“อย่าขยับ... ถ้าคุณไม่อยากให้สารนี้เข้าสู่กระแสเลือดโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น มือซ้ายคว้าข้อมือของพยาบาลสาวคนนั้นไว้แน่นขณะที่เข็มปลายแหลมจ่อห่างจากผิวหนังที่ต้นคอของผมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงบีบของผมไม่ได้ต้องการทำร้ายเธอ แต่เป็นการหยุดยั้งกลไกสัญชาตญาณที่เธอกำลังจะทำ พยาบาลสาวเบิกตากว้าง แววตาของเธอสั่นระริกเหมือนคนที่ถูกสะกดจิต หรืออาจจะถูกใครบางคนบงการอยู่เบื้องหลัง
“คุณหมอภัทร... หนู... หนูไม่รู้...” เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม
ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามมองหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว ผมไม่ได้ปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำ เพราะผมรู้ดีว่าในเกมนี้ ใครที่โมโหก่อนคือผู้แพ้ ผมค่อยๆ ผ่อนแรงที่ข้อมือเธอลง แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ของเหลวใสในกระบอกฉีดยา นั่นไม่ใช่ยาสลบ ไม่ใช่ยาแก้ปวด แต่มันคือ ‘จุดจบ’ ของครอบครัวผมเมื่อชาติภพที่แล้ว
ผมแย่งกระบอกฉีดยานั้นมาจากมือเธออย่างเชื่องช้า ก่อนจะวางมันลงบนถาดเหล็กเสียงดัง ‘เคร้ง’ ก้องไปทั่วห้องตรวจที่เงียบสงัด
“กลับไปที่วอร์ดซะ และจำไว้ว่าคืนนี้คุณไม่ได้เข้ามาหาผม” ผมพูดพลางก้มลงถอดถุงมือยางออกด้วยท่าทางใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ถ้ามีใครถาม ให้บอกว่าคุณแค่เอาแฟ้มประวัติคนไข้มาให้ผมผิดห้อง เข้าใจไหมครับ?”
พยาบาลสาวพยักหน้ารับด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบวิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ผมยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความคิดในหัววิ่งพล่านเหมือนพายุหมุน หลักฐานชิ้นนี้... สารพิษชนิดนี้... ดร.ชวินเริ่มขยับตัวแล้ว เขาคงรู้ตัวแล้วว่าผมกำลังตามรอยเขาอยู่
---
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ มุมลับตาในห้องสมุดการแพทย์ของโรงพยาบาล รินรดานั่งรอผมอยู่ก่อนแล้ว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนใบหน้าที่เคร่งเครียดของเธอ เธอผลักแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งมาให้ผมบนหน้าจอคือรายการธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยของมูลนิธิวิจัยโรคมะเร็งที่ชวินเป็นประธาน
“หลักฐานพวกนี้มันซับซ้อนมาก ภัทร” รินรดาเริ่มเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มีการโอนเงินจากบัญชีลับไปยังบริษัทผลิตเวชภัณฑ์ในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทนี้เพิ่งจดทะเบียนได้ไม่ถึงครึ่งปี และที่สำคัญ... ชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่คือชื่อภรรยาของมือขวาชวิน”
ผมกวาดสายตามองตัวเลขเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ “เขาไม่ได้แค่โกงเงินวิจัยครับริน แต่เขากำลังฟอกเงินเพื่อไปจัดตั้งเครือข่ายทดลองยาผิดกฎหมาย นี่คือเหตุผลที่เขาสั่งเก็บใครก็ตามที่รู้ความลับนี้”
“ฉันแฮ็กข้อมูลแชทในเซิร์ฟเวอร์สำรองมาได้บางส่วน” รินรดาเลื่อนหน้าจอไปอีกหน้า หนึ่งในข้อความที่ถูกส่งถึงชวินระบุชัดเจนว่า: *‘หมอภัทรเริ่มระแคะระคาย ให้จัดการตามแผนเดิมที่ใช้กับครอบครัวเก่าของมัน’*
มือของผมกำแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดนูน ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลัง ความแค้นที่เคยถูกสะกดไว้เริ่มเดือดพล่านเหมือนลาวาใต้เปลือกโลก แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะทำตัวบุ่มบ่าม ดร.ชวินคืออาจารย์แพทย์ที่คนทั้งวงการเคารพ การจะล้มยักษ์ตนนี้ต้องใช้มากกว่าความกล้า แต่ต้องใช้ ‘ศิลปะ’ แห่งการวางกับดัก
“ริน... เราจะไม่แจ้งความตอนนี้” ผมกล่าวพลางสบตาเธออย่างมุ่งมั่น
“แล้วเราจะทำยังไง? หลักฐานอยู่ในมือเราแล้วนะ”
“เราจะเปิดโปงเขาในงานประชุมวิชาการการแพทย์ระดับประเทศสัปดาห์หน้า” ผมเหยียดยิ้มที่มุมปาก “ที่นั่นจะเป็นที่ที่เขาภูมิใจที่สุด และมันจะเป็นที่ที่เขาจะล้มลงอย่างไม่มีวันลุกขึ้นได้อีก”
---
สามวันผ่านไป การเตรียมการทุกอย่างดำเนินไปอย่างแยบยล ผมแสร้งทำตัวเป็นลูกศิษย์ที่เชื่อฟังชวินเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เดินสวนกันในโรงพยาบาล ผมจะก้มหัวให้เขาด้วยความเคารพจอมปลอม โดยที่ในใจนั้น ผมกำลัง ‘ลับมีด’ รอเวลาที่จะเชือดเฉือนเขาในจุดที่เจ็บปวดที่สุด
ค่ำวันศุกร์ ก่อนงานประชุมจะเริ่มเพียงหนึ่งวัน ผมได้รับซองจดหมายสีน้ำตาลใบหนึ่งที่วางทิ้งไว้ในตู้ล็อคเกอร์ห้องพักแพทย์ ภายในนั้นมีภาพถ่ายใบหนึ่ง... มันเป็นภาพของผมกับรินรดาที่กำลังนั่งคุยกันในคาเฟ่เมื่อคืนนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจหายไม่ใช่ภาพถ่าย แต่มันคือข้อความที่เขียนด้วยลายมือหยาบๆ บนหลังภาพว่า:
*‘หมอภัทร... รู้ไหมว่าทำไมหมอเก่งๆ อย่างเธอ ถึงยังรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้?’*
ผมรีบหันไปมองรอบๆ ห้องพักแพทย์ที่เงียบเชียบ ประตูห้องค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยย่างกรายเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและทรงอำนาจ ร่างของ ดร.ชวิน ปรากฏตัวขึ้นในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้าน แววตาของเขาซ่อนความโหดเหี้ยมไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาที่ดูใจดี
“อาทิตย์หน้าจะมีงานใหญ่ ผมหวังว่าคุณจะเตรียมตัวมาดีนะ ภัทร” เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก่อนจะหยุดยืนข้างหลังผม “เพราะถ้าผลงานของคุณพลาดไปแม้แต่นิดเดียว... คนที่จะเสียใจที่สุด อาจไม่ใช่คุณ แต่เป็นคนที่คุณพยายามจะปกป้อง”
เขาขยับตัวเข้ามากระซิบที่ข้างหูผม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อทำให้ผมสะอิดสะเอียน “อ้อ... เกือบลืมไป พรุ่งนี้รินรดาเขามีนัดสัมภาษณ์พิเศษกับสื่อกระแสหลักนะ ผมคิดว่าเขาคงอยากได้รับข่าวดี... หรือข่าวร้ายที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต”
เขาวางมือลงบนไหล่ผมแล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงบังคับ ก่อนจะเดินออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ผมก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะตอนนี้... หมากในกระดานของเขาได้ขยับมาอยู่ในรัศมีที่ผมจะทำลายได้แล้ว
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ ถึงรินรดาเพียงคำเดียว: *‘ยกเลิกทุกอย่าง... เขาขยับเร็วกว่าที่เราคิด’*
ทว่าทันทีที่กดส่ง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้มาจากรินรดา มันมาจากเบอร์นิรนามที่ส่งคลิปวิดีโอสดๆ มาให้ผม ในคลิปนั้นคือภาพของรินรดาที่กำลังเดินเข้าลิฟต์โดยไม่รู้ตัว แต่มีใครบางคนในชุดสูทสีดำสนิทกำลังก้าวตามหลังเธอเข้าไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ
ผมไม่มีเวลาแล้ว ผมต้องตัดสินใจ... จะยอมทิ้งหลักฐานทั้งหมดเพื่อช่วยเธอ หรือจะลุยต่อแล้วเสี่ยงให้เธอต้องรับชะตากรรม!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในภารกิจล้างแค้นครั้งนี้ครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 28
ลับมีดเตรียมล้างแค้น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!