"ถอยออกไปให้ห่างจากประตูเดี๋ยวนี้ครับคุณรินรดา!"
ผมกระซิบเสียงต่ำพลางคว้าข้อมือเธอให้หลบไปอยู่ด้านหลัง รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขณะจ้องมองเงาที่ซ้อนทับกันใต้บานประตูห้องผ่าตัดร้างนั่น เงาสองร่างขยับเคลื่อนที่อย่างสอดประสานราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน เสียงลากเหล็กแหลมครูดไปกับพื้นปูนดังบาดโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงคนเดิน แต่มันคือเสียงของการลาก 'บางอย่าง' เข้ามาหาเรา
ทว่าในจังหวะที่ผมตัดสินใจจะพังประตูเข้าไปเผชิญหน้า เสียงสั่นเครือจากมุมมืดในห้องกลับดังแทรกขึ้นมา
"หมอ... หมอภัทรใช่ไหมครับ? ผม... ผมยังไม่อยากตาย"
เสียงนั้นแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผมชะงักมือที่กำลังจะผลักประตู ใจที่เต้นระรัวเริ่มเปลี่ยนจังหวะ ผมจำเสียงนี้ได้ มันคือเสียงของ 'คนไข้ที่ถูกลืม' คนที่ผมเคยปล่อยให้ตายในอดีตชาติก่อนที่จะได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมา
ผมตัดสินใจกระชากประตูออกอย่างรุนแรง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ฆาตกรที่ถือมีด แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดคนไข้เก่าคร่ำคร่า ร่างกายซูบผอมจนเห็นกระดูก เขาไม่ได้ถูกซ้อม แต่เขากำลังถูก 'เครื่องมือแพทย์โบราณ' ที่มีลักษณะเหมือนหุ่นยนต์ดัดแปลงสี่ขาที่รินรดาเห็นเป็นเงานั้นเกาะติดอยู่กับแผ่นหลัง ราวกับกาฝากที่กำลังสูบกินชีวิตของเขา
"นั่นมันตัวอะไรน่ะภัทร!" รินรดาอุทาน เสียงสั่นเครือแต่ยังคงความกล้าหาญ เธอรีบหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
"อย่าเปิดแฟลชครับ!" ผมตะโกนห้าม "นั่นไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ปกติ มันคือเทคโนโลยีที่ชวินใช้เพื่อเปลี่ยนคนไข้ให้กลายเป็นห้องทดลองเดินได้"
ผมก้าวเข้าไปหาคนไข้ผู้น่าสงสารคนนั้นอย่างมั่นคง แม้ในใจจะรู้ดีว่าหากผมเข้าใกล้เกินไป อุปกรณ์ที่ฝังอยู่บนกระดูกสันหลังของเขาก็พร้อมจะปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตใส่ผมได้ทุกเมื่อ ผมนั่งลงตรงหน้าเขา สบตากับชายที่ผมเคยทอดทิ้งไปในอดีต สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้น แต่มันเต็มไปด้วยความหวังที่ริบหรี่
"ผมชื่อภัทรครับ วันนี้ผมมาเพื่อรักษาคุณ ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ผมจะไม่ทิ้งคุณอีกแล้ว" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในมือเริ่มควานหาชุดเครื่องมือผ่าตัดฉุกเฉินที่พกติดตัวไว้เสมอ
"หมอ... จำผมได้ด้วยหรือครับ?" เขาถาม น้ำตาไหลอาบแก้ม "ในตึกร้างนี่... มีคนมาตายไปกี่คนแล้ว ผมนับไม่ไหว... ดร.ชวินบอกว่าผมคือความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
ขณะที่ผมบรรจงใช้ใบมีดขนาดเล็กสะกิดรอยต่อระหว่างเนื้อเยื่อกับเครื่องจักรที่ฝังแน่น ผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านจากร่างคนไข้มายังปลายนิ้ว ทุกจังหวะการลงมีดคือความเป็นความตาย ผมต้องแยกแยะประสาทสัมผัสที่ถูกแทรกแซงด้วยวงจรไฟฟ้าออกให้ได้
"รินรดาครับ ช่วยหาจุดเชื่อมต่อสายไฟที่เชื่อมกับขั้วหัวใจของเขาให้ที มันอยู่ใต้รักแร้ขวา"
"ได้ค่ะ... เอ้ย! ได้ครับ!" รินรดาตอบรับ เธอรีบขยับเข้าไปใกล้ แม้ใบหน้าจะซีดเผือด แต่เธอก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอไม่ใช่แค่คู่คิด แต่เธอคือลมหายใจเดียวกับผมในภารกิจนี้
"เจอแล้วภัทร! มันมีรหัสสลักไว้ว่า... 'Project Zero'"
คำว่า 'Project Zero' กระตุกหัวใจผมจนชาไปทั้งร่าง นี่ไม่ใช่แค่การรักษา แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของคำตอบที่ว่า ทำไมครอบครัวของผมถึงต้องตาย เพราะโปรเจกต์นี้เองหรือที่ชวินใช้เป็นทางผ่านสู่การครองอำนาจทางการแพทย์ที่ผิดศีลธรรม
ผมค่อยๆ ตัดสายไฟเส้นที่สาม สัญญาณเตือนภัยในตัวคนไข้เงียบลง เครื่องจักรที่เคยเกาะหลังเขาอยู่เริ่มคลายตัวออกและร่วงลงสู่พื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่น ร่างของคนไข้ทรุดลงในอ้อมแขนของผม ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่กลับมาเป็นจังหวะปกติ
"ขอบคุณ... ขอบคุณที่เห็นผมเป็นคน" เขาพึมพำก่อนจะหมดสติไปจากความเหนื่อยล้า
ผมถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหารินรดาที่กำลังถ่ายรูปหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ไว้ แต่ทันใดนั้น ความเงียบในห้องผ่าตัดก็ถูกทำลายด้วยเสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดด้านหลังกำแพง
"เยี่ยมมากครับหมอภัทร ความเมตตาของคุณยังคงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คุณตายซ้ำตายซากได้เสมอ"
เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่คุ้นเคย ดร.ชวินก้าวออกมาจากเงามืด ในมือของเขามีรีโมทควบคุมที่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของอาคารแห่งนี้
"คุณไม่ได้มาเพื่อรักษาใครหรอกครับภัทร คุณแค่ก้าวเข้ามาในกรงขังที่คุณสร้างขึ้นเองต่างหาก" ชวินยิ้มเหี้ยม เขากดปุ่มในมือ ประตูทุกบานในห้องปิดตายลงพร้อมกับเสียงล็อคจากแม่เหล็กไฟฟ้า และที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ เพดานห้องค่อยๆ เคลื่อนลงมาพร้อมกับหนามแหลมคมที่ชี้ลงมายังพวกเรา
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนสุดท้ายของการเป็นหมอ... บทเรียนเรื่องการเอาตัวรอดในฐานะศพครับ"
ผมยืนขึ้นขวางหน้าคนไข้และรินรดา สายตามุ่งมั่นจ้องมองศัตรูที่ทำลายชีวิตผมมาทั้งชีวิต นี่ไม่ใช่จุดจบ แต่นี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด ว่าผมจะยอมแลกชีวิตตัวเองเพื่อช่วยคนไข้ที่ผมเคยลืม หรือจะยอมทิ้งเขามือเปล่าเพื่อเอาตัวรอดในเกมที่ชวินขีดเส้นไว้ให้
ผมหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมา แล้วหันไปหารินรดา "รินครับ... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เก็บภาพนี้ไว้ให้คนทั้งโลกได้รับรู้ความจริงนะครับ"
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากนาฬิกาข้อมือของผมก็ดังขึ้น มันคือสัญญาณเตือนที่ผมตั้งไว้สำหรับ 'ช่วงเวลาที่เส้นไทม์ไลน์กำลังจะถูกเขียนใหม่' และสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าประตูที่ควรจะถูกปิดตาย กลับกลายเป็นร่างของหญิงสาวที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นอีก... แม่ของผม ที่ดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตอยู่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผมในบทที่ 16 นี้ด้วยนะครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 16
รักษาคนไข้ที่ถูกลืม
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!