หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 7

ป้องกันอุบัติเหตุครั้งแรก

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
“หักพวงมาลัยไปทางซ้ายทันที! เร็วเข้า!” เสียงของผมตวาดก้องในรถยนต์ส่วนตัว เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความตระหนกที่พยายามเก็บกดไว้ลึกสุดใจ รินรดาสะดุ้งโหยง มือของเธอที่จับพวงมาลัยสั่นเทาแต่เธอก็ทำตามสัญชาตญาณอย่างฉับพลัน รถยนต์ซีดานสีบรอนซ์เงินเบี่ยงตัวออกจากเส้นทางหลักที่ผมเคยจำได้แม่นว่าจะเป็นจุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ยางล้อรถบดกับพื้นถนนจนเกิดเสียงเอี๊ยดลากยาว ความรู้สึกที่เหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเกิดขึ้นเมื่อรถบรรทุกพ่วงคันมหึมาวิ่งสวนผ่านช่องทางที่เราเพิ่งขับออกมาด้วยความเร็วสูง แรงลมจากการปะทะทำเอาตัวรถเซไปเล็กน้อย หากเรายังอยู่ตรงนั้น... ป่านนี้เศษเหล็กและร่างที่ไร้วิญญาณคงกลายเป็นอดีตที่ผมไม่มีวันแก้ไขได้อีก ผมหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อเม็ดโตไหลซึมผ่านขมับแม้เครื่องปรับอากาศในรถจะทำงานเต็มที่ “ภัทร... นี่มันเรื่องอะไรกันคะ? คุณรู้ได้ยังไงว่ารถคันนั้นจะเบรกแตก?” รินรดาหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เธอเป็นนักข่าวที่ช่างสังเกตเสมอ แต่ความสามารถในการมองเห็นอนาคตของผมเป็นสิ่งที่ผมยังอธิบายให้ใครฟังไม่ได้ แม้แต่คนข้างกายที่ไว้ใจที่สุด ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ “ผมแค่... สังเกตเห็นรอยน้ำมันรั่วจากใต้ท้องรถคันนั้นน่ะครับริน มันผิดปกติเกินกว่าจะเป็นรถบรรทุกทั่วไป ผมแค่อยากระวังไว้ก่อน” ผมโกหก ไม่ใช่เพราะอยากปิดบัง แต่เพราะผมยังหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้กับการ ‘ย้อนเวลากลับมา’ ครั้งนี้ไม่ได้ ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ถนนเส้นนี้ไม่ใช่เส้นทางหลักที่จะนำไปสู่บ้านของพ่อกับแม่ แต่เป็นทางเลี่ยงที่ผมตั้งใจเลือก เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวของผมจะไม่ต้องเดินทางผ่านสี่แยกมรณะนั่นในเวลาเดียวกัน มือของผมกำแน่นจนเห็นเส้นเลือด ผมไม่ใช่พระเจ้า ผมเป็นเพียงศัลยแพทย์ที่ได้รับโอกาสครั้งที่สองจากโชคชะตาที่โหดร้าย และผมจะไม่ยอมให้ ดร.ชวิน หรือใครหน้าไหนมาพรากชีวิตคนในครอบครัวของผมไปได้อีกเป็นอันขาด “เราต้องไปถึงบ้านก่อนหกโมงเย็น” ผมพึมพำกับตัวเอง “คุณกำลังกังวลเรื่องอะไรกันแน่?” รินรดาถามต่อ น้ำเสียงของเธออ่อนลง เธอเอื้อมมือมาแตะที่หลังมือผมเบาๆ “ฉันรู้ว่าคุณกำลังแบกอะไรบางอย่างไว้ ภัทร... ถ้ามันหนักเกินไป อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยนะ” ผมหันไปมองใบหน้าของเธอ ความเป็นห่วงที่ส่งผ่านดวงตาคู่นั้นทำให้หัวใจที่เย็นชาของผมอุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อย “ริน... คุณเชื่อเรื่องการแก้ไขอดีตไหมครับ?” “ถ้ามันหมายถึงการที่คุณรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น... ฉันก็คงต้องเชื่อ” เธอตอบนิ่งๆ ก่อนจะหันกลับไปมองถนน รถของเราเลี้ยวเข้าสู่ซอยย่อยที่เงียบสงัด แสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทางเริ่มติดสว่างขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมภายในรถ บรรยากาศบีบคั้นทำให้ผมต้องคอยมองกระจกหลังอยู่ตลอดเวลา ผมรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาจากมุมมืดของถนนเส้นนี้ ไม่ใช่แค่ผมที่กำลังไล่ล่าอดีต แต่ดูเหมือนจะมี ‘บางอย่าง’ กำลังไล่ล่าผมเช่นกัน ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น มันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ แต่ผมจำเลขหมายนี้ได้ดี... เบอร์ของ ดร.ชวิน ผมกดรับสายโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “หมอภัทร... รู้สึกไหมว่าวันนี้ท้องฟ้ามันมืดเร็วกว่าปกติ?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย มันแฝงด้วยความเยือกเย็นจนผมขนลุกชัน “ทางเลี่ยงที่เธอเลือกใช้... มันดูจะอ้อมโลกไปหน่อยนะ ไม่คิดเหรอว่าบางครั้ง ทางที่สั้นที่สุด อาจจะเป็นทางที่จบปัญหาได้ดีที่สุด?” หัวใจผมกระตุกวูบ เขาไม่ได้แค่สะกดรอยตาม แต่เขากำลังเล่นเกมกับผม “คุณต้องการอะไรกันแน่ ดร.ชวิน?” ผมถามเสียงเรียบ พยายามรักษาความสุภาพไว้ภายใต้ความเดือดดาล “ต้องการให้เธอดูว่า... สิ่งที่เธอพยายามแก้ไขน่ะ มันไร้ค่าแค่ไหน” สิ้นเสียงนั้น รินรดาก็เหยียบเบรกจนมิดชิด รถหยุดกะทันหันกลางทางเปลี่ยวที่มืดสนิท เธอชี้ไปที่เบื้องหน้าด้วยมือที่สั่นระริก “ภัทร... นั่นมันรถของพ่อคุณ...” ผมมองผ่านกระจกหน้าออกไป รถตู้สีขาวคันที่พ่อกับแม่ของผมใช้เป็นประจำจอดนิ่งสนิทอยู่กลางถนน แต่ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ มีชายชุดดำสามคนกำลังล้อมรถคันนั้นอยู่ และหนึ่งในนั้น... กำลังง้างปืนพกขึ้นเล็งไปที่กระจกฝั่งคนขับ วินาทีนั้น ความเป็นสุภาพบุรุษและความสุขุมที่ผมเพียรสร้างมาตลอดพังทลายลง ผมรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปโดยไม่สนว่าตนเองจะเผชิญหน้ากับอะไร ในมือของผมคว้าประแจเหล็กที่วางอยู่ข้างเบาะออกมาโดยอัตโนมัติ ทว่า ก่อนที่ผมจะได้ก้าวเท้าไปถึงตัวพวกมัน ชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้ผมก็ค่อยๆ หมุนตัวกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ ไม่ใช่ลูกน้องของชวิน... แต่เป็น ‘ผม’ อีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น ในสภาพที่เสื้อผ้าเปื้อนเลือดและแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นพอๆ กันกับผม “นายช้าไปก้าวหนึ่งนะ หมอภัทร” อีกคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนผมทุกกระเบียดนิ้วเอ่ยขึ้นพร้อมกับชักปืนออกมาจ่อที่ขมับตัวเอง “ถ้านายอยากช่วยครอบครัว นายต้องตัดสินใจ... ว่าจะให้ฉันตาย หรือให้นายตายแทน” ท่ามกลางความมืดมิดและทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิต ผมพบว่าตัวเองไม่ได้กำลังต่อสู้กับศัตรูภายนอก แต่กำลังต่อสู้กับชะตากรรมที่ย้อนกลับมาหลอกหลอนตนเองในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปแก้ไขชะตากรรมครั้งนี้กับผมนะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%