"นักศึกษาภัทร... ถ้าคุณคิดว่าการเย็บปิดแผลด้วยเข็มเย็บเนื้อเยื่อแบบธรรมดาจะเพียงพอสำหรับเคสนี้ ผมแนะนำให้คุณวางมือและไปนั่งดูเพื่อนคนอื่นเรียนเถอะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยการดูแคลนของดร.ชวิน ดังกังวานอยู่ในห้องปฏิบัติการศัลยกรรมจำลอง นักศึกษาแพทย์คนอื่นๆ ต่างถอยฉากออกไปเมื่อเห็นสถานการณ์ตึงเครียด สายตาของอาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพลจ้องมองมายังผมด้วยความสมเพช แววตาคู่นั้น... แววตาเดียวกับที่ผมเห็นในความทรงจำวันที่ครอบครัวของผมต้องแตกสลาย
ผมไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด ปลายเท้าของผมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มือขวาขยับถุงมือยางให้กระชับเข้ากับผิวหนัง ภายใต้หน้ากากอนามัย ผมยิ้มบางๆ ให้กับตัวเอง...
นี่ไม่ใช่การเย็บแผลเพื่อสอบผ่าน แต่นี่คือการทวงคืนความยุติธรรมครั้งแรกที่ผมทำได้ด้วยสองมือของผมเอง
ผมหยิบเข็มโค้งขึ้นมา แรงเสียดทานในมือสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยอย่างประหลาด ผมไม่ได้ใช้เพียงความจำ แต่ผมใช้ 'สัญชาตญาณ' ของศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ผ่านเคสความเป็นความตายมานับหมื่นครั้งในเส้นทางเวลาเดิม ผมจรดเข็มลงบนชั้นเนื้อเยื่อจำลองด้วยองศาที่แม่นยำดุจเครื่องจักร
ฉับพลัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องปฏิบัติการ
จังหวะการสะบัดข้อมือของผมไม่ได้เป็นไปตามตำราที่อาจารย์พร่ำสอน แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลและทรงพลัง ทุกฝีเข็มที่ผมร้อยเรียงลงไปนั้นซ้อนทับกันอย่างละเอียดประณีตจนแทบมองไม่เห็นรอยแผลที่เชื่อมต่อกัน นี่ไม่ใช่การเย็บแผลแบบทั่วไป แต่มันคือเทคนิคการเย็บแบบ 'Subcuticular Suture' ที่ต้องอาศัยสมาธิและการกะระยะลึกถึงระดับไมโครเมตร ซึ่งปกติแล้วต้องใช้ศัลยแพทย์ฝีมือระดับอาจารย์เท่านั้นถึงจะทำได้โดยไม่มีความผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
ดร.ชวินชะงักไป สายตาที่เคยดูแคลนเริ่มหรี่ลงด้วยความประหลาดใจ เขาขยับแว่นสายตาแล้วก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะผ่าตัดมากขึ้น ลมหายใจของเขาสะดุดลงครู่หนึ่งเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
"คุณ... เรียนเทคนิคนี้มาจากไหน" ชวินถาม เสียงของเขาเริ่มมีความสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความหวาดระแวง
ผมเงยหน้าขึ้น สายตาของเราประสานกันนิ่ง ผมเห็นเงาสะท้อนของความกลัวในแววตาของเขา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ผมเพียงแค่ศึกษามันมาอย่างละเอียดจนเข้าใจถึงหัวใจของมันครับอาจารย์... การเย็บแผลไม่ใช่แค่การปิดปากแผล แต่มันคือการทำให้ผิวหนังของคนไข้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวราวกับไม่เคยถูกทำลายมาก่อน"
ผมรวบไหมเป็นปมสุดท้ายอย่างรวดเร็วและสวยงาม จนแม้แต่เครื่องมือวัดความตึงยังชี้ค่าที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
นักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความตกตะลึง บางคนอ้าปากค้างกับฝีมือที่เกินระดับนักศึกษาไปไกล ส่วน ดร.ชวิน ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับถูกตบหน้าด้วยความจริงที่ว่า 'เด็กเหลือขอ' ที่เขาเคยปรามาส กำลังทำสิ่งที่เขาเองยังต้องใช้เวลาค่อนชีวิตในการฝึกฝน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยความประหม่าของอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพล ประตูห้องปฏิบัติการก็ถูกผลักออกอย่างแรง
รินรดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้มาในฐานะนักศึกษา แต่มาในฐานะคนที่กุมความลับบางอย่างไว้ เธอเดินตรงมาหาผมท่ามกลางสายตาของทุกคน ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูของผมด้วยเสียงที่สั่นเครือจนผมสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
"ภัทร... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้" เธอเว้นจังหวะหายใจอย่างยากลำบาก "ฉันเพิ่งได้รับไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนที่ครอบครัวคุณประสบอุบัติเหตุ และ... คนที่อยู่ในรถคันนั้น ไม่ใช่แค่คนขับรถของ ดร.ชวิน แต่มันมี 'ตราสัญลักษณ์' บางอย่างที่บ่งบอกว่า... เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก"
เธอยื่นโทรศัพท์ที่เปิดรูปภาพค้างไว้ให้ผมดูเพียงเสี้ยววินาที ลมหายใจของผมขาดห้วงไปทันที เมื่อสิ่งที่ผมเห็นในภาพไม่ใช่เพียงแค่หลักฐานการฆาตกรรม แต่มันคือรูปถ่ายที่ ดร.ชวิน กำลังยืนคุยกับ 'บุคคลปริศนา' ที่มีใบหน้าคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... บุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนในเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องแล็บวิจัยลับ
คนคนนั้นคือพี่ชายของผมเอง...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางเพื่อแก้ไขโชคชะตาครั้งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 4
ทักษะที่เหนือชั้น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!