"สนามแม่เหล็กในท่อระบายความร้อนระดับสามกำลังผันผวน เกินขีดจำกัดความปลอดภัยของโครงสร้างไทเทเนียมอัลลอยด์ไปเจ็ดเปอร์เซ็นต์แล้วครับคาร์ล ถ้าพวกมันยังรุกคืบเข้ามาด้วยความเร็วระดับนี้ ระบบซับซิสเต็มของห้องเครื่องหลักจะล่มสลายภายในสามร้อยวินาที"
เสียงของเซร่าดังลอดผ่านช่องสื่อสารความถี่ต่ำ น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบเยือกเย็นตามแบบฉบับของปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง แต่หากสังเกตจากคลื่นสัญญาณชีพจรจำลองที่ปรากฏบนจอฮอโลแกรมข้างตัว คาร์ลรู้ดีว่าเธอกกำลังเร่งเครื่องยนต์ควอนตัมในร่างสังหารเพื่อพยุงเสถียรภาพของสนามพลังป้องกันไม่ให้พังทลายลงมาก่อนเวลาอันควร
วิศวกรหนุ่มไม่ตอบคำถาม มือทั้งสองข้างของเขากวาดผ่านคีย์บอร์ดแสงโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา นิ้วเรียวยาวกดลงบนชุดคำสั่งคอมไพล์ภาษาเครื่องระดับต่ำเพื่อปรับแต่งค่าแรงดันไฟฟ้าในระบบจ่ายไฟสำรองของสถานีวิจัยร้างแห่งนี้ โครงสร้าง World-building ของคอมเพล็กซ์ใต้ดินแห่งนี้ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อน มันคือห้องทดลองลับที่ใช้ศึกษาจุดเชื่อมต่อระหว่างจิตสำนึกมนุษย์และอัลกอริทึมควอนตัม ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ทำงานของเขาเอง ก่อนที่ความทรงจำส่วนนั้นจะถูกลบเลือนด้วยไวรัสลึกลับ
"เซร่า ถอยฉากมาที่จุดเชื่อมต่อเซกเตอร์ B ตามแผนที่เราตกลงกันไว้" คาร์ลเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายจากหน้าจอ ควบคู่ไปกับการลากเส้นโยงพลังงานบนแผนผังเสมือนจริง "ผมได้ปรับแต่งวงจรจ่ายกระแสไฟของสถานีให้กลายเป็นโครงข่ายความต่างศักย์สูงแล้ว ตอนนี้ตัวนำยิ่งยวดทั้งหมดในรัศมีหกสิบเมตรกำลังรอคำสั่งกระตุ้นจากตัวกระตุ้นประจุไฟฟ้าแรงดันสูง"
"คุณกำลังจะใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าสถิตขนาดมหภาคเพื่อช็อตระบบประสาทเทียมของพวกมันทั้งหมดในคราวเดียวอย่างนั้นหรือครับ" เซร่าพลิกตัวหลบกระสุนพลาสม่าที่เจาะทะลุกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ร่างเพรียวบางในชุดเกราะรบสีดำสนิทดีดตัวถอยหลังกลับเข้ามาในอุโมงค์หลักอย่างไร้เสียง "ความต้านทานภายในของพวกหุ่นยนต์ลาดตระเวนรุ่นสเกาท์นั้นสูงมาก การจะทำให้ชิปประมวลผลหลักของพวกมันโอเวอร์โหลดจนระเบิดจากภายใน คุณต้องใช้พลังงานอย่างน้อยสี่ร้อยกิกะวัตต์ ซึ่งระบบสำรองของที่นี่เหลือไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ"
"ผมไม่ได้จะใช้พลังงานจากสถานี" คาร์ลยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาคมกริบสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอโค้ดโปรแกรม "แต่ผมดึงพลังงานจากเตาปฏิกรณ์ฟิวชันที่กำลังจะหลอมละลายของชั้นใต้ดินระดับสี่ต่างหากล่ะครับ"
เสียงคำรามต่ำทุ้งดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโครงสร้างเหล็กกล้า แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ ทำให้ฝุ่นผงจากเพดานร่วงหล่นลงมาประหนึ่งหิมะสีเทา คาร์ลไม่รอช้า เขากดปุ่มเอ็นเทอร์ยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัว: *[WARNING: HIGH VOLTAGE OVERRIDE ACTIVATED - SYSTEM PURGE IN 10 SECONDS]*
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ระหว่างที่พวกเขากำลังถรอยร่นจากการปิดล้อมของกองกำลังหุ่นยนต์สังหารไร้พิกัดรุ่นล่าสุด คาร์ลได้สำรวจผังระบบไฟฟ้าทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยทักษะการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมขั้นสูง เขารู้ดีว่าการต่อสู้ด้วยกำลังทางกายภาพกับกองทัพจักรกลนับร้อยตัวไม่มีทางชนะเป็นแน่ ทางเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้คือการใช้สภาพแวดล้อมรอบตัวให้เป็นอาวุธ
เขาเริ่มลงมือวางกับดักด้วยการเดินสายไฟแรงสูงเชื่อมต่อเข้ากับท่อส่งน้ำหล่อเย็นและแผ่นพื้นโลหะที่ปูยาวตลอดแนวทางเดิน อาศัยหลักการทางฟิสิกส์เบื้องต้นเรื่องการนำไฟฟ้าของน้ำและโลหะผสม เมื่อฝูงหุ่นยนต์ลาดตระเวนก้าวเข้ามาเหยียบลงบนพื้นที่ซึ่งถูกอาบไว้ด้วยประจุไฟฟ้ากระแสสลับความถี่สูง วงจรภายในของพวกมันจะเกิดการลัดวงจรอย่างฉับพลัน
"พวกมันเข้ามาในเขตสังหารแล้วครับคาร์ล ระยะห่างสิบเมตร... แปดเมตร... ห้าเมตร" เสียงรายงานของเซร่าประสานเข้ากับเสียงฝีเท้าเหล็กกล้าที่กระทบพื้นดังกึกก้องจนน่าสะพรึงกลัว เงาร่างนับสิบของหุ่นยนต์สังหารที่มีดวงตาสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าอุโมงค์ ร่างกายของพวกมันปกคลุมด้วยเกราะนาโนคาร์บอนที่ต้านทานกระสุนปืนทั่วไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คาร์ลสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือข้างหนึ่งกำสายเคเบิลตัวเหนี่ยวนำแน่น สายตาจดจ้องไปยังจุดตัดของกระแสไฟบนหน้าจอแสดงผล "รอให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาอยู่ในรัศมีศูนย์กลางทั้งหมดก่อน... สาม สอง หนึ่ง... ปล่อยกระแสไฟได้!"
*เปรี้ยงงงงงงง!*
เสียงระเบิดกึกก้องราวนรกแตก ประจุไฟฟ้าสีฟ้าเข้มพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นผิวโลหะราวกับอสรพิษเพลิงนับร้อยตัว มันเลื้อยพันเข้าใส่ร่างของหุ่นยนต์สังหารแถวหน้าอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน แสงสว่างจ้าจากการลัดวงจรแผ่ขยายออกไปจนห้องโถงมืดทึบสว่างวาบราวกับกลางวัน แรงดันไฟฟ้ามหาศาลทะลักทะลายผ่านเกราะนาโนคาร์บอนเข้าสู่แกนกลางประมวลผลของพวกมันโดยตรง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือการทำลายล้างทางเทคโนโลยีอันงดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน หุ่นยนต์สังหารตัวแล้วตัวเล่าหยุดชะงักกะทันหัน ดวงตาสีแดงฉานดับวูบลงพร้อมกับมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากข้อต่อ ร่างกายเหล็กกล้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่ชิปประมวลผลภายในจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ส่งผลให้กองกำลังระลอกแรกนับสิบตัวล้มฟุบลงแน่นิ่งไปกับพื้นราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสาย
"สำเร็จไหมครับ" เซร่าก้าวเข้ามาประชิดตัวคาร์ล สายตาคมกวาดมองไปรอบอุโมงค์ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยควันจางและกลิ่นอายของโอโซนและแผงวงจรไหม้เกรียม
"ยังหรอกครับเซร่า..." คาร์ลขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย "นั่นเป็นแค่รุ่นลาดตระเวนแนวหน้า ระบบป้องกันหลักของฐานข้อมูลชั้นในต่างหากที่แท้จริง... และดูเหมือนว่าเราเพิ่งไปกระตุ้นตัวการสำคัญเข้าให้แล้ว"
สิ้นเสียงของวิศวกรหนุ่ม พื้นคอนกรีตบริเวณใจกลางอุโมงค์ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดมหึมาขบกันดังเอี๊ยดอาดบาดหู ประตูนิรภัยหนาห้าเมตรที่ควรจะปิดตายกลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหลังประตูนั้น ไม่มีแสงไฟใดๆ ปรากฏขึ้น มีเพียงเสียงลมหายใจสังหารที่ดังสะท้อนก้อง และคู่ดวงตาสีทองอร่ามคู่หนึ่งที่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังงานจิตสำนึกระดับ SSS ที่กดทับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหยุดหายใจ
*[SYSTEM ALERT: DETECTED ENTITY - PROJECT OMEGA. THREAT LEVEL: SSS. WARNING: CONSCIOUSNESS SYNC PROTOCOL INITIATED...]*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดและกลลวงในโลกไซเบอร์นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด•ตอนที่ 16
ทักษะ REA: บรรยายการต่อสู้
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมวิญญาณ กับ หุ่นสังหารไร้พิกัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!