“ไอ้มิน! แกเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย นั่งยิ้มให้กล่องขนมมาสิบนาทีแล้วนะ! สติสตังไปเที่ยวไหนหมด!”
เสียงแว้ดของฟ้าใสทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว จนเกือบทำโทรศัพท์เครื่องหรูร่วงลงจากตัก ฉันรีบกดปิดหน้าจอแชตที่ค้างอยู่ทันที หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกับกลองชุดที่กำลังรัวจังหวะร็อกแอนด์โรล นี่มันความผิดของพี่คินคนเดียวเลยนะ... ใครใช้ให้ส่งรูปคู่ของเราเมื่อตอนงานเฟรชชี่มาให้ แล้วพิมพ์แคปชันเสี่ยวๆ มาแบบนั้นกันล่ะ!
‘ถึงรูปจะเบลอ แต่ความน่ารักของน้องมินชัดเจนเสมอครับ... เบลอว่ารักแถบ แบบว่ารักเธอ’
บ้าที่สุด! คิดแล้วหน้าร้อนผ่าวไปหมดเลยค่ะ!
“เป็นอะไรเนี่ย? ทำหน้าเหมือนคนอมลูกอมพิษเข้าไป” ฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงจับผิด “ไหนเอามาดูซิ ไอ้พี่คินมันส่งอะไรมาให้อีก?”
“ไม่มีอะไรสักหน่อย! แกจะมาวุ่นวายเรื่องของฉันทำไมเล่า ฟ้าใส!” ฉันพยายามตีหน้าตาย กลบเกลื่อนด้วยการคว้าแก้วชานมไข่มุกขึ้นมาดูดจนดังจ๊วบใหญ่ แต่มันกลับไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยสักนิด
“มิน... แกปิดฉันไม่ได้หรอกนะ” ฟ้าใสวางมือลงบนไหล่ฉัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังแกมหยอก “ช่วงนี้แกติดโทรศัพท์ผิดปกติ แถมเวลาเห็นแจ้งเตือนทีไร หน้าแดงเป็นลูกตำลึงทุกที ไหนจะไอ้กล่องขนมที่วางอยู่บนโต๊ะนี่อีก... ปกติแกไม่เคยกินยี่ห้อนี้ไม่ใช่เหรอ?”
ฉันมองกล่องขนมในมือที่เพิ่งได้รับจากพี่คินเมื่อเช้า มันคือร้านดังที่ต้องต่อคิวเกือบชั่วโมง... พี่เขารู้ว่าฉันชอบกิน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! ประเด็นคือมันดันมีกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะอยู่ว่า ‘เติมความหวานให้คนดื้อ’ ต่างหากล่ะ!
“ก็แค่ขนมมั้ยล่ะแก อย่าคิดเยอะน่า” ฉันพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด แต่สายตาเหลือบไปเห็นแจ้งเตือนใหม่ที่เด้งขึ้นมาพอดี
[Kin_Engineering: เย็นนี้ว่างไหมครับ? พี่มีเรื่องจะ ‘เคลียร์’ เรื่องเฟรนด์โซนที่ค้างคา]
มือฉันสั่นจนเผลอทำโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ
“ใครทักมา? หน้าตาแกดูเลิ่กลั่กแปลกๆ นะ” ฟ้าใสทำท่าจะคว้าโทรศัพท์ไปดู
“เฮ้ย! อย่า!” ฉันรีบตะครุบเครื่องไว้ทันควัน ความร้อนฉ่าแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า “ไม่มีอะไรจริงๆ แค่... แค่เพื่อนทักมาทำงานกลุ่มน่ะ แกนี่ชอบจิ้นไปเรื่อยเปื่อย!”
“เพื่อนที่ไหนทักมาทำงานกลุ่มด้วยการเรียก ‘คนดื้อ’ คะคุณหนูมิน?” เสียงเยือกเย็นของฟ้าใสทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ “แกอย่าคิดว่าฉันโง่นะ ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งกี่ปี แค่เห็นสายตาแกตอนนี้ฉันก็รู้แล้วว่ากำลังโดนจีบอยู่ใช่ไหมล่ะ!”
“จีบอะไรเล่า! พี่เขาแค่... แค่แกล้งเฉยๆ แกก็รู้ว่าพี่คินเขากวนประสาทขนาดไหน!” ฉันโวยวายกลบเกลื่อนความเขินที่กัดกินใจ แต่ฟ้าใสกลับถอนหายใจยาวๆ แล้วจ้องหน้าฉันนิ่ง
“การแกล้งของพี่คินมันเกินเบอร์ไปมากมิน... ขนมร้านดัง โทรมาปลุกตอนเช้า แชตหยอดเช้าเย็น แล้วเมื่อวานฉันเห็นพี่เขาเดินมาส่งแกที่หน้าคณะด้วย พี่เขากำลังรุกหนัก ไม่ใช่แค่แกล้งหรอก” ฟ้าใสโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู “แกยอมรับมาดีกว่า ว่าใจแกน่ะ... ไปอยู่ที่วิศวะฯ ตึกนั้นหมดแล้ว”
ฉันอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก เหมือนถูกจี้จุดตาย ความลับที่เก็บไว้ลึกสุดใจกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาบนโต๊ะอาหารกลางวันท่ามกลางสายตาคนมากมาย
“ฉัน... ฉันไม่ได้...”
“ไม่ต้องปฏิเสธ เพราะถ้าแกไม่ได้คิดอะไร แกคงไม่ทำหน้าเหมือนคนกำลังมีความรักแบบนี้หรอกนะยัยบ้า” ฟ้าใสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนิ่งขึ้น “แต่ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ พี่คินน่ะตัวท็อปของคณะเลย คนจ้องจะแย่งเขาจากแกมีเป็นโขยง”
คำพูดของฟ้าใสเหมือนน้ำเย็นราดลงบนกองไฟ ฉันชะงักไป ความรู้สึกสับสนตีกันวุ่นวาย ในขณะที่กำลังจะอ้าปากเถียง เสียงทุ้มคุ้นหูที่แสนกวนประสาทก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“แหม... นินทาพี่อยู่เหรอครับน้องมิน? หน้าแดงเชียว เขินหรือว่าโกรธที่พี่มาช้า?”
ฉันหันขวับไปมอง ก็พบร่างสูงโปร่งของพี่คินยืนเท้าสะเอวส่งยิ้มกวนๆ มาให้เขาดูดีจนใจกระตุก แววตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ฉันเหมือนจะสื่อสารอะไรบางอย่างที่ทำเอาลมหายใจสะดุด
“พี่คิน!” ฉันอุทานออกมาด้วยความตกใจ “พี่มาได้ยังไงเนี่ย!”
“ก็ไลน์ไปบอกแล้วไงว่ามีเรื่องจะเคลียร์” คินขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขา เขาหันไปพยักหน้าให้ฟ้าใสอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะโน้มตัวลงมาสบตาฉันในระยะประชิด “หรือว่า... น้องมินไม่ได้อ่านแชตพี่เลย?”
ฉันหน้าชาไปถึงติ่งหู มือไม้เริ่มสั่นด้วยความประหม่า ฟ้าใสที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่งยิ้มมีเลศนัยมาให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า “ฉันลืมไปเลยว่ามีธุระด่วน! เชิญพวกพี่น้องเคลียร์กันให้เสร็จนะจ๊ะ มิน... เดี๋ยวฉันตามไปที่ห้องเรียนเอง!”
“เฮ้ย! ฟ้าใส! อย่าทิ้งฉันไว้กับคนบ้าพวกนี้!” ฉันพยายามจะดึงแขนเพื่อน แต่ฟ้าใสกลับส่งซิกให้แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงข้ามกับ ‘คนอันตราย’ ที่เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่วางตา
คินนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ ฉันพอดี เขาโน้มตัวเข้ามาจนชิดขอบโต๊ะ กลิ่นอายความกดดันที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นทำให้ฉันขยับหนีไม่ได้
“ทีนี้เหลือแค่เราสองคนแล้วนะมิน” คินพูดพลางใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ สายตาคู่นั้นดูนิ่งและจริงจังจนน่าใจหาย “ที่พี่ถามในแชต... เรื่องสถานะเฟรนด์โซนที่พี่อยากกู้คืนน่ะ... มินยังคิดว่าพี่แค่ ‘แกล้ง’ อยู่หรือเปล่า?”
เขายื่นมือมาคว้าข้อมือฉันไว้เบาๆ แต่อบอุ่น ความร้อนจากฝ่ามือเขาทำเอาใจฉันเต้นผิดจังหวะ “ถ้ามินไม่ตอบ... พี่ถือว่าพี่มีสิทธิ์ ‘จีบ’ มินแบบจริงจังแล้วนะ”
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้โต้ตอบอะไร เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของพี่คินก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายไปทันที แทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่ดูน่ากลัว
เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะโดยหันหน้าจอมาหาฉัน... รูปภาพหญิงสาวหน้าตาสวยเฉี่ยวคนหนึ่งที่คุ้นตา กำลังกอดแขนเขาสนิทสนมพร้อมข้อความที่อ่านแล้วหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
[ผู้หญิงในรูป: คินคะ... กลับมาหาเราเถอะนะ เราเลิกกับแฟนแล้ว]
ชาพีชหวานน้อยขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความรักของคินและมินมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน•ตอนที่ 11
เมื่อเพื่อนเริ่มสงสัย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!