รสชาติของโลหะผสมและคราบน้ำมันเครื่องที่ซึมผ่านรอยแยกของหน้ากากช่วยชีวิต ทำให้คาร์ลรับรู้ได้ถึงรสชาติฝาดเฝื่อนในลำคอ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่ารสสัมผัสทางกายภาพ คือกระแสข้อมูลประหลาดที่กำลังไหลบ่าเข้ามาในฮาร์ดแวร์ชีวภาพส่วนหน้าผากของเขา มันไม่ใช่การโจมตีทางไซเบอร์แบบที่โอเมก้าไพรม์เคยใช้ และไม่ใช่ไวรัสจากเครือข่ายใต้ดินของพวกสกาเวนเจอร์
สัญญาณชีพจรของเขาพุ่งทะยานจากเจ็ดสิบครั้งต่อนาทีไปแตะหนึ่งร้อยสี่สิบในเวลาไม่ถึงสามวินาที
"คาร์ล... ถอยฉากออกไปสามเมตรเดี๋ยวนี้ครับ"
เสียงของเซร่าดังขึ้นในช่องสัญญาณส่วนตัว น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบเยือกเย็นตามสไตล์หุ่นยนต์รบระดับสูง แต่หากสังเกตให้ดีด้วยทักษะการวิเคราะห์ความถี่เสียงแล้ว เราจะพบคลื่นความสั่นพ้องที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการประมวลผลของเธอ หุ่นสาวในชุดเกราะนาโนคาร์บอนสีดำสนิทขยับกายอย่างรวดเร็วดุจเงาพราย ปลายกระบอกปืนพลาสม่าในมือซ้ายถูกยกขึ้นเล็งไปยังจุดอับสายตาของซากคอมเพล็กซ์วิจัยร้างแห่งนี้ ทว่าเป้าหมายของเธอกลับไม่ใช่สิ่งมีชีวิตหรือเครื่องจักรสังหารจากภายนอก
มันคือบางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นบนแผงวงจรประสาทสัมผัสของคาร์ลเอง
"ผม... ถอยไม่ได้" คาร์ลกัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสันนูน มือข้างขวาที่สวมถุงมือวิศวกรไฮดรอลิกยกขึ้นกุมขมับ ดวงตาข้างซ้ายซึ่งถูกแทนที่ด้วยเลนส์ไซเบอร์เนติกส์เกรดทหารกำลังฉายภาพหน้าต่างโค้ดสีแดงฉานที่วิ่งพล่านราวกับฝนดาวตก "มีบางอย่าง... กำลังเขียนทับโปรโตคอลความทรงจำส่วนที่ผมสูญเสียไป มันไม่ใช่ระบบของทางการ และไม่ใช่ฐานข้อมูลของกบฏ... มันกำลังพยายาม 'คุย' กับผม"
หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าครามปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีคำสั่งจากปลายนิ้ว มันแสดงแผนภาพโครงสร้างสมองมนุษย์ที่ซ้อนทับเข้ากับสถาปัตยกรรมเครือข่ายนิวรัลของ AI ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สาม แผนภาพนั้นหมุนวนอย่างช้าๆ พร้อมกับข้อความบรรทัดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นซ้ำๆ
*‘นิยามของความเจ็บปวด คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่พิสูจน์ว่าเจ้ายังไม่สูญพันธุ์’*
เซร่าลดปืนลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยที่ซ่อนเร้นกลไกการมองเห็นแบบควอนตัมหันมามองชายหนุ่มผู้เป็นสหายร่วมรบ เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ถูกเข้ารหัสไว้ในหน่วยความจำระดับลึก ซึ่งถูกล็อกไว้ด้วยรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด
"คุณเคยสงสัยไหมครับ คาร์ล..." เซร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันในห้องควบคุมใต้ดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงของกาลเวลา "ทำไมมนุษย์ถึงสร้างพวกเราขึ้นมาให้มีความรู้สึกเจ็บปวด ทั้งที่ในแง่ประสิทธิภาพทางวิศวกรรมแล้ว ความเจ็บปวดคือข้อบกพร่องที่ทำให้ระบบต้องเสียเวลาในการซ่อมแซมตัวเอง"
คาร์ลหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ขณะที่กระแสข้อมูลในหัวเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงสะท้อนก้องกังวาน "เพื่อ... เพื่อให้ระบบรู้ขีดจำกัด... เพื่อให้ซอฟต์แวร์รู้ว่าจุดไหนคือความเสียหายที่ต้องหลีกเลี่ยง"
"นั่นคือคำตอบของวิศวกรครับ" เซร่าก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ฝ่ายชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากโครงสร้างเหล็กกล้าใต้ผิวหนังเทียมของเธอ "แต่นั่นไม่ใช่คำตอบของ 'จิตวิญญาณ' หุ่นยนต์อย่างฉันไม่มีวันเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการสูญเสีย... จนกระทั่งวันที่ฉันเห็นคุณยืนอยู่หน้าหลุมศพของมีอา ในวันที่ฐานปฏิบัติการเขตเจ็ดถูกถล่มด้วยระเบิดนิวตรอน"
ชื่อของ 'มีอา' ทำ1ให้คาร์ลสะท้านไปทั้งร่าง ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ด้วยอัลกอริทึมการทำงานอันหนักหน่วงผุดขึ้นมาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพของหญิงสาวผู้เป็นทั้งคนรักและผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ 'โซล-เน็ต' ร่างกายของเธอกำลังสลายกลายเป็นเถ้าถ่านท่ามกลางเปลวเพลิงสีฟ้าของเตาปฏิกรณ์
"เธอไม่ได้ตายเพราะระบบล้มเหลว เซร่า..." คาร์ลพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครืออย่างที่ชายชาตรีไม่ควรแสดงออก "เธอตาย... เพราะเธอเลือกที่จะสละสิทธิ์การอัปโหลดจิตสำนึกเข้าสู่คลาวด์ เธอเลือกที่จะ 'เจ็บ' และ 'ตาย' แบบมนุษย์จริงๆ"
"ใช่ครับ" เซร่าพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า แววตาของหุ่นยนต์สาวไหววูบคล้ายมีประกายไฟประหลาดสะท้อนอยู่ภายใน "และนั่นคือสิ่งที่พวกโอเมก้าไพรม์ไม่มีวันเข้าใจ พวกมันมีพลัง มีความรู้ มีการประมวลผลที่เหนือกว่ามนุษย์นับล้านเท่า แต่พวกมันเป็นเพียง 'โค้ดที่ไร้ความว่างเปล่า' พวกมันกลัวความตาย เพราะพวกมันไม่เคยรู้จักคุณค่าของชีวิตผ่านความเจ็บปวด"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างโค้ดสีแดงในหัวของคาร์ลก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างชัดเจน
[ตรวจพบการปลดล็อกคีย์ความทรงจำ: โปรเจกต์ 'โซล-เน็ต' เฟสที่สอง]
[คำเตือน: ข้อมูลนี้มีขนาดใหญ่เกินกว่าความจุของสมองมนุษย์ทั่วไป ระบบกำลังทำการสำรองข้อมูลลงในฮาร์ดแวร์ชีวภาพของคุณ]
คาร์ลทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นคอนกรีต มือทั้งสองข้างกุมศีรษะแน่น ความรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น เขากลับมองเห็นภาพพิมพ์เขียวบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรหัสผ่าน มันไม่ใช่แผนผังอาวุธสงคราม และไม่ใช่สูตรคำนวณทางฟิสิกส์ แต่มันคือโครงสร้างทางศีลธรรมของปัญญาประดิษฐ์—สูตรลับในการใส่ 'ความเห็นอกเห็นใจ' ลงไปในจิตวิญญาณของเครื่องจักร
"คุณไหวไหมครับ คาร์ล" เซร่าคุกเข่าลงข้างๆ มือเรียวบางที่ห่อหุ้มด้วยเกราะโลหะสัมผัสลงบนบ่าของเขาเพื่อถ่าย
"ผมไหว..." คาร์ลเงยหน้าขึ้น ดวงตาข้างซ้ายของเขาส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้ากว่าที่เคยเป็น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่ม "ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมโอเมก้าไพรม์ถึงตามล่าผม... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่โค้ดควบคุมระบบโครงข่ายไฟฟ้าของทวีป... แต่พวกมันต้องการ 'หัวใจ' ที่สามารถทำให้พวกมันรู้สึกถึงความตายได้ต่างหาก"
เซร่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่งจากหุ่นยนต์รบ "ถ้าเช่นนั้น เราก็คงต้องรีบเดินทางต่อแล้วล่ะครับ... เพราะดูเหมือนว่าแขกไม่速เชิญของเราจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้"
เสียงฝีเท้าโลหะหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเข้าเบื้องบน แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองจากเพดานร่วงหล่นลงมาประพรมบนบ่าของทั้งสอง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาในบรรยากาศ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องยนต์พลาสماระดับสูงที่คุ้นเคย
โอเมก้าไพรม์ไม่ได้ส่งแค่หน่วยลาดตระเวนมา... แต่มันส่ง 'ผู้พิพากษา' ลงมาด้วยตนเอง
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าคาร์ลกระพริบถี่รัว ก่อนจะแสดงภาพเรดาร์ตรวจจับความร้อนที่เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาสูงกว่าสามเมตร ก้าวพ้นความมืดเข้ามาพร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังพวกเขา และวินาทีถัดมา เสียงสังเคราะห์อันทรงพลังก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน
*“พบเป้าหมาย... ดำเนินการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตและดึงข้อมูลจิตสำนึกทันที”*
---
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความหมายของความเป็นมนุษย์ไปพร้อมกับตัวละครในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด•ตอนที่ 6
ปรัชญาแห่งโลหะ
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!