“แฟ้มเอกสารชุดนี้ไม่ได้ถูกจัดทำขึ้นเมื่อเดือนก่อน แต่มันถูกร่างและประทับตราลับมาตั้งแต่วันที่ผมยังเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด”
เสียงของผมสั่นพร่าขณะวางแฟ้มเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กของรินรดา เอกสารที่ผมเพิ่งได้มาจากการเจาะระบบฐานข้อมูลลับของมูลนิธิการแพทย์ที่ดร.ชวินเป็นประธาน กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์จางๆ ทำให้นิ้วมือของผมเย็นเฉียบ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบตัวอักษรบนหน้ากระดาษที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น
รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมของเธอเบิกกว้างขึ้นตามลำดับการกวาดสายตาอ่าน “ภัทร... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ... เอ้ย หมายความว่ายังไงครับ คุณบอกว่าครอบครัวของคุณถูกจับตาดูตั้งแต่ตอนนั้น ทั้งที่ตอนนั้นคุณยังไม่ได้เริ่มทำงานวิจัยตัวนั้นด้วยซ้ำ?”
“ไม่ใช่แค่จับตาดู รินรดา” ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรื่นรมย์ “พวกเขา ‘วางแผน’ กำจัดครอบครัวของผมตั้งแต่วันที่พ่อเริ่มตีพิมพ์งานวิจัยเรื่องการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ผิดศีลธรรมของดร.ชวิน แผนการลอบสังหารอุบัติเหตุทางรถยนต์ในครั้งนั้น ไม่ใช่เหตุการณ์สุ่มเสี่ยง แต่มันคือการกำจัดขวากหนามทางการแพทย์ที่วางไว้ล่วงหน้าถึงห้าปี”
ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งอยู่เบื้องหลัง ผมจ้องมองชื่อ ‘โครงการเงาเทวะ’ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร มันไม่ใช่ชื่อโรคหรือชื่อยา แต่มันคือชื่อรหัสของกระบวนการ ‘ล้างบาง’ ตระกูลหมอที่ขัดผลประโยชน์กับกลุ่มมาเฟียชุดขาว
รินรดานิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะไหล่ผม สัมผัสของเธอแผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยความเห็นใจ “คุณรู้ตัวไหมว่าคุณกำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่เขาเตรียมไว้ให้ตั้งแต่แรก ถ้าคุณไม่ย้อนเวลากลับมา... บางทีคนพวกนี้อาจจะปล่อยให้คุณเติบโตขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือของเขา”
“แต่ผมกลับมาแล้ว และผมจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ผมพูดพลางกำหมัดแน่น จนกระดูกนิ้วส่งเสียงดังกร๊อบ “สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในแฟ้มนี้มีรายชื่อของ ‘คนใน’ ที่คอยป้อนข้อมูลครอบครัวผมให้ชวินตลอดเวลา และหนึ่งในนั้น... รินรดา คุณต้องดูหน้านี้”
ผมพลิกหน้ากระดาษไปยังส่วนท้าย รายชื่อของพยาบาลพิเศษและที่ปรึกษากฎหมายปรากฏขึ้น รินรดากวาดสายตาอ่านก่อนจะชะงัก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนตัวโยน สายตาของเธอเลื่อนขึ้นมาสบกับผมด้วยความหวาดหวั่น
“นี่มัน... เป็นไปไม่ได้ พ่อของคุณไม่เคยไว้ใจคนนอก แล้วเขาจะจ้างคนของชวินมาอยู่ใกล้ตัวได้ยังไง?”
“นั่นแหละครับคือสิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุด” ผมลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างมองออกไปสู่แสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ที่ดูเหมือนจะสวยงาม แต่ภายใต้แสงนั้นกลับมีเนื้องอกร้ายที่กัดกินความถูกต้องมานานแสนนาน “พ่อของผมไม่ได้จ้างเขามา แต่คนที่จ้างคือ ‘คนในครอบครัว’ ของผมเอง... คนที่ผมเคารพรักที่สุด”
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้อง รินรดาดูเหมือนจะพูดไม่ออก เธอเดินมาหยุดข้างๆ ผม เราสองคนมองออกไปข้างนอกด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งพอๆ กัน ผมนึกย้อนกลับไปถึงมื้ออาหารค่ำในอดีต รอยยิ้มของลุงที่คอยห่วงใยผมและน้องสาว แต่รอยยิ้มนั้นแท้จริงแล้วคือรอยยิ้มของสุนัขล่าเนื้อที่รอคอยเวลาจะขย้ำคอเรา
“คุณมีหลักฐานชิ้นนี้อยู่ในมือแล้ว จะทำยังไงต่อไป?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าเราเปิดเผยเรื่องนี้ตอนนี้ ดร.ชวินจะมีข้ออ้างในการทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้ง และเราจะสูญเสียโอกาสที่จะได้รู้ความจริงเรื่อง ‘ผู้บงการระดับสูง’ ที่อยู่เหนือกว่าชวิน”
“ผมจะเล่นตามเกมเขาไปก่อน” ผมตอบพลางหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา “ผมจะทำตัวเป็นศัลยแพทย์ผู้ไร้เดียงสาที่เพิ่งได้รับทุนวิจัยใหม่ และให้เขาเชื่อว่าผมกำลังหลงระเริงไปกับลาภยศที่เขายัดเยียดให้ เมื่อเขาประมาทเมื่อไหร่... เมื่อนั้นแหละที่หัตถ์เทวะจะปลิดชีพปีศาจด้วยวิธีที่ไม่มีใครคาดคิด”
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะปิดแฟ้ม โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรินรดาก็สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ มันคือเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของ ‘พ่อ’ ผมที่เสียชีวิตไปนานแล้ว... เบอร์โทรศัพท์ที่ในยุคปัจจุบันนี้ควรจะถูกยกเลิกไปนานแล้วด้วยซ้ำ
ผมหันไปสบตารินรดาด้วยความงุนงง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะกดรับและเปิดลำโพง เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงของมนุษย์ที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่แหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก
“หมอภัทร... รู้แล้วสินะว่าความจริงคืออะไร แต่อย่าลืมไปล่ะ... ว่าคนที่คุณกำลังตามล่า ไม่ได้มีแค่ดร.ชวินคนเดียว”
ก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยปากถาม ปลายสายก็ส่งภาพถ่ายใบหนึ่งเข้ามาในข้อความของรินรดา มันเป็นภาพของผมในขณะที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนี้เมื่อห้านาทีก่อน ภาพถ่ายที่มุมกล้องมาจาก ‘ภายใน’ ตู้เสื้อผ้าที่ผมมั่นใจว่าผมได้ล็อกไว้อย่างแน่นหนาแล้ว
หัวใจของผมแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงกลอนประตูตู้เสื้อผ้าดัง ‘แกร๊ก’ เบาๆ จากมุมมืดของห้อง
ความจริงที่ว่าครอบครัวถูกหมายหัวนั้นน่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือการค้นพบว่า ‘ผู้ล่า’ กำลังยืนอยู่ข้างหลังผมในวินาทีนี้เอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 30
ความจริงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!