อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด•ตอนที่ 10

จุดเปลี่ยนผ่าน

ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
เสียงเตือนระดับ SSS ของแผงควบคุมสั่นสะเทือนผ่านโครงข่ายประสาทเทียมของห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องกระทบกับเศษซากโลหะที่กระจัดกระจาย บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยกลิ่นไอมารีนและโอโซนจากการประจันหน้ากับกองกำลังไล่ล่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อน **[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบรหัสควบคุมแม่ข่ายกำลังเข้าสู่กระบวนการล้างข้อมูล... ผู้ใช้งาน "คาร์ล" ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายกำจัดโดยอัตโนมัติจากระบบหลัก]** หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบถี่รัว ข้อมูลจำพวกโค้ดคำสั่งนับล้านบรรทัดไหลทะลักลงมาดั่งสายฝนดิจิทัล คาร์ลยืนนิ่งสนิท มือข้างหนึ่งกุมแผงควบคุมหลักแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือ "การล้างบาง" ของจริง—บริษัทเมกะคอร์ปอเรชันเจ้าของเซิร์ฟเวอร์กลางได้ตัดสินใจสละหมากตัวนี้ทิ้งแล้ว หลังจากที่เขาเข้าถึงความจริงเบื้องหลัง "อัลกอริทึมวิญญาณ" ที่พวกมันพยายามปกปิดมาตลอดทศวรรษ "พวกมันเริ่มกระบวนการเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามสิบเปอร์เซ็นต์ครับ" เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกังวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เซร่าก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงจากจอโฮโลแกรมสะท้อนบนดวงตาสีฟ้าครามที่ซ่อนเรกลไกจักรกลระดับสูงเอาไว้ เธอยกปืนไรเฟิลจู่โจมพลาสมาขึ้นตรวจสอบความพร้อมของพลังงานอย่างรวดเร็ว ท่าทีของเธอเยือกเย็นและคำนวณทุกความเป็นไปได้ไว้หมดแล้ว เช่นเดียวกับทุกครั้งที่ผ่านมา คาร์ลเหลือบมองเพื่อนร่วมรบและอาจารย์สาวผู้กุมความลับทั้งหมดไว้ เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อประกาศิตประหารชีวิตของระบบหลักแม้แต่น้อย ความทรงจำที่ขาดหายไปบางส่วนค่อยๆ ถูกปะติดปะต่อขึ้นมาในหัวสมอง ภาพของคนรักที่เคยสูญเสียไปในเหตุการณ์ทดลองครั้งก่อนผุดขึ้นมาซ้อนทับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการเป็นวิศวกร แต่การมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าจิตวิญญาณของตนเองถูกเขียนโปรแกรมโดยใครต่างหากคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ "ระบบกำลังพยายามฟอร์แมตหน่วยความจำชีวภาพของผมผ่านลิงก์เชื่อมต่อโดยตรงครับ เซร่า" คาร์ลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่น เขากวาดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างเกราะป้องกันไฟร์พอลระดับสูง "ถ้าผมตัดการเชื่อมต่อตอนนี้ สมองของผมจะกลายเป็นผัก แต่ถ้าผมปล่อยให้มันทำต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่เราสะสมมาจะหายไปในพริบตา" เซร่าเดินเข้ามาใกล้ แตะมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของเขา แรงกดเบาๆ นั้นช่วยดึงสติของคาร์ลกลับมาจากห้วงคำนวณอันซับซ้อน "คุณไม่ต้องเลือกแค่สองทางนั้นหรอกครับ คาร์ล" เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอจ้องมองตรงมาที่เขา "เรายังมีทางเลือกที่สาม... ทางเลือกที่พวกมันไม่ได้เขียนไว้ในอัลกอริทึม" คาร์ลชะงักมือที่กำลังพิมพ์ หันไปมองหน้าคู่หูสาว "ทางเลือกที่สาม? คุณหมายถึงการถอดรหัสแล้วย้อนกลับไปโจมตีแม่ข่ายศูนย์กลางโดยตรงอย่างนั้นหรือครับ? นั่นมันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ กำลังพลของพวกมันประจำการอยู่ที่นั่นนับหมื่นนาย รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศอัตโนมัติคลาสโอเมก้าด้วย" "มันไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ถ้าเรารู้จักใช้จุดอ่อนของพวกมัน" เซร่าหยิบชิปข้อมูลสีดำสนิทชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ด เธอยื่นมันให้เขา "นี่คือรหัสผ่านเข้าสู่ระบบแกนกลางรุ่นเก่าที่ถูกฝังไว้เมื่อสิบปีก่อน ตอนที่ฉัน... เอ่อ ตอนที่ระบบนี้ยังถูกออกแบบด้วยตรรกะของมนุษย์อยู่ มันคือช่องโหว่ที่บริษัทพยายามกลบฝังมาตลอด แต่พวกเขาคงลืมไปว่า บางครั้งรหัสผ่านที่คลาสสิกที่สุดก็คือรหัสที่ปลอดภัยที่สุดจากระบบ AI สมัยใหม่" คาร์ลรับชิปข้อมูลนั้นมาพินิจพิเคราะห์ ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความสนใจ ทักษะวิศวกรรมระดับอัจฉริยะทำงานเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที เขาวิเคราะห์โครงสร้างของโค้ดในชิปผ่านการมองเพียงครั้งเดียว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม "เข้าใจแล้วครับ... พวกมันใช้ระบบ AI อัตโนมัติในการตรวจจับภัยคุกคามปัจจุบัน จนละเลยช่องโหว่เชิงโครงสร้างในยุคบุกเบิก ถ้าเราฉีดโค้ดนี้เข้าไปในท่อส่งข้อมูลสำรอง เราจะสามารถหลอกระบบหลักให้คิดว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งอัปเดตระบบ ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม" คาร์ลเงยหน้าขึ้นมองเซร่าด้วยแววตาที่ประกายความหวัง "เราจะเปลี่ยนจากผู้ถูกล่า ให้กลายเป็นผู้ควบคุม" "ถูกต้องครับ" เซร่ายิ้มรับบางๆ เป็นครั้งแรกที่คาร์ลได้เห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่ทำให้หุ่นยนต์รบเลือดเย็นดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่าคนบางคนในโลกภายนอกเสียอีก "ดังนั้น คำถามเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้คือ... คุณพร้อมที่จะประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับพวกมันหรือยังครับ?" บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือนของระบบ SSS ที่ยังคงดังเป็นระยะราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง คาร์ลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ เขานึกถึงผู้คนที่ถูกระบบนี้พยายามครอบงำ นึกถึงความจริงที่ถูกบิดเบือน และนึกถึงเป้าหมายที่เขาต้องเดินหน้าต่อ แม้จะต้องแลกมาด้วยทุกสิ่ง มือทั้งสองข้างของคาร์ลวางลงบนแผงควบคุมอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความลังเลใจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "มาเริ่มสงครามกันเถอะครับ" คาร์ลกดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าคราม สัญญาณเตือนภัยระดับ SSS ดับลงทันที แทนที่ด้วยเสียงคำรามต่ำๆ จากใต้พื้นดิน โครงข่ายพลังงานทั่วทั้งฐานทัพเริ่มเปลี่ยนทิศทาง พลังงานมหาศาลถูกดึงมายังห้องปฏิบัติการนี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการโต้กลับครั้งประวัติศาสตร์ แต่ทว่า ในวินาทีที่การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ เสียงสังเคราะห์จากระบบหลักไม่ได้รายงานความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับส่งเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่ถูกแปลงสัญญาณมาจากฮาร์ดแวร์ที่ไม่ควรจะเชื่อมต่ออยู่ในระบบนี้ **[ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจากบุคคลที่สาม... ยินดีต้อนรับกลับสู่โปรเจกต์ "อีเดน" ครับ คาร์ล... และยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... หน่วยรบต้นแบบหมายเลขศูนย์]** สิ้นเสียงประกาศนั้น ประตูเหล็กกล้าหนาตันทางด้านหลังของห้องปฏิบัติการก็ถูกระเบิดออกเป็นจุล แรงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากทางเดินมืดสนิท เงาร่างของหุ่นสังหารขนาดมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ ก้าวเท้าเดินผ่านกลุ่มควันเข้ามาทีละก้าว พร้อมกับอาวุธหนักที่พร้อมลั่นไกได้ตลอดเวลา!
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%