เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ควอนตัมคอร์ระดับ 5 ดังสะท้อนก้องอยู่ในโครงสร้างท่อระบายน้ำทิ้งใต้ดินเขตเซกเตอร์ 4 กลิ่นอับชื้นของสารเคมีระเหยและคราบน้ำมันเครื่องผสมปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กเก่าคร่ำคร่า สภาพแวดล้อมรอบตัวมืดสนิทจนมีเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากดวงตาเซนเซอร์ของเซร่าที่สาดส่องนำทาง คาร์ลหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย แขนเสื้อด้านขวาขาดวิ่นจากคมกระสุนพลาสมาเมื่อครู่ ร่างกายของเขากำลังส่งสัญญาณเตือนถึงขีดจำกัดทางชีวภาพ แต่สติสัมปชัญญะกลับเฉียบคมและตื่นตัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"ระบบตรวจพบโดรนลาดตระเวนรุ่นสเกาท์ (Scout-Class) ของบริษัทโอเมก้าไพรม์ จำนวนสามลำกำลังเคลื่อนตัวปิดปากอุโมงค์ทางทิศเหนือ ความน่าจะเป็นในการปะทะสูงถึงเก้า puluh เก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์ครับ คาร์ล"
เสียงราบเรียบแต่แฝงความนุ่มนวลของเซร่าดังขึ้นผ่านช่องสื่อสารภายใน ขณะที่มือเรียวบางของเธอยังคงประคองปืนไรเฟิลจู่โจมน้ำหนักเบา รุ่น Aether-9 ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษด้วยชิ้นส่วนนาโนคาร์บอน ดวงตาคู่สวยที่ซ่อนกลไกปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินจุดอับสายตา
คาร์ลยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เอดิเตอร์ส่วนตัวหยุดเดิน เขาย่อตัวลงพิงกับผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะ สมองอันปราดเปรื่องของวิศวกรหนุ่มทำงานอย่างรวดเร็วราวกับหน่วยประมวลผลควอนตัม ดวงตาคมกริบวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัว ระบบนำทางในสมองเทียมของเขาฉายแผนผังโครงสร้างใต้ดินแบบเรียลไทม์ขึ้นมา
"พวกมันไม่ได้ใช้การตรวจจับด้วยความร้อนอย่างเดียว เซร่า" คาร์ลกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับอากาศเย็นยะเยือกในอุโมงค์ "ระบบโอเมก้าไพรม์อัปเกรดอัลกอริทึมการสั่นสะเทือน (Vibration-Frequency Algorithm) มาใหม่ พวกมันกำลังสแกนคลื่นความถี่จากการก้าวเท้าของเรา"
"เข้าใจแล้วค่ะ... เอ้ย... เข้าใจแล้วครับ" เซร่าเผลอใช้สรรพนามผิดพลาดไปเสี้ยววินาทีเนื่องจากระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติของเธอกำลังจำลองพฤติกรรมมนุษย์ แต่เธอก็แก้ไขคำพูดได้อย่างแนบเนียนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยาก "ถ้าเช่นนั้น การเดินเท้าแบบปกติจะใช้การไม่ได้ เราต้องอาศัยแรงโน้มถ่วงและโครงสร้างท่อระบายน้ำทิ้งหลัก"
เซร่าพยักพยักเพยิดไปทางท่อระบายน้ำทิ้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสามเมตรที่ตั้งอยู่เบื้องบน ซึ่งมีคราบของเสียอุตสาหกรรมไหลผ่านส่งกลิ่นฉุนรุนแรง แต่มันคือทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากการล็อกเป้าหมาย
คาร์ลไม่ลังเล เขากดเปิดใช้งานสวิตช์พลังงานที่อุปกรณ์เสริมบนข้อมือซ้าย แขนกลนาโนไทเทเนียมดีดตัวออกและยึดเกาะกับโครงสร้างเหล็กด้านบนอย่างมั่นคง แรงดึงดูดเทียมถูกปรับลดลงชั่วคราวด้วยคำสั่งรหัสผ่านที่เขาแฮกเข้ามาได้เมื่อสามนาทีที่แล้ว ร่างของวิศวกรหนุ่มลอยตัวขึ้นไปแนบชิดกับเพดานอุโมงค์อย่างเงียบเชียบไร้เสียงฝีเท้า
"ตาคุณแล้วครับ เซร่า" คาร์ลส่งสัญญาณ
หุ่นสาวรบพิเศษย่อเข่าลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อสังเคราะห์ใต้ผิวหนังเทียมขยายตัวเพื่อสะสมพลังงาน ชั่วพริบตาเดียว ร่างของเธอก็พุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศราวกับกระสุนปืนไรเฟิล เซร่าใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับขอบท่อระบายน้ำด้านบนได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ก่อนจะดึงร่างตัวเองขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในเงาความมืดได้อย่างแนบเนียน
ไม่ถึงครึ่งนาทีถัดมา เสียงใบพัดแรงดันสูงของโดรนลาดตระเวนก็ดังหึ่งๆ เข้ามาใกล้ แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องกวาดไปทั่วพื้นอุโมงค์ที่ว่างเปล่า เซ็นเซอร์ความร้อนและคลื่นเสียงกวาดผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ โดรนทั้งสามลำบินวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไปยังอุโมงค์แยกอีกด้านหนึ่ง
คาร์ลผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างระมัดระวัง เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงการซื้อเวลาชั่วคราวเท่านั้น พื้นที่เซกเตอร์ 4 หรือที่ชาวเมืองเรียกกันติดปากว่า "ย่านมืด" (The Dark District) เป็นเขตกึ่งปกครองตนเองที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสภาเมกะโพลิส เต็มไปด้วยเศษซากเทคโนโลยีตกรุ่น อาชญากรไซเบอร์ และหุ่นยนต์สงครามที่ถูกปลดประจำการแต่ยังหลงเหลือโปรแกรมการต่อสู้
"เราปลอดภัยในระยะนี้ครับ คาร์ล" เซร่ากล่าวพร้อมกับหย่อนตัวลงมาจากท่อระบายน้ำอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก "แต่พลังงานสำรองในตัวฉันเหลือเพียงสามสิบหเปอร์เซ็นต์ หากมีการปะทะหนักอีกครั้ง ระบบป้องกันแกนกลางจะปิดตัวลงอัตโนมัติ"
คาร์ลลงมายืนเคียงข้างเธอ แสงไฟสลัวจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมเก่าๆ ที่ทะลุผ่านตะแกรงระบายน้ำด้านบนสาดส่องลงมาสะท้อนใบหน้าของทั้งคู่ เขามองสำรวจรอยขีดข่วนบนโครงสร้างโลหะที่แขนของเซร่า ความรู้สึกผิดแปลกบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในใจ ความทรงจำที่ขาดหายไปของเขาคล้ายจะมีภาพของห้องทดลองใต้ดินแห่งหนึ่ง และหุ่นยนต์ที่มีรอยแผลเป็นแบบเดียวกันนี้... แต่ทว่า มันเลือนรางเกินกว่าจะปะติดปะต่อ
"เราต้องไปที่ 'รังนกกระจอก' คลินิกเถื่อนของหมอเรย์" คาร์ลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว "เขาเป็นคนเดียวที่จะสามารถอัปเกรดแพ็กเกจพลังงานให้เธอได้ และในขณะเดียวกัน... ฉันต้องการคำตอบเกี่ยวกับรหัสพันธุกรรมที่ถูกฝังไว้ในชิปความจำของฉัน"
เซร่ามองหน้าชายหนุ่ม นัยน์ตาคู่สีฟ้าของเธอฉายประกายความซับซ้อนบางอย่างที่มนุษย์ยากจะหยั่งถึง "คุณแน่ใจหรือครับ คาร์ล ว่าการไปพบหมอเรย์จะไม่เป็นการนำเป้าหมายไปมอบให้โอเมก้าไพรม์บนพานทองเหลือง? อย่าลืมว่าเครือข่ายของพวกมันครอบคลุมทุกตารางนิ้วในย่านมืดแห่งนี้"
"ถ้าเราไม่เสี่ยง เราก็เป็นได้แค่เหยื่อที่รอวันถูกรีไซเคิล" คาร์ลตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมจ้องมองตรงไปเบื้องหน้า ความมืดมิดของย่านมืดไม่ได้ทำให้เขากลัวเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน มันคือสนามแข่งขันที่เขาสามารถใช้มันสมองและทักษะทางวิศวกรรมพลิกสถานการณ์ได้ "เดินตามมา เซร่า... ได้เวลาเปิดฉากเกมใหม่ของเราแล้ว"
ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในความมืดของอุโมงค์ย่านมืด เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องกังวานผสมผสานกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระยะไกลที่ดังแว่วมาตามสายลม ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะพ้นจากมุมอืดของทางแยก หน้าจอโฮโลแกรมขนาดจิ๋วที่ข้อมือของคาร์ลก็กะพริบขึ้นมาเองโดยปราศจากคำสั่ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ:
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับระดับ SSS - 'โปรเจกต์อิดนีย์' กำลังดาวน์โหลดข้อมูลจากจิตสำนึกของคุณโดยอัตโนมัติ... ความคืบหน้า: 99.9%]**
คาร์ลชะงักฝีเท้าทันที ดวงตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักว่า... มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเชื่อมต่อกับสมองของเขาจากภายใน และมันไม่ใช่ระบบของโอเมก้าไพรม์!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมนและเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด•ตอนที่ 5
หลบหนีสู่ย่านมืด
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!