หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 18

รอยยิ้มของแม่

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
“รสมือแม่... ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นขณะตักแกงจืดเต้าหู้หมูสับเข้าปาก กลิ่นหอมของรากผักชีและพริกไทยที่คุ้นเคยตีขึ้นจมูกจนขอบตาผมร้อนผ่าว ผมวางช้อนลงช้าๆ พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น ขณะที่แม่ผู้ซึ่งควรจะจากโลกนี้ไปนานแล้วในเส้นเวลาเดิม กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าผม ในบ้านหลังเดิมที่ผมเคยเสียน้ำตาให้เป็นร้อยครั้ง “เป็นอะไรไปภัทร? แม่ปรุงรสเค็มไปเหรอ หรือว่าเหนื่อยจากงานที่โรงพยาบาลมากไป?” เสียงของแม่นุ่มนวลเหมือนเสียงดนตรีที่ปลอบประโลมจิตวิญญาณอันแตกสลายของผม ท่านใช้หลังมืออังหน้าผากผมเบาๆ ความอบอุ่นจากผิวสัมผัสทำให้น้ำตาที่ผมพยายามกลั้นไว้แทบจะทะลักออกมา ผมยิ้มตอบ พยายามซ่อนความโศกเศร้าที่ตกค้างจากอนาคตที่บิดเบี้ยวเอาไว้ให้มิดที่สุด “เปล่าครับแม่... ผมแค่นึกขึ้นได้ว่า ช่วงหลังๆ มานี้ ผมลืมวิธีมีความสุขไปนานมาก” “ลูกน่ะนะ ชอบแบกโลกไว้คนเดียว” พ่อพูดขึ้นบ้าง ท่านวางหนังสือพิมพ์ลงพลางมองผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ “ตั้งแต่เรียนจบหมอมา แกดูขึงขังขึ้นเยอะ แต่วันนี้... วันนี้แกดูเหมือนเด็กชายภัทรคนเดิมที่ชอบมาอ้อนแม่ตอนสอบได้ที่หนึ่ง” บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบ มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบจานกระเบื้องเบาๆ ซึ่งสำหรับผม มันคือความเงียบที่หรูหราที่สุดในชีวิต ผมเฝ้ามองรอยยิ้มของแม่—รอยยิ้มที่ไม่มีความระแวง ไม่มีร่องรอยของความเจ็บป่วยจากโรคร้ายที่ดร.ชวินเคยจงใจยัดเยียดให้ในอนาคตที่ผมแก้ไขมันไปแล้ว ใช่ครับ ผมย้อนเวลากลับมาเพื่อสิ่งนี้ เพื่อปกป้องรอยยิ้มนี้ แม้จะต้องแลกด้วยการทำลายชีวิตของใครบางคน หรือแม้แต่ต้องดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในการล้างแค้น ผมก็ยอม ทว่าท่ามกลางความสุขที่เอ่อล้น ประสาทสัมผัสของผมกลับทำงานโดยสัญชาตญาณ เสียงรถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้านพักห่างออกไปสามหลัง ทำให้ผมชะงัก ร่างกายของผมตึงเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ ผมคุ้นเคยกับเสียงเครื่องยนต์แบบนี้... มันคือรถรุ่นเดียวกันกับที่ลูกน้องของดร.ชวินใช้ขับตามรอยผมเมื่อสัปดาห์ก่อน “ภัทร?” เสียงแม่เรียกซ้ำ ผมจึงรีบปั้นหน้ายิ้ม “ขอโทษครับ พอดีนึกเรื่องเคสผ่าตัดพรุ่งนี้ได้นิดหน่อยครับ” “งานสำคัญก็จริง แต่ต้องรู้จักพักบ้างนะลูก” แม่ตักแกงเพิ่มให้ผมอีกถ้วย “ชีวิตคนเราสั้นนัก บางทีความสุขที่เรียบง่ายที่สุด ก็คือสิ่งที่คนเรามักจะมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัวเลย” ผมก้มหน้าทานข้าวต่อ ในใจครุ่นคิดถึงคำพูดของแม่ หากท่านรู้ว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ผมอาจจะต้องเป็นคนตัดสินชะตาชีวิตของ ‘สัตว์ร้าย’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในคราบอาจารย์แพทย์คนนั้น ผมจะยังคงได้รับรอยยิ้มแบบนี้จากท่านอยู่ไหม? มื้อค่ำดำเนินไปอย่างอบอุ่น ผมเก็บรายละเอียดทุกอย่าง ทั้งเสียงหัวเราะของพ่อ ทั้งคำบ่นเรื่องสวนหลังบ้านของแม่ ผมถ่ายรูปภาพเหตุการณ์นี้ไว้ในความทรงจำให้ชัดเจนที่สุด เพราะผมรู้ดีว่า... เวลาแห่งความสุขที่ผมขโมยมาจากโชคชะตามันมักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ กระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงสองทุ่ม ขณะที่ผมกำลังช่วยแม่เก็บจานชามในครัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงผมก็สั่นครืด มันคือข้อความจากรินรดา [ภัทร... ชวินเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว มันไม่ได้รอให้ถึงกำหนดการประชุมเดือนหน้า แต่มันกำลังเตรียมทำลายหลักฐานในแล็บลับคืนนี้เลย ตอนนี้พวกมันกำลังไปที่นั่นพร้อมกับเอกสารสำคัญ ถ้าเราไม่ขัดขวางตอนนี้ เราจะไม่มีวันได้หลักฐานเอาผิดมันอีกเลย] ผมอ่านข้อความนั้นแล้วลมหายใจสะดุด ความเงียบในครัวที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นหัวใจ ผมหันไปมองแม่ที่กำลังฮัมเพลงอย่างมีความสุข ท่านไม่รู้เลยว่ามีดที่จ่อคอหอยครอบครัวเรากำลังขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที ผมวางจานลง ล้างมือด้วยความรู้สึกหน่วงในใจ ผมเดินเข้าไปกอดแม่จากด้านหลัง เป็นกอดที่ผมกลั้นน้ำตาไว้สุดชีวิต “แม่ครับ... ถ้าวันหนึ่งลูกต้องทำอะไรที่คนอื่นมองว่าไม่ดี เพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไป แม่จะยังภูมิใจในตัวลูกไหมครับ?” แม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาลูบหัวผมด้วยแววตาที่อ่านลึกไปถึงวิญญาณ “ลูกเป็นคนดีของแม่เสมอ ไม่ว่าลูกจะทำอะไร แม่เชื่อว่าลูกมีเหตุผลที่ทำเพื่อคนที่ลูกรัก... แต่จำไว้นะภัทร อย่าให้ความแค้นมาแทนที่ความเมตตาในหัวใจของหมอ” คำพูดนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงใจผม ผมผละออกมา หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากบ้าน ความอบอุ่นจากอ้อมกอดแม่ยังคงติดอยู่ที่ผิวหนัง แต่ความเย็นเยียบของปืนพกและแฟ้มหลักฐานที่ซ่อนอยู่ในรถกำลังเรียกหาผม ผมขับรถออกมาไกลพอสมควร จนกระทั่งเห็นเงาของรถคันหนึ่งจอดสลัวอยู่หน้าทางเข้าแล็บร้างตามที่รินรดาระบุไว้ ผมดับไฟหน้ารถแล้วหยิบเครื่องบันทึกเสียงขึ้นมาตรวจสอบ แต่วินาทีที่ผมจะก้าวลงจากรถ แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็สาดเข้ามาประทะกระจกหน้าผมอย่างแรงจนผมต้องยกมือขึ้นบัง กระจกฝั่งคนขับถูกเคาะด้วยจังหวะที่ผมจำได้แม่นยำ... จังหวะของคนที่มั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้คุมเกม ผมลดกระจกลง ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงนั้น สวมแว่นตาขอบทอง ใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีเป็นปกติ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความปราณี ดร.ชวินโน้มตัวลงมาหาผม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาโชยมาปะทะจมูก “คุณหมอภัทรครับ... การมาเยี่ยมบ้านพ่อแม่ในคืนนี้ เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของคุณเลยนะครับ” เขาพูดเบาๆ พร้อมกับชี้ปากกระบอกปืนเก็บเสียงมาที่ขมับของผม “เพราะในขณะที่คุณกำลังมีความสุขกับ ‘รอยยิ้มของแม่’... ลูกน้องของผม ก็เพิ่งจะเข้าไปเสิร์ฟของขวัญชิ้นพิเศษให้ท่านที่บ้านเมื่อสิบนาทีที่แล้ว” โลกทั้งใบของผมหมุนคว้าง ผมลืมหายใจ... ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้นอีกครั้ง สายเรียกเข้าปรากฏชื่อ ‘แม่’ ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างผมในภารกิจล้างแค้นที่เริ่มเดือดพล่านขึ้นในทุกขณะนี้นะครับ หมอภัทรแก้ไขชะตา
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%