"ถ้านายไม่หยุดจ้องหน้าฉันภายในสามวิฯ ฉันจะเอาหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญเล่มนี้ฟาดหัวนายให้สมองไหลออกมาเป็นวิศวะฯ กองอยู่บนพื้นแน่ คิน!"
มินเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางเขยิบตัวหนีไปจนชิดขอบเก้าอี้ไม้ตัวยาวในห้องสมุดรวมของคณะ พยายามทำหน้านิ่งให้ดูโหดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจตอนนี้เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวที่แก้มไม่ใช่เพราะอากาศในห้องสมุดหรอก แต่มันเป็นเพราะสายตาแพรวพราวของไอ้รุ่นพี่ตัวดีที่นั่งเท้าคางมองเธอมาตลอดสามสิบนาทีเต็มต่างหาก!
"ตีเลยมั้ยล่ะครับ? ถ้าฟาดยังไงก็ไม่เจ็บหรอก เพราะใจพี่มันด้านไปหมดแล้ว... โดนน้องมินด่าเช้าด่าเย็นจนภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งกว่าเกรดเฉลี่ยวิศวะฯ ปีสามไปแล้วนะ" คินตอบหน้าตาย แถมยังยักคิ้วกวนประสาทหนึ่งที
"ประสาท! ใครเขาอยากรู้เกรดนายกันวะ ถอยไปไกลๆ เลยนะ ที่นี่ห้องสมุด เขาให้มาอ่านหนังสือ ไม่ได้ให้มานั่งโปรยเสน่ห์หาเรื่องโดนไล่ออก"
"ก็ไม่ได้โปรยให้คนทั้งห้องนี่ครับ โปรยให้คนเดียว... คนที่กำลังพยายามทำหน้าดุ แต่หูกับแดงแปร๊ดไปถึงไหนแล้วเนี่ย"
มินรีบยกมือขึ้นปิดใบหูตัวเองทันที พลางถลึงตาใส่คนที่หัวเราะหึๆ ในลำคออย่างชอบใจ เธอเกลียดไอ้ท่าทางมั่นหน้าของคินที่สุด! ยิ่งเห็นเขานั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์เหมือนอยู่บ้านตัวเอง ในขณะที่เธอต้องพยายามโฟกัสกับรายงานที่ใกล้จะเดดไลน์... มันน่าหงุดหงิดจนอยากจะเหวี่ยงปากกาใส่หน้าหล่อๆ นั่นจริงๆ
"สรุปคือจะไม่ไปใช่ไหม?" มินถามเสียงแข็ง
"ไม่ไปครับ จนกว่าน้องมินจะเขียนรายงานเสร็จ แล้วให้พี่ไปส่งที่หอ" คินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่มินคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก ทำให้สมาธิที่สะสมมาพังทลายไม่เป็นท่า "ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ช่วงนี้ดึกแล้ว อันตราย... พี่เป็นห่วง ในฐานะ 'คนพิเศษ' ที่กำลังขอคิวจองสถานะคืน"
"ใครให้สิทธิ์นายเรียกแบบนั้น!"
"ปากบอกไม่ให้ แต่ทำไมใจสั่นล่ะครับ?"
"ไอ้บ้า! ถ้านายไม่หยุดพูด ฉันจะเดินหนีไปนั่งโต๊ะอื่นแล้วนะ" มินคว้าสมุดจดขึ้นมาทำท่าจะลุกหนีจริงๆ แต่คินกลับไวกว่า เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบแน่น แต่มันกลับทำให้มินชะงักกึกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต
บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงบพลันดูเหมือนบีบคั้นขึ้นมาทันที มินจ้องตาคนตรงหน้า เห็นแววตาที่เล่นทีเล่นจริงของคินฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง มันไม่ใช่สายตาขี้แกล้งแบบที่เขาชอบทำ แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังรอคอยคำตอบจากอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจ
"มิน..." คินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังจนมินเผลอกลั้นหายใจ "ถ้าที่ผ่านมามันคือความผิดพลาดที่พี่ทำให้เราต้องเฟรนด์โซนกันไป... พี่ก็แค่กำลังแก้ไขมัน ในทุกๆ วัน พี่ไม่ได้พยายามตื๊อให้รำคาญ แต่พี่กำลังพยายามให้เธอเห็นว่า... พี่น่ะจริงจังกว่าครั้งไหนๆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงแอร์ที่ดังแว่วๆ อยู่ไกลๆ มินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เต้นรัวเริ่มเต้นผิดจังหวะเพราะประโยคบอกเล่ากึ่งสารภาพนั่น เธออยากจะตะโกนด่าเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังตีรวนในอก แต่ทำไมปากเจ้ากรรมมันถึงขยับไม่ออกล่ะ?
"อื้อ... รู้แล้วน่า" มินพึมพำเบาๆ พร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขิน "ถ้าอยากไปส่งนักก็อยู่เงียบๆ ไป อย่าส่งเสียงดัง เข้าใจมั้ย?"
คินยิ้มกว้างออกมาทันที เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มินต้องรีบก้มหน้าลงกับหนังสือเล่มหนาจนแทบจะเอาหน้าจมลงไปในกระดาษ
เวลาผ่านไปอีกเกือบชั่วโมงจนกระทั่งแสงไฟในห้องสมุดเริ่มสลัวลงเนื่องจากใกล้เวลาปิดทำการ มินเก็บของลงกระเป๋าอย่างทุลักทุเลเพราะความลนลานจากสายตาคินที่ยังคงจ้องไม่วางตา จนกระทั่งพวกเขาก้าวออกมาสู่ความมืดสลัวของทางเดินหน้าคณะ
"ดึกขนาดนี้หิวไหมครับ?" คินถามพลางเดินเคียงข้าง พยายามจะคว้ากระเป๋าจากมือมินไปถือให้
"ไม่หิว! จะกลับหอแล้ว"
"หิวหน่อยเถอะ... พี่อุตส่าห์เล็งร้านบะหมี่หน้าหอไว้ร้านนึง อยากพาไปกิน" คินยังคงตื๊อไม่เลิก จังหวะที่ทั้งคู่เดินผ่านเสาต้นใหญ่หน้าทางออก จู่ๆ คินก็ดึงแขนมินให้หลบเข้าไปหลังเสาด้วยความเร็วสูงจนเธอเซไปชนอกแกร่งของเขา
"ทำอะไรน่ะคิน! ตกใจหมด!" มินเตรียมจะโวยวายเต็มที่ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นคินทำนิ้วจุ๊ปาก พลางบุ้ยใบ้ให้มองออกไปด้านนอก
มินหรี่ตามองไปตามทางที่คินชี้ ก็เห็นร่างสูงของ 'นนท์' แฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไปได้ไม่นาน กำลังเดินมากับกลุ่มเพื่อนพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าเริง ท่าทางสนิทสนมกับผู้หญิงคนใหม่ที่เดินข้างๆ ทำให้มินรู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาจุกที่คอ
นี่น่ะหรือคนที่บอกว่าเสียใจนักหนา?
"เห็นไหมครับ?" คินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นความเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "คนที่เธอเคยเสียน้ำตาให้ มันไม่เคยสมควรได้รับแม้แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกของเธอเลยสักนิด"
มินนิ่งงัน ภาพตรงหน้าเหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อกันติดในวินาทีเดียว ความเจ็บปวดที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยสัมผัสอุ่นจากมือหนาที่กุมมือเธอไว้แน่น
"ไปกันเถอะครับ" คินลากจูงมือเธอให้เดินไปอีกทาง โดยไม่แม้แต่จะหันไปมองคนกลุ่มนั้น "เลิกมองอดีตได้แล้ว เพราะอนาคตที่พี่เตรียมไว้ให้... มันกำลังรออยู่ข้างหน้า"
มินเดินตามแรงจูงของเขาไปอย่างว่าง่าย หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะคำพูดของคินเมื่อครู่...
ทว่า ในขณะที่มินกำลังจะเงยหน้าขึ้นพูดอะไรบางอย่างกับคิน มือถือในกระเป๋ากางเกงเธอก็สั่นรัวขึ้นมา มินหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ก่อนที่ใบหน้าจะถอดสีทันทีเมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า...
'แม่'
และวินาทีนั้นเอง ที่คินหันกลับมามองมินพอดี ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นข้อความเด้งแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือที่มินลืมล็อกหน้าจอ... เป็นข้อความจากแอปฯ หนึ่งที่ขึ้นหราว่า **"คุณมีนัดเดทออนไลน์กับ... คุณนนท์ ที่คุณกดยอมรับไปเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว"**
ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเดิมเข้าปกคลุมระหว่างคนสองคน... และคินก็ค่อยๆ ปล่อยมือเธอช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่จางหายไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่า
"นัดเดท... งั้นเหรอครับ?"
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของมินและคินมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้านะคะ - ชาพีชหวานน้อย
รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน•ตอนที่ 20
ห้องสมุดที่เป็นพยาน
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเฟรนด์โซน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!