“พ่อครับ... พ่อได้ยินผมไหม?”
เสียงของผมสั่นเครือ แผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในห้องไอซียูที่เย็นเฉียบ ภาพตรงหน้าผมไม่ใช่ภาพจำลองจากความทรงจำ แต่มันคือความเป็นจริงที่บิดเบี้ยวด้วยห้วงเวลาที่ผมข้ามกลับมาเพื่อแก้ไข
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อรุนแรงอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ฝังใจผมมาตลอดหลายปี กลิ่นของความตายที่พยายามจะพรากพ่อไปจากผมในคืนวันนั้น คืนที่ผม—ในฐานะหมอฝึกหัดผู้ไร้ประสบการณ์—ทำได้เพียงยืนมองมือของศัตรูที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดกาวน์ขาวสะอาดตา พยายามปลิดชีพพ่อด้วยการจ่ายยาที่ผิดพลาด
“คุณภัทรครับ...” เสียงของรินรดาดังมาจากด้านหลัง มือของเธอแตะที่ไหล่ผมเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นและหนักแน่นพอที่จะดึงสติผมกลับมาจากเหวแห่งความแค้น “เรามีเวลาไม่มาก ก่อนที่ดร.ชวินจะเปลี่ยนเวรยามและเข้ามาตรวจเช็กอาการคุณพ่ออีกครั้ง”
ผมหันไปมองเธอ สายตาของรินรดาเต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้อยู่เต็มอกว่านี่ไม่ใช่แค่การรักษา แต่มันคือการเผชิญหน้ากับฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่หลังจรรยาบรรณแพทย์ที่เน่าเฟะ ผมกระชับมือที่กุมมือที่เย็นเฉียบของพ่อไว้แน่น ความรู้สึกผิดยังคงกัดกินหัวใจไม่ต่างจากตอนนั้น
“ถ้าคืนนั้น... ผมรอบคอบกว่านี้” ผมรำพึงออกมาพลางจ้องมองหน้าจอวัดสัญญาณชีพ “พ่ออาจจะไม่ต้องเจอกับความทุกข์ทรมานแบบนี้”
“หยุดโทษตัวเองเถอะค่ะ” รินรดาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูผม “คุณไม่ใช่คนเดิมที่ไร้ทางสู้นะคะ คุณคือหมอภัทรคนที่ย้อนกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม อย่าให้ความเสียใจกลายมาเป็นอุปสรรคในการช่วยชีวิตพ่อของคุณ”
คำพูดของเธอกระตุกหัวใจผมให้กลับมาเต้นเป็นจังหวะมั่นคงอีกครั้ง ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ประคองสติให้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งในห้องผ่าตัด ผมรู้ดีว่าดร.ชวินไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อรักษา เขามาเพื่อปิดปากพยานปากเอกคนสำคัญที่รู้ความลับเรื่องการทดลองผิดกฎหมายของเขา
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงเดินของพยาบาลทั่วไป แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่ก้าวอย่างมั่นคงและเย่อหยิ่ง จังหวะที่หยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำให้ผมรู้ทันทีว่า ‘ใคร’ กำลังจะเข้ามา
ผมผละจากเตียงพ่ออย่างรวดเร็ว ส่งสัญญาณให้รินรดาหลบไปที่หลังม่านกั้นสีฟ้าซีดๆ ผมถอยไปยืนในมุมมืดของห้อง พลางหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่เพิ่งได้มาจากการสืบสวนขึ้นมาถือไว้มือสั่นน้อยๆ
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวปรากฏตัวขึ้น ดร.ชวินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่งอย่างน่าสะอิดสะเอียน เขามองไปรอบๆ ราวกับจะตรวจตราความเรียบร้อย ก่อนจะหยุดยืนข้างเตียงพ่อของผม เขาหยิบไซริงค์บรรจุของเหลวสีใสออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ดวงตาของเขาภายใต้กรอบแว่นดูไร้อารมณ์ แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“หลับให้สบายเถอะครับท่านอธิการบดี ความลับนี้จะได้ตายไปพร้อมกับคุณเสียที” ดร.ชวินพึมพำกับร่างที่ไร้สติบนเตียง
จังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปกดตัวยาเข้าสู่สายน้ำเกลือ ผมก็ก้าวออกมาจากเงามืด เสียงของผมเย็นชาและทรงพลังจนคนตรงหน้าต้องชะงัก
“หมอที่มุ่งหวังชีวิตคนอื่นแบบคุณ... ยังกล้าเรียกตัวเองว่าหมออยู่อีกหรือครับ อาจารย์ชวิน”
ดร.ชวินสะดุ้งสุดตัว เขารีบซ่อนไซริงค์ไว้ด้านหลัง แววตาที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย
“ภัทร? เธอมาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้?” เขาถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ “พ่อของเธออาการทรุดหนัก หมอต้องรีบจัดการจ่ายยาประคองอาการ เธอควรถอยไปให้ห่างจะดีกว่า”
“ยา?” ผมก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าว มองลึกลงไปในดวงตาที่ซ่อนความอำมหิต “ยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้นภายในสามนาทีแบบนั้นเหรอครับ? อย่าลืมสิครับว่าผมเองก็เป็นลูกศิษย์คุณ... และผมก็จำได้แม่นว่าคืนนั้น... คืนที่พ่อผมต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือใคร!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องไอซียูจนน่าอึดอัด ดร.ชวินค่อยๆ เผยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวออกมา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางวางไซริงค์ลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่เกรงกลัว
“จำได้งั้นรึ? ถ้าเธอจำได้จริง เธอก็น่าจะรู้ว่าประวัติศาสตร์มันมีไว้เพื่อซ้ำรอย...” เขาเว้นจังหวะ สายตาเหลือบไปมองที่หน้าจอสัญญาณชีพที่เริ่มส่งเสียงเตือนเบาๆ “ในเมื่อเธออยากช่วยพ่อเธอมากนัก งั้นก็ลองดูสิว่า ระหว่างยาที่อยู่ในไซริงค์นี้ กับความลับที่ซ่อนอยู่ในแฟ้มงานวิจัยของพ่อเธอ... อะไรจะพังทลายลงก่อนกัน”
เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินบนหัวเตียงโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว เสียงสัญญาณดังสนั่นไปทั่วชั้นทันที ดร.ชวินยิ้มให้ผมอย่างผู้ชนะ ขณะที่เสียงฝีเท้าของพยาบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากกำลังวิ่งกรูเข้ามาทางหน้าห้อง
“ดูเหมือนว่าตอนนี้... คนที่จะต้องเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย จะไม่ใช่หมออย่างฉันแล้วนะ ภัทร”
เขาหันไปเปิดประตูห้องทิ้งไว้ แล้วก้าวถอยหลังออกไปท่ามกลางความโกลาหลที่เขาสร้างขึ้นเอง ทิ้งให้ผมยืนอยู่ข้างเตียงพ่อ พร้อมกับหลักฐานมัดตัวที่เขาเพิ่งวางทิ้งไว้ โดยที่ผมรู้ดีว่าหากผมหยิบมันขึ้นมา ผมจะกลายเป็นผู้ต้องหาทันที แต่ถ้าผมไม่หยิบ... ชีวิตของพ่อก็อาจจะจบลงในวินาทีนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดในอดีตไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
หมอภัทรแก้ไขชะตา
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 46
ความเจ็บปวดในอดีต
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!