รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน•ตอนที่ 16

กลับมาสู่ชีวิตมหาลัยที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องนั่งเล่น กำลังทำหน้าที่เป็นประดุจระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้ามินได้ทุกวินาที ข้อความจากรุ่นพี่คณะบริหารปีสี่ที่ดันส่งรูปคู่สมัยมัธยมมาพร้อมแคปชันชวนคิดถึง *“จำรูปนี้ได้ไหมครับน้องมิน ปีนี้ว่างไปกินข้าวด้วยกันอีกนะ”* มันช่างเป็นจังหวะนรกที่สมบูรณ์แบบเสียจนมินอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด “หึ...” เสียงหัวเราะในลำคอของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นเบา ๆ แต่มันกลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูฝน คินไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ทุบโต๊ะ หรือแสดงอาการเกรี้ยวกราดแบบที่พระเอกละครหลังข่าวควรจะเป็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนอากาศรอบตัวราวกับลดลงไปหลายองศา มินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกเล็กน้อย เธอรีบคว่ำหน้าจอลงกับโซฟาทันทีราวกับมันเป็นวัตถุอันตราย “อะ... อะไรเล่า! มองหน้าแบบนี้หมายความว่าไงรุ่นพี่คิน?” มินเอ่ยเสียงสูงกลบเกลื่อนความร้อนรนในอก พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าเหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผมแล้วก็ตาม “เปล่าครับ... พี่แค่อิจฉาคนแถวนี้” คินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ส่งไม่ถึงดวงตา คราบรุ่นพี่สายตื๊อขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายอันตรายที่กำลังแผ่รังสีความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของออกมาเต็มพิกัด “เสน่ห์แรงจังนะครับ น้องมินปีสองเนี่ย มีหนุ่มบริหารมาขายขนมจีบตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลยเหรอ” “บ้า! ใครขนมจีบอะไรเล่า รุ่นพี่เขาแค่ทักมาทักทายตามประสาคนเคยรู้จักต่างหาก รุ่นพี่อย่ามาทำหน้ายักษ์ใส่หนูนะ!” มินโวยวายเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินและอาการร้อนๆ หนาวๆ ในอกที่ถูกสายตาคู่นั้นจ้องมองมา “อ๋อ... แค่คนเคยรู้จัก” คินทวนคำเสียงเนิบนาบ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้จนมินต้องเอนหลังหนีแทบจะสิงพนักโซฟา “งั้นพี่ที่เป็น ‘คนปัจจุบัน’ ที่กำลังพยายามกู้สถานะเฟรนด์โซนอยู่เนี่ย... ต้องทำตัวยังไงเหรอครับ ถึงจะชนะใจคนเคยรู้จักคนนั้นได้” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างหูทำเอาสมองของมินรวนเรไปชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไอความร้อนจากตัวของคนพี่ทำให้ใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้ขยันทำให้เธอเสียอาการอยู่เรื่อยเลย ไม่ว่าจะกี่โมงกี่ามoวก็ตาม! “ถอยไปเลยนะ! มาใกล้เกินไปแล้ว!” มินใช้สองมือดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มือหนากลับจับข้อมือเธอไว้เบื้องหน้าอย่างง่ายดาย แรงบิดเบาๆ ทำให้มินต้องยอมจำนน นั่งนิ่งอยู่ภายใต้วงแขนของเขาโดยปริยาย “ไม่ถอยครับ จนกว่าเราจะตกลงกันให้รู้เรื่อง” คินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ “เลือกเอา... จะให้พี่ไปประกาศความเป็นเจ้าของที่คณะนิเทศฯ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย หรือจะยอมบอกพี่ดีๆ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร และหนูจะจัดการยังไง” “รุ่นพี่คนนี้นี่มัน... เผด็จการชะมัด!” มินฮึด1ฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้ แต่แก้มใสกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด และนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตมหาลัยในเทอมใหม่ที่วุ่นวายกว่าเดิมร้อยเท่าพันทวี! เช้าวันถัดมา บรรยากาศหน้าคณะนิเทศศาสตร์คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาปีสองที่เดินขวักไขว่พูดคุยกันถึงตารางเรียนใหม่ มินเดินถือชีทเรียนกองโตพะรุงพะรังเข้ามาในตึกคณะด้วยสภาพที่แทบจะร่างแหลกสลายจากการนอนดึกคิดเรื่องเมื่อคืน ฟ้าใสเพื่อนสนิทตัวดีรีบปรี่เข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อีมิน! แกรรร สารภาพมานะ!” ฟ้าใสเขย่าแขนเพื่อนสาวจนชีทเกือบหล่น “เมื่อวานพี่คินไปส่งที่ห้องแล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมหน้าแกแดงแจ๋ แถมเช้านี้ยังมีข่าวลือหนาหูว่ามีหนุ่มวิศวะสุดหล่อมายืนดักรอหน้าคณะบริหารตั้งแต่เช้าเพื่อเคลียร์กับใครบางคน... แกใช่มั้ยอีนางเอก!” “บ้าบอ! ใครจะไปรู้เรื่องของเขาเล่า!” มินค้อนปะลับปะเหลือกใส่เพื่อนรัก รีบเดินหนีเข้าห้องบรรยายโดยมีเสียงหัวเราะคิกคักไล่หลังมา การเรียนวิชาเอกสุดหินในปีสองเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่ปรานีปราศรัย อาจารย์ผู้สอนรัวเนื้อหาใส่พวกเราแบบไม่มียั้งจนมินต้องก้มหน้าก้มตาจดโน้ตแทบไม่เงยหน้าขึ้นมามองกระดาน สมองอันน้อยนิดเริ่มประมวลผลไม่ทันเมื่อความง่วงเข้าจู่โจมประกอบกับความเครียดสะสม แต่ทว่า... ท่ามกลางความวุ่นวายของการปรับตัวรับมือกับตารางเรียนที่หนักหน่วง โทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำไว้บนโต๊ะเลคเชอร์ก็สั่นเบาๆ ติดต่อกันหลายครั้ง *“ตั้งใจเรียนนะครับเด็กดื้อ”* *“เลิกเรียนกี่โมง เดี๋ยวพี่ไปรับที่ตึกนิเทศฯ”* *“ห้ามแอบมองหนุ่มคณะอื่นเด็ดขาด พี่ตาดีนะ สั่งห้ามแล้วนะ!”* มินก้มมองหน้าจอแล้วหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการเรียนราวกะถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา นิ้วเรียวกดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้ *“ใครเด็กดื้อคะ! แล้วก็ไม่ต้องมาเลยนะ หนูจะกลับกับฟ้าใส!”* ส่งข้อความเสร็จ มินก็เงยหน้าขึ้นตั้งใจฟังอาจารย์ต่อ แต่ทว่าผ่านไปไม่ถึงหนาที เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาของใครบางคนทอดทับลงมาบนโต๊ะเลคเชอร์ของเธอ มินหันขวับไปมองด้วยความหงุดหงิดที่คิดว่าเป็นเพื่อนสนิทแกล้งอำ แต่ทว่า... ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อช็อปวิศวะที่ปลดกระดุมบนเผยให้เห็นลำคอแกร่งและสร้อยเงินเส้นโปรด กลับยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างโต๊ะเรียนของเธอท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเพื่อนร่วมคลาสทั้งห้อง! คินก้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว “พี่บอกแล้วไงครับว่า... พี่ตาดี” มินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อ้าปากค้างพูดไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่า... เขานั่งรอเธออยู่ในห้องเลคเชอร์นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! และก่อนที่มินจะได้เอ่ยปากไล่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนตัวสูงก็ขยายกว้างขึ้น พร้อมกับโทรศัพท์ในมือของเขาที่ชูหน้าจอแชตขึ้นมาให้เธอดูชัดๆ—หน้าจอที่ปรากฏข้อความล่าสุดจากเธอเองที่เพิ่งกดส่งไปเมื่อครึ่งนาทีก่อนหน้านี้... *“รักนะคะ... คนบ้า”* มินช็อกตาตั้ง! สมองขาวโพลนในทันทีเมื่อตระหนักว่าเธอกดส่งคำว่าอะไรออกไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะความล่ำซ้ำและตื่นตระหนกเมื่อครู่ ทำให้เธอกดส่งข้อความสารภาพความในใจสุดน่าอายนี้ออกไปหาเขาแบบเต็มๆ ตา!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%