"ถ้ายังเอาแต่ยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น พี่จะจับเธอโยนลงจากกระบะหลังจริงๆ ด้วยนะมิน"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของคนที่นั่งอยู่ข้างกันดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์กระบะคันเก่าที่กำลังตะกุยโคลนตมไปตามทางลูกรัง มินสะดุ้งสุดตัว หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิงในหัวตั้งแต่เหตุการณ์หน้าคณะเมื่อวาน รูปถ่ายใบนั้นกับข้อความบ้าๆ บอๆ ของผู้หญิงคนเดิมยังคงหลอนอยู่ในสมองเหมือนไฟล์ขยะที่ลบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเกลี้ยง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังติดแหُง็กอยู่กลางป่ากลางเขาในค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนชายขอบ... เธอก็ทำได้แค่หันไปค้อนใส่รุ่นพี่ตัวสูงที่ส่งยิ้มกวนโอ๊ยมาให้จนตาหยี
"ปากเสียเหรอคะพี่คิน! อยากลองชิมรอยเท้าเบอร์แปดของมินสักทีไหม ถึงได้ขยันหาเรื่องแซวอยู่ได้" มินแว้ดกลับทันควันตามสปีดความเร็วของอารมณ์ มือเรียวคว้าหมวกแก๊สมาตีแขนแกร่งไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้
"โอ๊ย! มือหนักเป็นบ้า เด็กอะไรเนี่ย... ดุยิ่งกว่าหมาแม่ลูกอ่อนอีก" คินแกล้งทำเป็นซีครึ่งไม่ซีครึ่ง ลูบแขนตัวเองป้อยๆ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากนั่นบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บเลยสักนิด "ก็เห็นนั่งเหม่อ หน้ามุ่ยตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว หรือว่า... คิดถึงพี่จนสมองกลับ?"
"หลงตัวเองขั้นสุด! ใครจะไปคิดถึงคนแถวนี้กันคะ มินแค่... เหนื่อยกับการนั่งรถก้นระบมต่างหากเล่า" มินรีบเบือนหน้าหนีออกไปมองทิวทัศน์ข้างทางเพื่อกลบเกลื่อนรอยเลือดฝาดที่พุ่งขึ้นมาบนแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ บรรยากาศรอบตัวตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายดินหลังฝนตกและไอแดดอ่อนๆ ของช่วงบ่ายแก่ๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีและแนวเขาซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ความเป็นบ้านนอกที่ไร้ซึ่งแสงสีเสียงของเมืองกรุง ทำให้ใจที่ว้าวุ่นเริ่มสงบลงทีละนิด... แต่ติดอยู่แค่อย่างเดียว คือคนข้างกายที่ขยันขยับเข้ามาเบียดไหล่เธออยู่เรื่อยนี่แหละ
"อะแฮ่ม! ขอแทรกกลางระหว่างความหวานหน่อยค่ะคุณผู้ชม" เสียงใสๆ ของฟ้าใสที่นั่งอยู่แคปหลังรถดังแทรกขึ้นมาทันท่วงที พร้อมกับยื่นขวดน้ำเกลือแร่เย็นเจี๊ยบมาให้เพื่อนรัก "อ่ะมิน ดื่มน้ำหน่อย หน้าซีดๆ นะแก หรือว่าเมาทางลูกรังบ้านนอก?"
"เปล่าหรอกฟ้า... แค่เพลียแดดเฉยๆ" มินรับขวดน้ำมาถือไว้
"เพลียแดดหรือเพลียผู้ชายแถวนี้กันแน่จ๊ะ? ดูดิ นั่งเบียดกันซะตัวจะติดกันเป็นกาวตราช้างอยู่แล้ว" ฟ้าใสแซวต่อไม่หยุด พร้อมกับทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์ส่งซิกให้คิน ซึ่งพ่อคุณก็ช่างขยันรับมุกเสียเหลือเกิน
"ก็ถนนมันขรุขระนี่ครับฟ้าใส พี่ก็แค่... กลัวน้องมินตกจากรถต่างหาก น้ำใจนักวิศวะฯ ล้วนๆ เลยนะเนี่ย" คินตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่กว้างชนกับไหล่บางของมินพอดี ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนมินต้องรีบหันไปถลึงตาใส่
"ถอยไปเลยนะพี่คิน! รถกว้างตั้งเยอะทำไมต้องมาเบียดมินด้วยเนี่ย!"
"อ้าว ก็ฝั่งนู้นมันแดดส่องนี่นา หรือมินจะยอมให้พี่ไปนั่งตากแดดจนหน้าดำคร่ำเครียด แล้วไม่มีสาวๆ ที่ไหนมาเหลียวมองอีก... ใจร้ายจังนะเราเนี่ย"
บทสนทนาโบ๊ะบ๊ะดำเนินไปตลอดทางจนกระทั่งรถกระบะเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่ลานกว้างหน้าโรงเรียนชุมชนขนาดเล็ก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู บรรยากาศยามเย็นของหมู่บ้านชนบทเงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นแบบที่คนเมืองไม่มีวันได้สัมผัส เสียงเด็กๆ วิ่งกรูเข้ามาต้อนรับพี่ๆ ค่ายอาสาด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ ช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี
"เอาล่ะครับทุกคน! เดี๋ยวเราจะแบ่งหน้าที่กันตรงนี้เลยนะ ทีมครัวไปช่วยป้าๆ เตรียมอาหารเย็น ทีมซ่อมแซมอาคารเรียนเตรียมเช็คอุปกรณ์ ส่วนทีมสันทนาการ... ไปเตรียมพื้นที่ลานกิจกรรมกับเด็กๆ ได้เลย!" เสียงพี่หัวหน้าค่ายตะโกนสั่งการเสียงดังลั่น
มินถูกจัดให้อยู่ในทีมสันทนาการร่วมกับฟ้าใสและ... แน่นอนว่าไอ้รุ่นพี่ตัวดีอย่างคินก็เสนอหน้าขอสลับมาอยู่ทีมเดียวกันหน้าตาเฉย ด้วยเหตุผลตรรกะป่วยๆ ว่า 'ต้องคอยควบคุมดูแลความปลอดภัยให้น้องปีสอง' ซึ่งมินทำได้แค่กรอกตาE-Moteมองบนใส่ร้อยรอบ
กิจกรรมช่วงค่ำผ่านไปอย่างสนุกสนาน เสียงหัวingและเสียงเพลงรอบกองไฟช่วยขับ 4 ความหนาวเย็นของลมภูเขาให้เจือจางลง เด็กๆ แยกย้ายกันกลับบ้านพัก เหลือเพียงพวกพี่ๆ นิสิตที่นั่งล้อมวงเคลียร์งานและวางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้
"มิน แกเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลในห้องพักครูให้ฉันหน่อยดิ พอดีพี่ทีมช่างโดนตะปูข่วนนิดหน่อย" ฟ้าใสสะกิดแขนเพื่อนเบาๆ ระหว่างที่เธอนั่งคัดแยกอุปกรณ์อยู่
"อ้าว ทำไมไม่ใช้ให้พี่คินไปหยิบล่ะ เขาตัวใหญ่กว่าตั้งเยอะ" มินบ่นอุบ
"พี่คินเขาโดนเรียกไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเรื่องระบบไฟแล้วแก รีบไปเถอะน่า เดี๋ยวฉันเคลียร์ตรงนี้ต่อเอง"
มินถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นเดินแยกตัวออกมาจากวงกองไฟ ห้องพักครูหลังเก่าตั้งอยู่สุดทางเดินของตึกไม้ชั้นเดียว บรรยากาศรอบด้านค่อนข้างมืดและเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากดวงนีออนเก่าๆ ที่กะพริบติ๊กๆ อยู่หน้าห้องน้ำครู มือเรียวดันประตูไม้ที่ไม่ได้ล็อกเข้าไป แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาพอให้เห็นเค้าโครงห้องลางๆ
เธอกวาดสายตาหากล่องพลาสติกสีขาวที่มีสัญลักษณ์กากบาทแดงจนเจอ มันวางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาวริมหน้าต่าง มินสาวเท้าเข้าไปใกล้ เอื้อมมือหยิบกล่องขึ้นมา แต่จังหววโน้มตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตู้ไม้เอกสารด้านหลังอย่างไร้ทางหนี
"พี่... พี่คิน เข้ามาทำไมเนี่ย ตกใจหมด!" มินอุทานเสียงหลง หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดเจือจางผสมกับกลิ่นไอดินยามค่ำคืนจากตัวเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกรวนเร
"ก็เห็นเข้ามานานเกินไป พี่ก็กลัวว่าจะมี 'ภูตผีปีศาจ' แอบมาลักพาตัวยายเด็กขี้โวยวายแถวนี้ไปสิ" คินพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มผิดจากปกติ ดวงตาคมกริบภายใต้ความสลัวของแสงไฟจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง
"มินไม่ใช่เด็กแล้วนะ! แล้วนี่ก็ไม่ได้กลัวผีด้วย... ถอยไปเลยนะ จะเอากล่องยาไปให้ฟ้าใส" มินพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ตัวเขากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหิน ยิ่งขยับหนี เขากยิ่งโน้มตัวตามเข้ามาใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างอากาศ
"มิน..." จู่ๆ เสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังจนมินเผลอชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างงุนงง
"คะ... อะไรอีกเล่า"
"เรื่องเมื่อวาน..." คินเอ่ยชื่อเหตุการณ์ที่มินพยายามจะลืมมันไปให้พ้นสมอง "ผู้หญิงในรูปคนนั้น... เธอเห็นแล้วใช่ไหม?"
หัวใจของมินกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมอยู่ภายนอกหน้าต่าง มินเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น แต่แววตาที่ไหววูบนั้นกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมินล่ะคะ?" เสียงของมินสั่นน้อยๆ โดยไม่ตั้งใจ "เรื่องของพี่กับแฟนเก่า... จะเคลียร์กันยังไง มันก็เรื่องของพี่สิ ทำไมต้องมารายงานมินด้วย"
คินนิ่งไปนิด ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นบางๆ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ปลายนิ้วทำให้มินตัวแข็งทื่อราวกับโดนสาป
"หึงเหรอเราน่ะ?" น้ำเสียงล้อเลียนเจือความอบอุ่นดังชิดริมฝีปากของเธอ
"ใครหึง! บ้าหรือเปล่า!" มินสวนกลับเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู "มินไม่มีเหตุผลต้องไปหึงคนที่... คนที่ชอบกวนประสาทชาวบ้านไปทั่วแบบพี่หรอกนะ!"
"เหรอ..." คินลากเสียงยาว ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก "แต่ที่พี่ทำอยู่ทุกวันนี้... พี่ไม่ได้ทำกับทุกคนนะมิน"
มินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำพูดของเขาไม่ทัน ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้กับที่เมื่อปลายนิ้วอุ่นเปลี่ยนมาสัมผัสที่คางสลักเสลา บังคับให้เธอนิ่งรับสายตาจริงจังที่ส่องประกายวาววับในความมืด
"เพราะว่าพี่ไม่ได้มองเธอเป็นแค่... 'เพื่อน' ตั้งนานแล้วนะ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของรุ่นพี่ตัวร้ายท่ามกลางความเงียบสงบของห้องพักครูเก่าๆ ทำให้โลกทั้งใบของมินหยุดหมุนไปชั่วขณะ...
ขอบคุณที่เดินทางมาเติมความหวานละมุนและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน•ตอนที่ 12
กิจกรรมค่ายอาสาที่วุ่นวาย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!