หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 24

เบื้องหลังองค์กรทมิฬ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
“ดูเหมือนคุณจะฉลาดกว่าที่ผมคิดไว้... แต่ก็นั่นแหละ ความฉลาดที่วางผิดที่ มักจะนำพาหายนะมาสู่ตัวเองเสมอ” คำพูดของชายปริศนาผู้กุมอำนาจเงาในเงามืดของห้องทำงานยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปเพียงไม่กี่นาที แต่หยาดเหงื่อเย็นเยียบกลับซึมออกมาตามไรผม ผมยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่ตอนนี้ว่างเปล่า ราวกับว่าสิ่งที่มีชีวิตอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอน แต่หลักฐานที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ราคาแพงกลับตอกย้ำว่านี่คือความจริงที่น่าสะพรึงกลัว เอกสารชุดนั้นไม่ใช่แค่หลักฐานการฟอกเงิน แต่มันคือรายชื่อของ ‘เป้าหมาย’ ที่ ดร.ชวิน จัดเตรียมไว้สำหรับการทดลองทางพันธุกรรมที่ผิดจริยธรรม และชื่อของครอบครัวผม... พ่อ แม่ และน้องสาว ก็อยู่ในลำดับต้นๆ ของรายการสังหารเมื่อสิบปีก่อน ผมสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นมือที่สั่นเทาให้หยุดนิ่ง ผมคือศัลยแพทย์ มือของผมถูกฝึกมาเพื่อรักษาชีวิต ไม่ใช่สั่นคลอนด้วยความโกรธแค้น แต่วินาทีนี้ เลือดในกายผมกลับเดือดพล่านราวกับลาวา "หมอภัทร คุณโอเคไหม?" เสียงของรินรดาที่ดังขึ้นจากมุมห้องเรียกสติผมให้กลับมา เธอขยับแว่นสายตาพลางก้าวเข้ามาใกล้ สีหน้าของเธอเคร่งเครียดไม่ต่างจากผม มือของเธอถือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายภายในขององค์กรทมิฬนี้อยู่ "ผมคิดว่า... เรามองปัญหาผิดไปตั้งแต่ต้นครับริน" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระดับความเรียบเฉยไว้ "เราคิดว่า ดร.ชวิน คือจุดสูงสุดของพีระมิด แต่เปล่าเลย... เขาเป็นเพียงแค่ 'ศัลยแพทย์ผู้ถือมีด' ให้กับใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังอีกที" รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอหมุนหน้าจอแท็บเล็ตให้ผมดู "ฉันเจอบางอย่างที่น่าขนลุกยิ่งกว่าชื่อในลิสต์นั่นค่ะ ในฐานข้อมูลลับที่เจาะได้เมื่อกี้ พบการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากกองทุนการกุศลยักษ์ใหญ่ไปยังบัญชีนอมินีของ ดร.ชวิน และที่น่าตกใจกว่าคือ... ปลายทางของเงินก้อนนั้น ถูกส่งต่อไปยังกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรตรวจสอบยาแห่งชาติด้วย" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศบีบคั้นราวกับอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความแค้นส่วนตัวของหมอคนหนึ่งกับอาจารย์แพทย์ผู้หิวกระหายอำนาจ แต่มันคือการทุจริตเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกไปถึงระดับนโยบายของรัฐ "พวกเขาใช้ชีวิตของคนไข้เป็นเบี้ยในการหาเงิน" ผมพึมพำขณะพลิกดูเอกสารหน้าที่สี่ ซึ่งระบุถึงขั้นตอนการนำเข้ายาที่ยังไม่ผ่านการรับรองเพื่อใช้ในเคสผ่าตัดของผู้มีอิทธิพล "ถ้าเราเปิดเผยเรื่องนี้โดยไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ คนที่จะตายไม่ใช่แค่พวกเขา... แต่จะเป็นพวกเราที่หายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย" รินรดาเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าคำว่า 'หายไป' ของผมหมายถึงอะไร พ่อแม่ผมไม่ได้ตายจากอุบัติเหตุ แต่พวกเขากลายเป็นเหยื่อของการปกปิดความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า "เราต้องไปที่นั่น" ผมตัดสินใจในที่สุด สายตามุ่งมั่นพุ่งตรงไปที่แผนที่บนหน้าจอ "ที่ไหนคะ?" "หอพักผู้ป่วยติดเตียง 'แสงอรุณ' ในส่วนที่ปิดตายของโรงพยาบาลเครือข่ายดร.ชวิน ริน... คนไข้ที่ถูกรายงานว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว อาจจะยังอยู่ที่นั่น ในฐานะตัวทดลองที่ยังมีลมหายใจ" เราเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบในยามค่ำคืน บรรยากาศภายในโรงพยาบาลในเวลาหลังเที่ยงคืนเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ผมสวมชุดกาวน์ขาวเดินผ่านทางเดินที่คุ้นเคย แสร้งทำเป็นศัลยแพทย์ที่กำลังตรวจเวรดึก แต่ภายใต้เสื้อกาวน์นั้นคือเครื่องมือบันทึกข้อมูลขนาดจิ๋วที่รินรดาส่งให้ เรามาหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กดัดที่ถูกล่ามโซ่ไว้แน่น ป้ายหน้าประตูเขียนว่า 'เขตปลอดเชื้อ ห้ามเข้า' แต่เสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังแว่วออกมาจากข้างในบ่งบอกชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่ห้องปลอดเชื้อธรรมดา แต่มันคือคุกกักขังชีวิตมนุษย์ ผมใช้กุญแจผีที่รินรดาขโมยมาจากห้องเก็บหลักฐานไขเปิดอย่างชำนาญ เสียงกลไกเหล็กกระทบกันดังกริ๊กเบาๆ ก่อนประตูจะแง้มออก ภายในห้องไม่ได้มีแค่เตียงเดียว แต่มันมีเรียงรายเป็นสิบเตียง แต่ละเตียงเต็มไปด้วยสายระโยงระยางที่เชื่อมต่อกับหน้าจอแสดงผลที่ทันสมัยเกินกว่าโรงพยาบาลทั่วไปจะมีได้ ผมเดินเข้าไปใกล้เตียงที่อยู่ใกล้ที่สุด แสงไฟจากหน้าจอสลัวๆ ทำให้ผมเห็นใบหน้าของคนไข้ชัดเจน "พระเจ้า..." รินรดาอุทานเสียงหลง มือที่ถือกล้องบันทึกภาพสั่นระริก นั่นไม่ใช่คนไข้ที่ไหนไกล... แต่เป็นศาสตราจารย์เกรียงไกร อาจารย์แพทย์ที่เป็นคนไข้เคสสำคัญของ ดร.ชวิน ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามเดือนก่อน ข่าวลือตอนนั้นบอกว่าเขาย้ายไปต่างประเทศ แต่ตอนนี้เขากลับนอนอยู่ตรงนี้ ผิวหนังเหี่ยวแห้งคล้ายคนขาดสารอาหาร แต่ที่น่าสะพรึงกลัวคือสายเคเบิลที่ฝังเข้าไปในก้านสมองของเขา ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปตรวจสอบสัญญาณชีพของศาสตราจารย์เกรียงไกร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดเข้ามาในห้องจนผมต้องหรี่ตาลง "คุณหมอภัทร... ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าสอดรู้สอดเห็น" เสียงที่คุ้นเคยและแฝงไปด้วยความเยือกเย็นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ ผมค่อยๆ หันกลับไปมอง พบ ดร.ชวิน ยืนอยู่ท่ามกลางชายชุดดำห้าคน แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกตะลึงยิ่งกว่า คือบุคคลที่เดินตามหลังเขามา... เธอคือคนที่ผมไว้ใจที่สุดในแผนกศัลยกรรม และเป็นคนเดียวที่รู้ทุกย่างก้าวของการสืบสวนของผมมาโดยตลอด "หมอวีณา..." ผมเรียกชื่อเธอด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย "ทำไม..." วีณาไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับเดินไปยืนข้าง ดร.ชวิน พร้อมกับถือแฟ้มข้อมูลในมือแน่น สายตาที่เคยอ่อนโยนของเธอ บัดนี้เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยและเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง "เพราะเธอไม่ใช่แค่คนทรยศหรอกนะภัทร" ดร.ชวินเหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชี้ปืนเก็บเสียงมาที่หน้าอกผม "เธอคือคนที่เขียนชื่อครอบครัวนายลงในรายการสังหารตั้งแต่แรกแล้ว... จริงไหม วีณา?" ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปพร้อมกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%