"เอกสารพวกนี้... ไม่ใช่แค่รายงานการวิจัย แต่มันคือใบสั่งตายของคนไข้ในแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูทั้งหมด"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนเข้ากับดวงตาของรินรดาที่เบิกกว้างขึ้น เธอไม่ได้เอ่ยตอบในทันที แต่สายตาที่กวาดมองตัวเลขในเอกสารด้วยความรวดเร็วนั้นบ่งบอกถึงความตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนักข่าวผู้ใจเย็น
"หมอภัทร... ถ้าดร.ชวินกล้าถึงขั้นใช้ยาตัวที่ยังไม่ได้ผ่านการทดลองขั้นที่สามกับคนไข้โดยพละการ นั่นหมายความว่าเขามีแบ็คอัพที่ใหญ่มาก" รินรดาลดแฟ้มเอกสารลง เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความหนักแน่น "เราชนะในยกแรกที่ทำให้บอร์ดบริหารตรวจสอบงบประมาณของเขาได้ แต่นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องการทุจริตแล้ว มันคืออาชญากรรม"
ผมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนัง เสียงเอี๊ยดของเก้าอี้ดังชัดเจนในความเงียบ ผมหลับตาลงชั่วครู่ ภาพใบหน้าของครอบครัวที่จากไปในอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่ความบังเอิญ... ทุกอย่างถูกวางหมากไว้ตั้งแต่วันนั้น
"มันเป็นกับดักครับริน" ผมลืมตาขึ้น สบสายตากับเธอตรงๆ "ชัยชนะที่เราได้มาเมื่อสัปดาห์ก่อน ดร.ชวินยอมเสียสละหมากตัวเล็กๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้เราชะล่าใจ เขาปล่อยให้เราตรวจสอบงบประมาณ เพื่อให้เราโฟกัสแค่ตัวเลขการเงิน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เร่งรัดกระบวนการทดลองยาตัวใหม่ในความมืด"
ผมลุกขึ้นเดินไปยังกระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยเส้นสายโยงใยของโครงสร้างอำนาจในโรงพยาบาล นี่คือช่วงเวลาที่ผมต้องเปลี่ยนบทบาท จากศัลยแพทย์ผู้รักษาชีวิต ไปสู่ผู้ไล่ล่าในเงามืด การวิจัยเชิงรุกไม่ได้หมายถึงการเข้าห้องแล็บ แต่หมายถึงการรุกคืบเข้าสู่พื้นที่อันตรายที่สุดของศัตรู
"ผมจะเข้าไปที่ศูนย์วิจัยพันธุวิศวกรรมของเขาในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ"
รินรดาลุกพรวดขึ้น "นั่นมันฆ่าตัวตายชัดๆ! หมอรู้ดีว่าที่นั่นมีระบบรักษาความปลอดภัยระดับไหน แล้วดร.ชวินเขาระแวงหมอจะตายไป"
"ถ้าผมไม่อยู่ในถ้ำเสือ ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าเสือตัวนั้นซ่อนอาวุธชนิดไหนไว้ทำร้ายคนไข้ของผม" ผมหยิบหูฟังไร้สายขึ้นมาสวม "ริน... เตรียมหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่ผมส่งให้เมื่อครู่ ถ้าผมหายไปเกินหกชั่วโมงหลังจากเข้าไปในนั้น ให้ส่งข้อมูลนี้ให้ตำรวจและสื่อมวลชนทันที อย่ารีรอ... แม้ว่าผมจะขอร้องก็ตาม"
ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้อง บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกขนลุกซู่แล่นผ่านสันหลังเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน ผมหยุดกะทันหันก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู
"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" รินรดาถามด้วยเสียงกระซิบ
ผมไม่ตอบ แต่สายตาจับจ้องไปที่ด้ามจับประตู มันมีรอยคราบจางๆ ที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนั้น คราบของสารเคมีที่คุ้นเคย... สารที่ใช้ในการทดลองยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทโดยเฉพาะ
ผมค่อยๆ กดเปิดประตูอย่างช้าๆ แต่สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ทางเดินที่ว่างเปล่าอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งกว่าปกติ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นทางเดินดังสะท้อนมาแต่ไกล เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ... จังหวะของการเดินของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของเสาไฟทางเดิน ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว
"ดร.ชวิน..." ผมพึมพำออกมา
เขายืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือแฟ้มสีน้ำเงินที่คุ้นตา มันคือแฟ้มประวัติการทดลองที่ผมเพิ่งจะวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานเมื่อครู่!
"หมอภัทร... ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะเรื่อง 'การเดินทางที่ไกลขึ้น' ที่คุณกำลังพยายามจะก้าวเข้าไป" เขาเว้นจังหวะก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ชวนสะอิดสะเอียน "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างผม จะปล่อยให้หนูทดลองอย่างคุณกระโดดข้ามรั้วกรงออกมาโดยไม่รู้ตัว?"
เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะข้างๆ ประตูด้วยกิริยาที่ดูสุภาพจนน่าเกลียด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผม สายตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโกรธ แต่มันมีความสมเพชซ่อนอยู่
"และที่สำคัญไปกว่านั้น... คนที่คุณรักที่สุดในตอนนี้ เขาก็ไม่ได้อยู่ที่ที่ควรจะอยู่แล้วล่ะนะ"
คำพูดของเขาเหมือนมีดเล่มคมที่กรีดลงบนหัวใจผม รินรดาหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน... หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าเป็นชื่อที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นในเวลานี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตากรรมไปกับผมนะครับ
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 22
การเดินทางที่ไกลขึ้น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!