"บอกมากี่ครั้งแล้วคะว่าเก้าอี้ตัวนี้... มีเจ้าของ!"
มินแทบจะโยนกระเป๋าเป้ใบโตกระแทกลงบนเก้าอี้พลาสติกสีส้มตัวริมสุดของโรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์ เสียงกระแทกดังปึกจนแก้วน้ำพลาสติกของฟ้าใสที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกระเพื่อมไหว น้ำแข็งข้างในกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง แต่นั่นยังไม่น่าหงุดหงิดเท่ากับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ถือวิสาสะหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้ามฟ้าใส แถมยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วยการแกะหลอดดูดน้ำอัดลมอย่างสบายอารมณ์
"อ้าวเหรอครับ? พี่เห็นมันว่าง นึกว่าเก้าอี้คณะนิเทศฯ เขาเปิดเสรีให้เด็กวิศวะมานั่งพักพิงชั่วคราวซะอีก"
คินเงยหน้าขึ้นจากแก้วน้ำ รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์จุดประกายความกวนประสาทขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบใสพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ยิ่งเห็นใบเนียนใสของรุ่นน้องปีสองเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโมโห พี่ท่านก็ยิ่งได้ใจ ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างน่าหมั่นไส้
ฟ้าใสที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ค่อยๆ เลื่อนมือมาบังปาก แกล้งทำเป็นก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือ แต่รอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปากนั้นฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกขนาดไหน ยัยเพื่อนตัวดีคนนี้ไม่เคยคิดจะช่วยห้ามเลยสักครั้ง มีแต่จะคอยสكิมมิ่งหาจังหวะชงให้อีกต่างหาก
"นี่มันโรงอาหารนิเทศฯ ค่ะพี่คิน! ฝั่งโน้น... คณะวิศวะโน่นค่ะ เดินข้ามตึกไปอีกสามร้อยเมตร ขาวยาวๆ แบบนั้นน่าจะใช้เวลาเดินไม่ถึงสองนาทีหรอกมั้งคะ เชิญค่ะ!" มินใช้ปลายนิ้วเรียวสวยชี้กราดออกไปนอกโรงอาหาร พร้อมทำหน้าไล่อย่างไม่เกรงใจรุ่นพี่
"ใจร้ายจัง..." คินเบะปากเล็กน้อย ทำท่าทางเหมือนเด็กโดนขัดใจ แต่แววตาไม่ได้สลดเลยสักนิด "เดินมาตั้งไกลเพราะเป็นห่วงกลัวเด็กแถวนี้จะกินข้าวไม่ลง สรุปคือไล่เหรอเนี่ย? เสียใจนะเนี่ย... สงสัยต้องขอข้าวมินสักคำปลอบใจละมั้ง"
พูดจบ พดด้วงข้าวเหนียวไก่ย่างในจานของมินก็เกือบจะกระเด็นหลุดมือเมื่อคินยื่นช้อนของตัวเองเข้ามาตักข้าวเหนียวคำโตไปหน้าตาเฉย!
"เฮ้ย! นั่นข้าวหนู!" มินอุทานลั่น โวยวายเสียงหลงจนโต๊ะข้างๆ หันมามองเป็นตาเดียว "อยากกินทำไมไม่ไปซื้อเองคะ! เงินเดือนวิศวะออกตั้งแต่วันศุกร์แล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่าถังแตกจนต้องมาแย่งข้าวเด็กปีสองกิน!"
"เปล่าถังแตก... แค่อยากกินข้าวคำที่น้องมินตักต่างหาก" คินเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างหน้าตาเฉย สายตาก็ยังคงจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้บึ้งตึงจนแก้มป่อง "อร่อยดีนะ หวานกว่าข้าวโรงอาหารวิศวะตั้งเยอะ สงสัยเพราะคนตักหน้าตาดีมั้ง"
*แค๊ก!*
ฟ้าใสที่กำลังซดน้ำแกงจืดถึงกับสำลีพรวด สำลักจนหน้าดำหน้าแดง ต้องรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากเป็นการด่วน พร้อมกับส่งสายตาแซววิบวับมาทางมินที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินกันแน่ที่พุ่งทะยานขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่
"พี่คิน! พูดจาบ้าอะไรเนี่ย!" มินฟาดยาหม่องในมือ (ที่พกไว้แก้ลมวิงเวียนเวลาเจอหน้าคนกวนประสาท) ลงบนโต๊ะดังปั๊บ "แล้วดูโน่น... คนเขามองกันหมดแล้วเนี่ย! เดี๋ยวเขาก็หาว่าหนูเป็นเด็กเส้นรุ่นพี่หรอก!"
จริงอย่างที่มินว่า สายตานับสิบคู่รอบโรงอาหารกำลังพุ่งเป้ามาที่โต๊ะของพวกเธออย่างพร้อมเพรียง ก็ใครจะไปคิดล่ะคะว่าพี่คิน—เดือนคณะวิศวะปีสาม พ่วงตำแหน่งประธานสโมสรนักศึกษาที่สาวๆ ทั้งมหาลัยหมายปอง จะมานั่งกินข้าวเหนียวไก่ย่างอยู่มุมอับของโรงอาหารนิเทศฯ แถมยังทำตัวรุ่มร่ามแย่งข้าวน้องปีสองกินต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้
เสียงซุบซิบดังระงมเข้าหูเป็นระยะ
*“นั่นพี่คินวิศวะไม่ใช่เหรอ ทำไมมานั่งโต๊ะนิเทศฯ วะ”*
*“แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นใครอ่ะ... น่ารักจัง หรือว่าแฟนใหม่วะแก”*
*“ไม่ใช่แฟนหรอกมั้ง แกดูดิ น้องเขาโวยวายใหญ่เลย น่าจะเป็นคู่กัดมากกว่า”*
*“แต่สายตาพี่คินตอนมองน้องเขานี่คืออะไรวะ หวานหยดย้อยจนมดขึ้นข้าวเหนียวแล้วมั้งนั่น”*
มินอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด เธอยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความอับอาย ปากก็พึมพำบ่นงุบงิบคนเดียว "ตายๆๆ ชีวิตสงบสุขของมินหมดกันเพราะไอ้รุ่นพี่บ้าคนนี้คนเดียวแท้ๆ"
"อ้าว ดีออกไม่ใช่เหรอครับ" คินหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เขายังคงไม่ยอมขยับไปไหน แถมยังเลื่อนจานไก่ย่างของตัวเองมาไว้ตรงกลางโต๊ะ "เอ้า... ไถ่โทษที่พี่แย่งข้าวหนู กินไก่ทอดนี่ซะ น่องใหญ่นะเนี่ย พิเศษเพื่อหนูเลยนะ"
"ไม่กินค่ะ! หนูกินอิ่มแล้ว!" มินสะบัดหน้าหนี เชิดใส่ด้วยความงอน
"อ้าว อิ่มแล้วได้ไง ข้าวเพิ่งจะเข้าปากไปสองคำเองนะ" คินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นแดดและกลิ่นสบู่สะอาดลอยเข้าจมูก มินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งสเต็ปอย่างห้ามไม่อยู่ "หรือว่า... อิ่มอกอิ่มใจจนกินไม่ลงแล้วครับ หื้ม?"
"พี่คิน!" มินหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่ทันที "ถ้ายังไม่เลิกหยอดนะ หนูจะเอาแกงส้มสาดใส่เสื้อวิศวะราคาแพงของพี่จริงๆ ด้วย!"
"โห... ดุจังวะ" คินยิ้มกริ่ม ดวงตาสีเข้มทอประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งขึ้นจนมินต้องหลบสายตา "ดุแบบนี้แปลว่าเขินใช่ไหมเนี่ย"
"ใครเขิน! ไม่มีทาง!"
"แน่นะ?" คินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์อะไรบางอย่างยิกๆ "งั้นถ้าไม่เขิน... ลองหันไปดูข้างหลังเสาต้นที่สามของโรงอาหารหน่อยสิครับ พอดีพี่เห็นใครบางคนถือกล้องซูมมาทางนี้ตั้งแต่สิบนาทีที่แล้วละ... น่าจะเป็นเพจจับคู่เด็กมหาลัยซะด้วย"
มินสะดุ้งโหย่ง หันขวับไปมองตามที่รุ่นพี่บอกทันที หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นเลนส์กล้องสีดำตัวโตโผล่อشออกมาจากหลังเสาปูนจริงๆ ด้วย!
ให้ตายเถอะ... พรุ่งนี้เช้าเพจ *‘คนรักมหาลัย’* ต้องลงรูปเธอกับพี่คินพร้อมแคปชันชวนเข้าใจผิดแหงๆ!
มินหันกลับมาถลึงตาใส่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด แต่ทว่า... ทันทีที่หันกลับมา เธอกลับพบว่าใบหน้าหล่อเหลาของคินอยู่ห่างออกไปเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดของรุ่นพี่ก็เอื้อมมาแตะที่มุมปากของเธอเบาๆ
"เลอะเม็ดข้าวเหนียวครับ... เด็กโง่"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู ในจังหวะที่หัวใจของมินกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คินก็ชูเม็ดข้าวเหนียวสีขาวขึ้นมาให้เธอดูต่อหน้าต่อตา รอยยิ้มละมุนที่ปรากฏบนใบหน้านั้นทำเอาโลกทั้งใบของมินหยุดหมุนไปชั่วขณะ...
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าคุณรี้ดจะลุ้นจนจิกหมอนกับความโบ๊ะบ๊ะปนความคลั่งรักของพี่คินในตอนนี้กันนะคะ!
รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน•ตอนที่ 3
โรงอาหารไม่ได้มีไว้แค่กินข้าว
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!