“ถ้าพ่อเลือกช่วยคนไข้ที่ไม่มีทางรอดในวันนั้น ครอบครัวเราอาจจะไม่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ คุณหมอภัทร... คุณเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า การที่พ่อคุณทำตัวเป็นฮีโร่ในอดีต มันคุ้มค่ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคุณหรือเปล่า?”
เสียงของ ดร.ชวิน เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กรีดลงบนผิวหนัง ผมยืนอยู่ตรงข้ามเขาในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อและเอกสารที่เป็นหลักฐานมัดตัวความชั่วร้ายของเขา มือที่ผมกำแน่นจนสั่นเทาไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันคือแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงจากการย้อนอดีตกลับมาพบความจริงที่บิดเบี้ยว
ผมไม่ตอบโต้ แต่เดินผ่านเขาไปหยิบแฟ้มประวัติคนไข้เก่าที่ผมพบในตู้เซฟลับของเขา ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้บอกแค่ความผิดพลาด แต่มันคือหลักฐานว่า ‘พ่อ’ ของผมไม่ใช่คนที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างที่ผมเคยเข้าใจในชาติก่อน
ผมรีบขับรถออกจากโรงพยาบาลทันที จุดหมายไม่ใช่ที่พัก แต่เป็นบ้านไม้เก่าหลังหนึ่งที่ผมแอบซื้อคืนไว้หลังจากย้อนเวลากลับมา ที่นี่คือสถานที่ที่ผมเคยกอดศพพ่อด้วยความโกรธแค้นและน้อยใจ แต่ในวันนี้ ผมถือแฟ้มนั้นไว้แน่น ภายในบรรจุบันทึกส่วนตัวของพ่อที่ผมเพิ่งค้นพบในซอกลับของลิ้นชักโต๊ะทำงานเก่า
ผมเปิดอ่านบันทึกที่เต็มไปด้วยรอยคราบหมึกเลือนราง...
*‘วันที่ 14 พฤษภาคม... วันนี้ผมตัดสินใจผ่าตัดเคสที่หมอชวินบอกว่าไม่คุ้มที่จะเสี่ยง ผมรู้ดีว่าถ้าพลาด ชื่อเสียงของผมจะป่นปี้ แต่ในมือของผมคือชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่รอคอยการมองเห็นโลกอีกครั้ง ถ้าผมไม่ทำใครจะทำ? ภัทรลูกพ่อ... ถ้าวันหนึ่งลูกโตขึ้น ขอให้รู้ไว้ว่า การรักษาไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือความสำเร็จ แต่มันคือการยื้อลมหายใจสุดท้ายด้วยความรัก’*
น้ำตาที่ผมคิดว่าแห้งเหือดไปนานแล้วร่วงหล่นลงบนกระดาษ ผมเคยโทษพ่อว่าเขาบ้างาน เขาไม่รักครอบครัว เขาเห็นคนอื่นดีกว่าเรา แต่บันทึกเล่มนี้กำลังบอกผมว่า ทุกวินาทีที่พ่อหายไปจากบ้าน คือวินาทีที่เขาพยายามต่อสู้กับอำนาจมืดเพื่อปกป้องความถูกต้อง และปกป้องผมจากการถูกดร.ชวินดึงเข้าสู่เกมการเมืองในโรงพยาบาล
“พ่อไม่ได้ทิ้งผม... พ่อแค่สู้เพื่อผมในแบบที่ผมมองไม่เห็น” ผมพึมพำเสียงสั่น
รินรดาเดินเข้ามาในห้องช้าๆ เธอวางมือลงบนไหล่ผม สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้ผมรู้สึกตัวว่าผมไม่ได้เผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนี้เพียงลำพัง “ภัทรคะ... พ่อของคุณคือฮีโร่จริงๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยความโลภ เขาเป็นคนเดียวที่กล้ายืนหยัดขวางทางดร.ชวินจนตัวตาย เพื่อที่จะปกป้องข้อมูลชุดนี้ให้ถึงมือคุณ”
“ผมโง่มากริน... ผมใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเกลียดคนที่รักผมที่สุด”
“คุณไม่ได้โง่หรอกค่ะ คุณแค่ถูกหลอกด้วยคำลวงของคนชั่ว แต่ตอนนี้เรามีหลักฐานครบแล้ว เราจะเปิดโปงดร.ชวินให้ถึงที่สุด”
ผมเงยหน้ามองรินรดา ดวงตาของผมเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น บันทึกของพ่อไม่ได้แค่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่มันมีรายชื่อผู้ถือหุ้นเบื้องหลังดร.ชวิน ที่เกี่ยวพันกับอุบัติเหตุของครอบครัวเราโดยตรง ทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างน่าขนลุก นี่ไม่ใช่แค่การแพทย์ แต่เป็นอาชญากรรมที่วางแผนมานานนับทศวรรษ
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ไม่ระบุชื่อที่คุ้นเคยในความทรงจำช่วงที่ผมยังเป็นแพทย์ฝึกหัด ผมกดรับสายด้วยมือที่มั่นคง
“สวัสดีครับ หมอภัทร” เสียงปลายสายแหบพร่าแต่แฝงด้วยอำนาจที่คุ้นเคย “สนุกพอหรือยังกับการรื้อฟื้นอดีต? อย่าคิดว่าบันทึกเล่มนั้นจะช่วยลูกได้ ถ้าผมบอกว่าตัวจริงของคนที่บงการรถบรรทุกคันนั้นในคืนที่พ่อคุณตาย คือคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้ล่ะ?”
ผมตัวแข็งทื่อ รินรดาที่ยืนอยู่ข้างหลังผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไปช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเยือกเย็น
“น่าเสียดายนะหมอภัทร...” เธอพูดเสียงเรียบขณะที่ในมือของเธอมีวัตถุบางอย่างที่เงาวับจ่อมาทางผม “คุณฉลาดขึ้นเยอะ แต่คุณดันลืมเช็คให้ดีว่า คนที่ส่งข้อมูลลับให้คุณตลอดทาง... ก็คือคนเดียวกับที่ขายข้อมูลของคุณให้ดร.ชวินตั้งแต่วันแรก”
ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ผมไม่ได้แค่สูญเสียพ่อไปในอดีต แต่ผมกำลังจะถูกคนข้างกายหักหลังในปัจจุบันที่ผมพยายามแก้ไขมาตลอด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตาไปกับผมนะครับ
หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย•ตอนที่ 47
พ่อคือฮีโร่
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์เทวะย้อนเวลา: ภารกิจเปลี่ยนชะตาที่สูญเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!