“ถอยออกไปให้ห่างจากตัวเขาครับริน! นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่นี่คือคำสั่งในฐานะแพทย์!”
เสียงของผมตวาดก้องไปทั่วโถงทางเดินที่เงียบสงัดของโรงพยาบาล รินรดาชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะมองร่างของ ‘เมฆ’ เพื่อนสนิทที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ แรงกระสุนนัดนั้นไม่ได้สังหารเขาในทันที แต่มันกำลังพรากเวลาของเขาไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ผมทิ้งกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ลงกับพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวพอๆ กับจังหวะหัวใจของผมที่เต้นรัวด้วยความตระหนก สายตาผมจับจ้องไปที่บาดแผลบริเวณใต้ชายโครงซ้าย เลือดสีแดงฉานเริ่มทะลักออกมาไม่หยุด
“ภัทร... นายต้องช่วยเขา... เขาคือคนเดียวที่มีหลักฐานในมือ...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ผมไม่ตอบโต้ แต่ขยับกายเข้าใกล้เมฆอย่างรวดเร็ว สัมผัสที่ปลายนิ้วยังคงความนิ่งสนิทตามวิสัยของศัลยแพทย์มือหนึ่ง ผมกดลงไปบนบาดแผลเพื่อห้ามเลือด แต่สัมผัสได้ทันทีถึงความผิดปกติที่รุนแรงกว่านั้น เลือดในช่องท้องกำลังคั่ง... อาการช็อกจากการเสียเลือดกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
“เมฆ! ฟังผมนะ ห้ามหลับตาเด็ดขาด!” ผมตะโกนเรียกสติเขา เมฆที่ดูเหมือนจะสติเลือนลางค่อยๆ ปรือตาขึ้น สายตาของเขาเลื่อนลอย แต่เมื่อสบตาผม เขากลับพยายามยกมือขึ้นคว้าปกเสื้อผมไว้แน่น
“พวกมัน... พวกมันรู้แล้ว... ภัทร... ไฟล์นั่น... อยู่ที่...”
“เก็บแรงไว้ครับ! อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น!” ผมคว้าชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินออกมา มือของผมขยับไปตามความคุ้นชินและสัญชาตญาณที่ผ่านการฝึกฝนมานับพันครั้ง การผ่าตัดฉุกเฉินกลางโถงทางเดินไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แต่นี่คือทางรอดเดียวที่ผมจะมอบให้เขาได้ ในเมื่อรถพยาบาลและทีมกู้ชีพอาจจะมาช้าเกินไป
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ผมเห็นเงามืดของใครบางคนยืนอยู่ที่สุดปลายทางเดิน ชายคนนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีเกินจริง ดร.ชวิน... เขามายืนดูความตายของเพื่อนผมด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนกำลังดูการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ใกล้จะสำเร็จ
“การช่วยชีวิตคนหนึ่งคนในวินาทีที่โชคชะตากำหนดมาแล้วว่าต้องตาย... คุณคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไงครับ ภัทร?” เสียงทุ้มต่ำของดร.ชวินดังก้องขึ้นมา
ผมกัดฟันกรอด มือซ้ายยังคงกดบาดแผล มือขวาเตรียมอุปกรณ์เย็บหลอดเลือดอย่างรวดเร็ว “ผมไม่ได้เป็นพระเจ้าครับดร. แต่ในเมื่อผมได้โอกาสย้อนกลับมาแก้ไขสิ่งผิดพลาด ผมก็จะไม่ยอมให้ใครต้องตายด้วยน้ำมือของปีศาจอย่างคุณอีกเป็นครั้งที่สอง!”
รินรดาหันไปจ้องมองดร.ชวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น เธอคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แต่มือของเธอกลับสั่นเทาจนกดชัตเตอร์ไม่ได้ ดร.ชวินเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันหลังกลับช้าๆ ราวกับว่าความตายของเมฆเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่เขาสามารถกำจัดทิ้งได้ตลอดเวลา
“ผมให้เวลาคุณอีกแค่ห้านาทีภัทร ถ้าคุณช่วยเขาได้... ถือว่าคุณเก่งมาก แต่ถ้าคุณล้มเหลว ความลับของตระกูลผมจะจมหายไปพร้อมกับเพื่อนรักของคุณตลอดกาล”
เมื่อเงาร่างของดร.ชวินลับสายตาไป ผมสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมดลงไปที่ปลายมีดผ่าตัด มือผมมั่นคงดั่งหินผา แม้ในใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่คอยหลอกหลอน แต่ครั้งนี้ ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น
“ริน! กดตรงนี้ให้แน่นๆ อย่าปล่อยเด็ดขาด!”
รินรดารีบเข้ามาทำตามคำสั่งทันที เธอใช้สองมือกดแผลไว้จนนิ้วมือเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ผมเริ่มทำการสอดท่อระบายเลือดอย่างแม่นยำ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการแย่งชิงลมหายใจคืนมาจากมัจจุราช ผมมองเห็นภาพซ้อนของเหตุการณ์เมื่อชาติที่แล้ว... วันที่ผมต้องยืนมองเพื่อนสนิทสิ้นใจไปต่อหน้าโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
แต่วันนี้ ไม่ใช่วันนั้น
เลือดที่ทะลักออกมาเริ่มช้าลง เมฆเริ่มหายใจถี่ขึ้นแต่ทว่าสม่ำเสมอขึ้น ผมเย็บแผลชั้นในอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ เสียงสัญญาณชีพจรจากเครื่องมือที่ผมพกมาด้วยเริ่มกลับมาดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
“เขา... เขารอดแล้วใช่ไหมภัทร?” รินรดาถามด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
ผมยังไม่ตอบ เพราะสมาธิยังอยู่ที่การทำแผลชั้นสุดท้าย ทันใดนั้น ความเงียบสงัดของโรงพยาบาลก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากที่พุ่งตรงมาทางเรา ไม่ใช่รถพยาบาล แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทที่ดร.ชวินทิ้งไว้เป็นกำแพงด่านสุดท้าย
พวกมันไม่ได้เดินเข้ามาแบบปกติ แต่ชักอาวุธขึ้นมาจ่อตรงมาที่พวกเราทั้งสามคน
รินรดาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตา เธอถอยหลังจนชนเข้ากับผนัง ผมหยัดกายลุกขึ้นยืนบังร่างของเพื่อนสนิทไว้ แม้มือข้างหนึ่งจะยังเปื้อนเลือด แต่ผมก็หยิบปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาด้วยความชำนาญไม่แพ้มีดผ่าตัด
“ถอยไปครับ... ก่อนที่ผมจะต้องเปลี่ยนจากการรักษาคน มาเป็นการส่งพวกคุณไปนรกแทน” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากตัวเอง
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเมฆที่ร่วงอยู่ข้างตัวเขาก็สั่นรัวขึ้นมา รินรดารีบคว้าขึ้นมาดูแล้วหน้าถอดสี “ภัทร... นี่ไม่ใช่สายเรียกเข้าจากคนนอก แต่มันคือการแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาล... มีคนแฮ็กเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก และพวกมันกำลังจะทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งในอีกสิบวินาทีข้างหน้า!”
หัวใจของผมกระตุกวูบ เมื่อมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ผมพบว่าภาพในกล้องวงจรปิดที่เคยบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้กำลังถูกลบหายไปทีละไฟล์ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องชะงักงันคือไฟล์ที่ถูกอัปโหลดขึ้นไปยังคลาวด์สาธารณะโดยอัตโนมัติ พร้อมชื่อผู้ส่งที่คุ้นเคย
“ทำไม... ทำไมไฟล์ถึงถูกส่งมาจากคอมพิวเตอร์ที่บ้านของผม?” ผมพึมพำด้วยความสับสนอย่างรุนแรง
เพราะในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนเตือนภัยของโรงพยาบาลก็ดังลั่นสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร พร้อมกับร่างของพยาบาลคนหนึ่งที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาผม แต่เธอกลับไม่ได้ถือถาดอุปกรณ์ทางการแพทย์มาด้วย ในมือของเธอคือกระบอกฉีดยาที่บรรจุของเหลวสีใส ซึ่งผมจำได้ดีว่ามันคือสารพิษชนิดเดียวกับที่ใช้สังหารครอบครัวของผมในอดีต
ทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผม หวังว่าเราจะได้พบกันในตอนหน้านะครับ ขอบคุณมากครับ
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 27
การสูญเสียที่ไม่เกิดขึ้น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!