรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของศัลยแพทย์ผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อความตาย กลับกระตุกวูบและหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มในเสี้ยววินาที ร่างสูงในชุดสูทสากลสีเข้มถึงกับแข็งค้าง ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของจิตใจผุดพรายขึ้นมา ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิด
เขากวาดสายตามองหญิงสาวผู้เป็นอดีตภรรยา ผู้หญิงที่เขาเคยตราหน้าว่าไร้ค่า เป็นเพียงนางแบบไร้ชื่อเสียงที่มีดีแค่เรือนร่าง และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเกือบสูญเสียเส้นทางอาชีพ ลินินในวันนี้ไม่ใช่ลินินคนเดิมที่เคยนั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่บนเตียงนอนยับยู่ยี่ในค่ำคืนที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกจากชีวิต เธอดูล้ำค่า เย้ายวน และอันตราย เกินกว่าที่ผู้ชายใจร้ายคนหนึ่งจะเอื้อมมือกลับไปคว้าเอาไว้ได้อีก
"ลินิน... คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่" อคินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความยากลำบาก ดวงตาคมกราบกวาดมองรอบกายที่เริ่มมีเสียงซุบซิบนินทา ดังระรอกคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง
"เกมหรือคะ?" ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่กลับทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกหนטสันหลังวาบ "ฉันจะกล้าเล่นเกมกับศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ไร้หัวใจอย่างคุณได้อย่างไรล่ะคะ คุณหมออคิน... ฉันแค่จะมาทวง 'ความยุติธรรม' และ 'ความจริง' ที่ถูกคุณเหยียบย่ำไว้ใต้รองเท้าหนังราคาแพงคู่นั้นต่างหากล่ะคะ"
แฟลชจากกล้องถ่ายรูปนับร้อยตัวสาดแสงวาบจนแสบตา เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ยิ่งกว่าฝูงแมลงวัน แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวออกไปจากรัศมีแห่งความตึงเครียดนี้ อคินก้าวเท้าเข้าไปหาเธอสองก้าว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างคุกคาม แต่ลินินกลับไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือน เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ปล่อยให้กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบดำผสมผสานกับความเย้ายวนอันตรายลอยวนอยู่ระหว่างคนทั้งคู่
"ความจริงอะไร... เธอหมายความว่ายังไง ลินิน!" อคินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด มือหนาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อปูดโปน ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตื้นขึ้นมาที่อก ราวกับมีไฟสุมอยู่ในทรวงอก
"จำคืนนั้นได้ไหมคะ... คืนก่อนที่เราจะหย่ากันอย่างไรเยื่อใย คืนที่คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ตัวถ่วง เป็นผู้หญิงสกปรกที่ไม่มีวันคู่ควรกับอนาคตอันรุ่งโรจน์ของคุณ" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบາ แต่วรรคทองทุกคำกลับกรีดแทงลงบนหัวใจของคนฟังอย่างแม่นยำ "คืนนั้น... คุณบังคับให้ฉันเซ็นใบหย่าทั้งๆ ที่ฉันพยายามบอกคุณแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คุณเลือกที่จะปิดหู ปิดตา และปิดปากของฉัน ด้วยการขับไสไล่ส่งฉันออกไปในคืนที่พายุฝนกระหน่ำ... คุณจำรอยแผลเป็นบนร่างกายฉันได้ไหมคะ คุณหมอ?"
อคินชะงักกึก ลมหายใจสะดุด ภาพในอดีตผุดวาบเข้ามาในหัว ภาพของหยาดน้ำตา ความเย็นชาของตัวเขาเอง และรอยช้ำบนเรียวแขนขาวเนียนที่เขาไม่เคยใส่ใจจะไถ่ถาม ภาพเหล่านั้นย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างสาสม
"แต่คุณคงไม่รู้หรอกค่ะ..." ลินินเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองที่หน้าท้องแบนราบภายใต้ชุดราตรีสีดำสนิท ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาสมเพชแกมเย้ยหยัน "ในขณะที่คุณกำลังดื่มด่ำกับความสำเร็จบนโต๊ะผ่าตัดอย่างไร้ความปรานี ฉันไม่ได้แค่สูญเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปอย่างที่คุณตั้งใจหรอกนะคะ..."
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ทันที ทุกคนกลั้นหายใจรอฟังคำประกาศที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนทั้งคู่ไปตลอดกาล
"แต่ในคืนนั้น... ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกของคุณอยู่ค่ะ... คุณหมออคิน"
ตูม! ราวกับมีอุกกาบาตลูกใหญ่พุ่งชนกลางห้องจัดเลี้ยง เสียงอุทานดังระเบิดขึ้นจากรอบด้าน อคินหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปจนหมดสิ้น ร่างกายของศัลยแพทย์มือหนึ่งเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยมือที่มองไม่เห็น หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ หูอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง นอกจากเสียงก้องกังวานของคำว่า *'ลูกของคุณ...'* ที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว
"ลินิน... เธอ... เธอโกหก!" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกโพ้าง
ความหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตพุ่งพล่านขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนของเธอ แต่ว่องไวกว่า ลินินก้าวถอยหลังหลบได้อย่างงดงาม พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สลักลึกอยู่บนริมฝีปากอิบอิ่ม
"โกหกอย่างนั้นหรือคะ?" ลินินแค่นหัวเราะ น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยแต่ไร้ซึ่งความอ่อนแอ เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มอย่างใจเย็น ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าคลัตช์ใบหรู หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาแล้วโยعลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขาอย่างไม่แยแส "เอกสารผลตรวจทางพันธุกรรม และสูติบัตรของเด็กผู้หญิงตาคม จมูกโด่งรั้น และมีไฝที่หลังใบหูข้างขวาเหมือนกับคุณไม่มีผิดเพี้ยน... อยู่ในซองนั้นแล้วค่ะ"
อคินก้มมองซองเอกสารนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ราวกับมันคืองูพิษร้ายที่พร้อมจะฉกกัดเขาให้ตายทั้งกลม ความเย่อหยิ่ง เย็นชา และถือดีที่เคยหล่อหลอมตัวตนของเขามาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า ในเสี้ยววินาทีนั้น เขารู้สึกเหมือนคนตกหน้าผา ดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ขณะที่ลินินก้าวถอยหลังช้าๆ หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปอย่างผู้ชนะ
ทว่า... ก่อนที่ลินินจะทันได้ก้าวพ้นจากประตูห้องจัดเลี้ยง เสียงฝีปากเร่งรีบและเสียงใสแจ๋วของเด็กเล็กๆ ก็ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล
"คุณแม่คะ! น้องลูน่าหิวน้ำจังเลยค่ะ... เอ๊ะ ทำไมคนเยอะจังคะคุณแม่?"
ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดชายกระโปรงของลินินไว้ ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นเงยขึ้นมองมารดา ก่อนจะหันขวับไปสบตากับร่างสูงของชายหนุ่มที่ยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้า... ดวงตาคู่นั้น จมูกรั้นๆ นั้น และรอยยิ้มมุมปากแบบนั้น... มันคือพิมพ์เดียวกันกับกระจกเงาของอคินไม่มีผิดเพี้ยน!
อคินเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจขาดห้วง เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงลงในทันทีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ นั่งอ่านตอนต่อไปรับรองว่าตาค้างและสะใจกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นกับนางแบบรอยราคี•ตอนที่ 6
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นกับนางแบบรอยราคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!