กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องพักแพทย์เวรยามดึกไม่ได้ช่วยให้สมองของผมปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วที่เคยจับแต่ด้ามมีดผ่าตัดและกุมชะตาชีวิตคนไข้บนเตียงมานับไม่ถ้วน กำลังสั่นระริกเล็กน้อยขณะเลื่อนสายตาอ่านรายงานการสืบสวนล่าสุดบนหน้าจอแท็บเล็ต แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่อิดโรยของผม
ข้อมูลของตระกูลวรากุลที่รินรดาเพิ่งส่งมาให้ทางเข้ารหัสลับ... มันไม่ควรเป็นแบบนี้
ในอดีตที่ผมจำความได้ ช่วงเวลานี้ ดร.ชวินยังคงซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังภาพลักษณ์อาจารย์แพทย์ผู้ใจบุญและเพียบพร้อม รอจังหวะเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเริ่มเคลื่อนไหวเรื่องกองทุนวิจัยสีเทา แต่ทว่า... เอกสารในมือผมตอนนี้กลับระบุชัดเจนว่า การเคลื่อนย้ายทุนลับถูกเร่งให้เร็วกว่ากำหนดเดิมถึงสามเดือนเต็ม
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญอย่างแน่นอนครับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ส A-2 ครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก รินรดาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน เธอดึงแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลออกจากอ้อมแขนแล้ววางลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าผมอย่างระมัดระวัง
"ภัทร... คุณดูนี่หรือยัง" เสียงของเธอแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความกังวล "ฉันเพิ่งได้ข่าววงในจากกระทรวงฯ โครงการอนุมัติงบประมาณสร้างศูนย์วิจัยชีวโมเลกุลที่ชวินถือหุ้นอยู่ ถูกผลักดันให้ผ่านวาระด่วนเมื่อวานนี้ ทั้งที่ตามกำหนดการเดิมมันควรจะถูกพิจารณาปีหน้า... มีใครบางคนกำลังเร่งเวลาให้เร็วจรวด"
ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ความเงียบโรยตัวลงในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้ชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว
"ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณหรอกครับริน" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักอึ้งไว้ภายใน "เมื่อตอนหัวค่ำ ผมเพิ่งได้รับเคสผ่าตัดฉุกเฉิน... เป็นคนไข้ที่มีอาการภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาตัวใหม่ ซึ่งตามไทม์ไลน์เดิม ยานี้จะยังไม่ผ่านการทดลองทางคลินิกด้วยซ้ำ"
รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่า..."
"หมายความว่า การที่เราย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต เพื่อช่วยชีวิตคนและพยายามทำลายแผนการของชวินทีละก้าว... มันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่งหรือเดินตามแผนที่เราวางไว้ฝ่ายเดียวหรอกครับ" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่หน้าต่างกระจกใส มองออกไปยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ "ปีกผีเสื้อขยับ... พายุเฮอร์ริเคนที่กำลังก่อตัวขึ้นในอนาคตก็ยิ่งรุนแรงและคาดเดาไม่ได้มากกว่าเดิม"
ความจริงข้อนี้ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
ในฐานะศัลยแพทย์ ผมถูกฝึกมาให้ควบคุมทุกตัวแปรในห้องผ่าตัด ทุกรอยกรีด ทุกมิลลิเมตรของเนื้อเยื่อต้องแม่นยำไร้ที่ติ แต่เกมแก้แค้นและการปกป้องคนที่เรารักในครั้งนี้ กลับไม่ใช่ห้องผ่าตัดที่มีขอบเขตจำกัด มันคือกระแสธารแห่งเวลาอันเชี่ยวกราก ยิ่งผมพยายามเข้าไปเปลี่ยนแปลงอนาคตของครอบครัวที่เคยสูญเสียมากเท่าไหร่ แรงกระแทกสะท้อนกลับยิ่งถาโถมเข้ามาเร็วและรุนแรงขึ้นเท่านั้น
แล้วถ้าหาก... ความพยายามของผมในการปกป้องทุกคน กลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ชวินลงมือเหี้ยมโหดและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมล่ะ?
ถ้าหากความรวดเร็วนี้ ทำให้ผมพลาดพลั้งปกป้องรินรดา หรือใครอีกหลายคนไม่ทันกาลเล่า?
ความคิดนั้นทำให้สันหลังของผมเย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"ภัทร คุณกำลังคิดมากเกินไปหรือเปล่า" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ วางมือเรียวลงบนท่อนแขนของผมเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและจริงใจจากเธอดึงสติผมให้กลับคืนมาจากห้วงความคิดอันดำมืด "เราเลือกที่จะเดินเส้นทางนี้แล้วนะ การนิ่งเฉยรอความตายในอดีตไม่ใช่ทางเลือกตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือคะ? ต่อให้มันจะเปลี่ยนไปจนน่ากลัวแค่ไหน อย่างน้อยตอนนี้เราก็ไม่ได้เดินอยู่ลำพัง"
ผมหันกลับมามองเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปาก แม้ในใจจะยังเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นก็ตามที เธอมักจะมองเห็นความเปราะบางที่ผมพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมเสมอ
"ขอบคุณครับริน... ผมแค่..."
คำพูดของผมค้างคาอยู่ริมฝีปาก เมื่อจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น เสียงนั้นแหลมสูงและบาดหูท่าย์กลางความเงียบ
ไม่ใช่เสียงข้อความธรรมดา... แต่มันคือระบบเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดจากฐานข้อมูลสำรองที่ผมตั้งค่าไว้เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยของ "บ้านพัก" และคนในครอบครัว
ผมพุ่งตัวไปที่โต๊ะทันที คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอ มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบ้านพักของพี่ชายผมที่ต่างจังหวัด
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาเลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล
หน้าบ้านพักที่ควรจะเงียบสงบในยามวิกาล กลับปรากฏเงาร่างของชายชุดดำสามคนกำลังยืนอยู่หน้าประตูรั้ว มือข้างหนึ่งของหนึ่งในนั้นถือค้อนเหล็กขนาดใหญ่ ส่วนอีกคนกำลังงัดแงะกล้องวงจรปิดตัวหลักจนภาพเริ่มกระตุกและกลายเป็นสีดำสนิท
และวินาทีถัดมา ก่อนที่สัญญาณภาพจะตัดขาดไปอย่างสมบูรณ์ หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของผมก็มีข้อความป๊อปอัพสีแดงฉานพุ่งขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์สายตรงจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
รินรดาก้าวเข้ามามองหน้าจอด้วยความตื่นตระหนก "ภัทร! นั่นมัน..."
ผมไม่ได้ตอบคำถาม มือขวาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายทันทีด้วยหัวใจที่เต้นรัวระส่ำราวกับกลองเพล
ความเงียบงันปกคลุมชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่ปลายสายจะเปล่งเสียงทุ้มต่ำคุ้นหู เป็นเสียงที่ผมไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต... เสียงของ ดร.ชวิน
*(คลิก... เสียงสัญญาณสายถูกเชื่อมต่อ)*
"คุณหมอภัทรครับ... ดูเหมือนว่าคุณจะเล่นสนุกกับการเปลี่ยนแปลงอนาคตมากเกินไปหน่อยแล้วนะครับ น่าเสียดายจริงๆ ที่ของขวัญต้อนรับที่คุณส่งให้ผม มันช่างน่ารำคาญเสียจน... ผมต้องขออนุญาตมาทวงคืน 'ต้นทุน' ทั้งหมด จากคนสำคัญของคุณเสียตอนนี้เลย"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 42
คำเตือนจากอนาคต
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!