ช่อดอกกุหลาบสีแดงสดขนาดมหึมาที่ถูกยื่นเข้ามากลางวงล้อมกองไฟของค่ายอาสา ทำเอาบรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอุ่นเคล้าเสียงกีตาร์พลันเงียบกริบลงทันตาเห็น รัศมีตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงของพี่คินที่ยืนจ้องผู้มาใหม่อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะที่เจ้าของช่อดอกไม้—พี่กรณ์ เดือนคณะนิเทศฯ ปีสี่ตัวพ่อสายรุก—กำลังส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้มินราวกับตัวเองเป็นพระเอกเอ็มวีซีรีส์เกาหลี
"พี่กรณ์... มาได้ยังไงคะเนี่ย?" มินเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ปรโลกเถอะ! นี่มันกลางป่ากลางเขา ห่างจากตัวเมืองเป็นร้อยกิโลเมตรนะยะ ตาบ้านี่ขับรถมาไกลขนาดนี้เพื่ออะไรกัน!
"ก็พี่เห็นว่ามินมาค่ายนี้นานหลายวัน พี่คิดถึงนี่ครับ... กลัวว่าเด็กแถวนี้จะแอบดื้อกับใครเข้า เลยถือโอกาสแวะเอาขนมแล้วก็กำลังใจมาให้" พี่กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม จงใจทิ้งสายตาพินิจพิเคราะห์ไปยังร่างสูงของรุ่นพี่วิศวะที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างกายมิน
บรรยากาศรอบกองไฟอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีแบบไม่ต้องเปิดแอร์ ฟ้าใสที่นั่งอยู่ถัดไปถึงกับต้องรีบสะกิดแขนฉันยิกๆ พร้อมทำปากมงคลส่งสัญญาณเตือนภัย *'ยัยมิน แกซวยแล้ว งานนี้สงสัยวิศวะกับนิเทศได้เปิดศึกชิงนางรอบกองไฟแน่!'*
"ขอบ... ขอบคุณค่ะพี่กรณ์ แต่ค่ายเรามีของกินเยอะแล้วค่ะ อีกอย่าง มินไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ดื้ออะไรล่ะคะ" มินรีบปฏิเสธเสียงอ้อมแอ้ม มือไม้พันกันไปหมดด้วยความทำตัวไม่ถูก ยิ่งเหลือบไปเห็นสายตาคมกริบของคินที่มองมาทางฉันด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่น่ากลัวเป็นบ้า มินก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่บนปากเหวลอยได้
"ไม่เป็นไรครับ เพื่อมิน พี่ขับรถมาแค่นี้จิ๊บๆ น่า..." พี่กรณ์ทำท่าจะก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้มาตรงหน้าฉันตรงๆ
หมับ!
ก่อนที่กลีบดอกไม้จะทันได้แตะตัวมิน ฝ่ามือหนาของใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของพี่กรณ์ไว้เสียก่อน แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนน่าเกลียด แต่แรงกดดันรอบตัวนี่สิ... แผ่รังสีอำมหิตออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลายเอื้อม
"พอดีว่า *'น้องมิน'* เขาไม่ชอบดอกไม้สีแดงครับ... แพ้เกสรดอกไม้ เดี๋ยวจามไม่หยุดเปล่าๆ" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นจากริมฝีปากของคิน รอยยิ้มที่ส่งให้พี่กรณ์ไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยสักนิด มีแต่รอยยิ้มแบบนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
"อ้าวเหรอครับ? แต่เท่าที่ผมจำได้... มินไม่เคยแพ้อะไรพวกนี้นี่นา หรือว่าช่วงนี้รสนิยมเปลี่ยนไป... เปลี่ยนมาชอบอะไรที่มันดิบๆ เถื่อนๆ สไตล์วิศวะแทนแล้วล่ะ?" พี่กรณ์เลิกคิ้วสูง ย้อนถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทไม่แพ้กัน
มินอยากจะมุดดินหนีเดี๋ยวนี้เลยให้ตายเถอะ! ทำไมชีวิตฉันถึงต้องมาเจอศึกชิงรักหักสวาทอะไรแบบนี้ด้วยเล่า ฉันไม่ใช่ฮ่องเต้นะยะจะได้มีสนมเอกมาแย่งชิงกันแบบนี้!
"พี่คิน! พี่กรณ์! พอเลยค่ะ! หยุดทั้งคู่เลยนะ!" มินทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นยืนโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายและประหม่าที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู "นี่มันดึกมากแล้วนะคะ ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว! พี่กรณ์ ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะ แต่รบกวนเอากลับไปเถอะค่ะ มินรับไว้ไม่ได้หรอก เกรงใจเพื่อนๆ ในค่าย"
พูดจบ มินก็คว้าแขนเสื้อของฟ้าใสแล้วดึงเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้นยืนตามทันที "ฟ้าใส! ไปเคลียร์ของทางโน้นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ เร็ว!"
มินรีบเดินจ้ำอ้าวหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุทันที หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่รู้ว่าตอนนี้ข้างหลังจะเป็นยังไงบ้าง สองคนนั้นจะวางมวยกันไหม หรือจะจ้องหน้ากันจนตาถลนออกมาก่อน แต่ที่แน่ๆ คือ... ความรู้สึกในอกของมินมันปั่นป่วนไปหมดแล้ว
ผ่านไปเกือบชั่วโมงจนกระทั่งกิจกรรมรอบกองไฟเลิกรา ผู้คนเริ่มแยกย้ายกันเข้าเต็นท์นอน บรรยากาศรอบค่ายเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมและแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเล็กที่แขวนไว้หน้าเต็นท์
มินนั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้สนามหน้าเต็นท์ของตัวเอง ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน สมองยังคงวนเวียนคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และที่สำคัญที่สุด... คำถามของคินที่ยังค้างคาอยู่ก่อนที่พี่กรณ์จะโผล่เข้ามาขัดจังหวะ
*'คิดยังไงกับพี่'*
ประโยคสั้นๆ ห้วนๆ แต่ทรงพลังทำลายล้างสูงจนมินนอนไม่หลับ ต้องลุกออกมาสูดอากาศข้างนอกนี่แหละ
"นั่งถอนหายใจแบบนี้ เดี๋ยวแก่เร็วนะยายตัวแสบ"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นจากความมืดทางด้านข้าง ทำเนื้อมินสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองก็พบกับร่างสูงของคินที่เดินถือกระป๋องน้ำอัดลมสองกระป๋องเข้ามาใกล้ ชุดที่เขาใส่เป็นเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ แต่ทำไมเวลามองทีไร หัวใจฉันมันต้องเต้นผิดจังหวะทุกทีเลยนะ!
คินเดินมาหยุดยืนตรงหน้า ก่อนจะยื่นกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบมาแตะที่แก้มของมินเบาๆ จนฉันต้องหันหนีด้วยความหมั่นไส้
"Isuze! เย็นนะพี่คิน! เอามาทำไมเนี่ย" มินบ่นกระฟัดกระเฟาด รับกระป๋องน้ำมาถือไว้แต่โดยดี
"เอามาปลอบใจเด็กแถวนี้... เห็นทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาทั้งคืนละ" คินย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับมินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่มินนิ่งสนิท ท่าทางกวนประสาทเมื่อตอนหัวค่ำหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ทำเอาช่องท้องของมินโหวงเหวงแปลกๆ
"ใครหน้าเหมือนคนท้องผูกฟะ! ปากเสียจริงนะรุ่นพี่" มินเบייהหน้าหนี หลบสายตาคู่นั้นที่พยายามจะเจาะทะลวงเข้าไปในความรู้สึก
"ก็เรานั่นแหละ... เดินหนีพี่มาดื้อๆ แถมยังปล่อยให้พี่ค้างคาใจอยู่ตั้งนานสองนาน แบบนี้มันใจร้ายเกินไปแล้วนะมิน" คินพูดด้วยน้ำเสียงออดอعนิดๆ ที่นานๆ ทีจะได้ยิน มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "เรื่องคำถามเมื่อตอนหัวค่ำ... พี่ถามจริงจังนะ ไม่ได้หยอกเล่นเหมือนทุกที"
มินรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อเป็นล้านตัวบินวนอยู่ในท้อง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มือเรียวบีบกระป๋องน้ำอัดลมในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปากบอกว่าไม่อยากสนใจ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันด้วยซ้ำ
"คำ... คำถามอะไรล่ะคะ มินจำไม่ได้หรอก คนแก่ขี้ลืมค่ะ ช่วงนี้ความจำสั้น!" มินเลือกที่จะใช้วิธีตีรันฟันแทิงกลบเกลื่อนความเขินอายตามสไตล์ถนัด
"อ๋อ จำไม่ได้เหรอ?" คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดเก้าอี้ที่มินนั่งอยู่จนร่างสูงบังแสงไฟจนเกิดเงาทาบทับลงมา มือหนาทั้งสองข้างเท้าลงกับพนักแขนทั้งสองข้างของเก้าอี้ กักตัวมินให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม
"งั้นพี่จะทวนให้ฟังใหม่ตรงนี้... ชัดๆ" คินกระซิบเสียงพร่าต่ำ ชิดริมใบหูจนมินขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"คิด... ยัง... ไง... กับ... พี่กันแน่ครับ มิน?"
ดวงตากลมโตของมินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดเป็นจุล สมองขาวโพลนคิดคำตอบอะไรไม่ออกเลยสักนิด ความใกล้ชิดที่ระเบิดตูมตามแบบไม่ได้ตั้งตัวนี้ทำเอาสติสตังของยัยมินคนเก่งปลิวหายไปกับสายลมหนาวหมดสิ้น
ระหว่างที่มินกำลังอ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยปากดỗiกลบเกลื่อนความเขินอายเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์หัวใจวายนี้ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชทจากหน้าจอหลักที่เด้งขึ้นมาโชว์หรา—
*[ข้อความจาก: พี่กรณ์]*
*“มินครับ ดอกไม้ช่อเมื่อกี้พี่ตั้งใจเลือกให้จริงๆ นะ ถ้ายังไงพรุ่งนี้เช้าเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันสองคนก่อนกลับดีไหม พี่มารอรับที่หน้าค่ายนะ”*
บรรยากาศรอบตัวที่กำลังหวานอมเปรี้ยวและชวนใจเต้นแรงเมื่อครู่ พลันหยุดชะงักลงทันที คินหรี่ตามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบนั้นนิ่งสนิท รังสีความหึงหวงแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว ขณะที่มินได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับข้อความเจ้ากรรมที่ดันส่งเข้ามาในจังหวะนรกแตกแบบนี้!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานน้อยๆ แต่ฟินเกินร้อยให้กันเสมอนะคะ!
รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน•ตอนที่ 15
ก่อนจบค่ายที่ใจเริ่มเปลี่ยน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!