"ถ้าคุณยังกดแผลไม่แน่นพอ เลือดคนไข้จะท่วมห้องฉุกเฉินภายในสามนาที ถอยไปครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนพยาบาลสาวที่กำลังลนลานชะงักมือลงทันที กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วห้องฉุกเฉินที่วุ่นวายที่สุดในค่ำคืนนี้ เบื้องหน้าของผมคือร่างของชายวัยกลางคนที่ถูกแทงเข้าที่ชายโครงขวา เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาไม่ขาดสาย นี่ไม่ใช่การบาดเจ็บธรรมดา แต่มันคือการแทงด้วยความอาฆาตที่หมายจะตัดขั้วหัวใจหรือเส้นเลือดใหญ่
ผมคว้าถุงมือยางมาสวมอย่างรวดเร็ว สมาธิของผมจดจ่ออยู่กับการควบคุมเลือดที่ไหลพราก ทุกจังหวะที่นิ้วมือสัมผัสลงบนบาดแผล ผมไม่ได้เพียงแค่รักษาคนไข้ แต่ผมกำลังแข่งกับเวลาที่เคยพรากทุกอย่างไปจากชีวิตผมในอดีต
"เตรียมเซ็ตผ่าตัดด่วนครับ ไม่ต้องรอผลแล็บ ผมรู้ว่าต้องทำอะไร" ผมออกคำสั่งพลางใช้แรงกดลงไปที่จุดเหนือแผลเพื่อหยุดเลือดชั่วคราว ดวงตาของผมเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างโปร่งคนหนึ่งในชุดลำลองที่ดูทะมัดทะแมง เธอถือกล้องถ่ายรูปไว้ในมือแน่น สายตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวอย่างที่คนทั่วไปควรจะมี แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและการวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น
นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้พบกับ ‘รินรดา’
"หมอคะ... คนไข้คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่ฉันกำลังตามอยู่ ขอถ่ายบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ไหมคะ" เธอเอ่ยถามขณะที่ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวความวุ่นวาย
ผมไม่ได้หันไปมองเธอทันที เพราะสมาธิทั้งหมดอยู่ที่ปลายมีดที่กำลังจะกรีดลงไปบนผิวหนัง "นี่ไม่ใช่ที่สำหรับนักข่าวครับ ถ้าไม่อยากเห็นคนตายตรงหน้า ก็ถอยออกไปที่โซนญาติคนไข้เดี๋ยวนี้ครับ"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่ได้ถอยออกไปตามคำสั่ง แต่เธอกลับขยับกล้องขึ้นมาจดจ้องที่ใบหน้าของผมแทน ประหนึ่งว่าเธอไม่ได้สนใจคนไข้บนเตียงมากเท่ากับ ‘หมอที่กำลังรักษาเขา’
"คุณไม่ใช่หมอธรรมดาที่แค่ทำตามขั้นตอน" เธอกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะยอมถอยออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าสายตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องผมไม่วางตา
ผมสะบัดความสนใจจากเธอ กลับมามุ่งมั่นกับการผ่าตัด เส้นเลือดแดงใหญ่ถูกฉีกขาดอย่างสาหัส ผมต้องใช้สมาธิระดับสูงสุดในการเย็บปิดบาดแผลด้วยความเร็วที่แม่นยำ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการดึงคนไข้กลับมาจากปากเหวแห่งความตาย ดร.ชวิน... อาจารย์ที่ผมเคยนับถือ เคยสอนผมเสมอว่า ‘การรักษาคือศิลปะของการเลือก’ แต่สำหรับผมในตอนนี้ การรักษาคือสงครามที่ผมต้องชนะทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ใครต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของปีศาจในคราบชุดกาวน์เหมือนพี่ชายของผม
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ไฟสีแดงเหนือห้องผ่าตัดดับลง ผมเดินโซเซออกมาด้วยความเหนื่อยล้า มือที่เปื้อนเลือดถูกถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะอย่างหมดแรง แต่ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าออกไปจากโซนปลอดเชื้อ รินรดาก็ยืนดักรออยู่แล้ว
"หมอภัทร... ใช่ไหมคะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนดูนุ่มนวลกว่าตอนแรก "ฉันรู้ว่าคุณพยายามซ่อนตัวอยู่หลังชื่อของหมอฝีมือดี แต่คุณมีรอยสักรูปหัตถ์เทวะที่ข้อมือซ้าย... นั่นเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนไม่ใช่เหรอคะ?"
ผมหยุดชะงัก หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก ความลับที่ผมพยายามฝังไว้ในอดีตกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยนักข่าวสาวที่ฉลาดเป็นกรดคนนี้
"คุณไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน" ผมถามเสียงต่ำ สายตาเย็นชาจ้องมองเธออย่างไม่ไว้วางใจ
"ฉันไม่ได้มาเพื่อจับผิดคุณหรอกค่ะ" รินรดาขยับเข้ามาใกล้ผมเพียงครึ่งก้าว จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อ "แต่ฉันมาเพื่อบอกว่า คนที่สั่งแทงคนไข้ของคุณเมื่อคืน... คือคนที่คุณกำลังตามล่าอยู่ และในมือถือของเขามีหลักฐานสำคัญที่จะพังอาณาจักรของ ดร.ชวิน ได้เลย"
เธอยื่นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วมาให้ผม มือของเธอสั่นเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับแน่วแน่
ผมมองอุปกรณ์นั้นสลับกับใบหน้าของเธอ ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัว ถ้าผมรับมันมา ผมจะกลายเป็นเป้าหมายโดยตรงของ ดร.ชวิน ทันที และความแค้นที่ผมเตรียมการมาเนิ่นนานจะถึงจุดแตกหักเร็วกว่าที่คาดไว้
"ทำไมต้องเป็นผม?" ผมถามพยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด
"เพราะคนทั้งโรงพยาบาลมีแค่คุณที่กล้าผ่าตัดในสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้" รินรดากระซิบเบาๆ "และฉันก็รู้ด้วยว่า... ศพในห้องดับจิตที่คุณเพิ่งเซ็นใบรับรองการตายเมื่อสัปดาห์ก่อน คือใคร"
คำพูดประโยคสุดท้ายของเธอทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ ผมไม่เคยบอกเรื่องพี่ชายกับใคร... ไม่เคยเลยแม้แต่คนเดียว เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? หรือว่ารินรดาไม่ได้เป็นแค่นักข่าวธรรมดา แต่เธอเองก็มี ‘อดีต’ บางอย่างที่เกี่ยวพันกับความตายของคนในครอบครัวผมเช่นกัน
ผมเอื้อมมือไปรับข้อมูลนั้นมาไว้ในกำมือ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพักฟื้น พร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นหูของลูกน้องคนสนิทของ ดร.ชวิน ที่ข้ามกฎระเบียบของโรงพยาบาลเข้ามาถึงที่นี่
"หมอภัทรครับ! ดร.ชวิน ต้องการพบคุณเดี๋ยวนี้... พร้อมกับของที่คุณเพิ่งได้ไป"
รินรดาหน้าถอดสี เธอหันมามองผมอย่างร้อนรน ทางรอดเดียวของเราในตอนนี้คือการตัดสินใจที่เสี่ยงที่สุด หากผมเลือกเก็บข้อมูลนี้ไว้ เราอาจจะต้องตายที่นี่ แต่หากผมเลือกที่จะเปิดเผยมันตอนนี้ แผนการทั้งหมดของผมก็จะพังทลายลงไปพร้อมกับชีวิตของคนไข้บนเตียง
ผมกำหมัดแน่น พลางมองดูเงาของกลุ่มคนที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ประตูห้องพัก... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นครับ
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหมอภัทรในเส้นทางแห่งการแก้ไขชะตากรรมนะครับ เรามาลุ้นกันต่อในตอนถัดไปว่าผมจะพาคุณรินรดารอดไปจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไรครับ
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 5
พบเจอนักข่าวสาว
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!