เสียงหัวเราะในลำคอของธันวาชวนให้หงุดหงิดเสียจนคินน์อยากจะปาจานเซรามิกราคาแพงลิบลิ่วใส่หน้าหล่อเหลานั้นเสียให้เข็ด หากไม่ใช่เพราะประโยคต่อมาที่ทำให้มือซึ่งกำลังถือทัพพีสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย
"กลัวผมกินคุณเข้าไปด้วยหรือไง เชฟคินน์... หน้าถึงได้แดงขนาดนั้น"
"ผมไม่ได้กลัวคุณ ผมแค่รำคาญแขกไม่ได้รับเชิญ" คินน์เชิดหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบสนิทราวกับหน้ากากน้ำแข็ง ทั้งที่กลิ่นฟีโรโมนไวน์แดงบ่มเก่าของอัลฟ่าหนุ่มกำลังลอยวนอยู่รอบตัว จนต่อมรับกลิ่นในร่างโอเมก้าเริ่มประท้วงด้วยความปั่นป่วน
บรรยากาศในครัวปิดยามวิกาลแคบลงถนัดตาเมื่อธันวาขยับก้าวเข้ามารุกรานพื้นที่ส่วนตัว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนื้อดีที่ถอดเนกไทออกลวกๆ ดูผ่อนคลายกว่ายามปกติ แต่ทว่าสายตาคมกริบคู่นั้นกลับดุดันและเร่าร้อนยิ่งกว่าเตาฟืนตรงหน้า มือหนายื่นผ่านไหล่บางเพื่อคว้าขวดน้ำซอส โดยจงใจให้ปลายนิ้วเฉียดผ่านผิวเนื้อบริเวณต้นคอขาวผ่องอย่างจงใจ
คินน์สะดุ้งสุดตัว ถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์สแตนเลสเย็นเฉียบ
"ถอยไปนะ ธันวา คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในโซนเตรียมอาหารของผม"
"แต่ผมมีสิทธิ์ในตัวคุณ... ในฐานะคนจองคิวโต๊ะพิเศษคนแรก" ธันวาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนเส้นขนทั่วร่างของคินน์ลุกชัน กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศที่คินน์เพิ่งเคี่ยวไปเมื่อครู่ผสมผสานกับกลิ่นฟีโรโมนเฉพาะตัวของอัลฟ่า สร้างมิติความเย้ายวนที่อยู่นอกเหนือตำราอาหารเล่มไหนบนโลก
บนโต๊ะอาหารตัวเล็กมุมห้อง มีจานสเต็กเนื้อซูวีด์ที่คินน์ตั้งใจทำให้ตัวเองกินประทังชีวิตหลังร้านปิดวางอยู่ สเต็กชิ้นนั้นถูกตัดแบ่งครึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ไวน์สองแก้วที่รินทร์ค้างไว้สะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากโคมไฟเพดาน เป็นภาพความเงียบงันที่โรแมนติกอย่างน่าประหลาด โดยที่ไม่มีใครเอ่ยปากอนุญาตให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก
คินน์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตมองค้อนอัลฟ่าจอมเจ้าเล่ห์ที่ตอนนี้ถือวิสาสะหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มชิ้นเนื้อในจานของเขาเข้าปากหน้าตาเฉย
"อร่อย..." ธันวาเคี้ยวช้าๆ สายตายังคงจับจ้องใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึง "รสชาติจัดจ้านแต่แฝงความนุ่มนวล เหมือนเจ้าของไม่มีผิด"
"ถ้าชอบนักก็กลับไปกินที่ร้านภัตตาคารของคุณโน่น นี่มันส่วนของผม"
"ร้านผมไม่มีบรรยากาศแบบนี้... ไม่มีเชฟหน้าบึ้งคอยยืนมองด้วยสายตาอยากจะฆ่าผมให้ตายแบบนี้ด้วย" ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะวางส้อมลงแล้วเอื้อมมือไปแตะปลายคางเรียวของคินน์อย่างถือวิสาสะ บังคับให้โอเมก้าดื้อรั้นเงยหน้าขึ้นมารับสบตากันตรงๆ
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ในเสี้ยววินาทีนั้น มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเครื่องดูดควันเบื้องบน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง คินน์รับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านจากปลายนิ้วของอีกฝ่ายที่ไล้กรอบแก้มแผ่วเบา ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับแรงดึงดูดทางเคมีกำลังหลอมละลายทิฐิและกำแพงหนาที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือน
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าใกล้เรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า คินน์หลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มือบางเผลอขยุ้มชายเสื้อเชิ้ตของอัลฟ่าแน่นโดยไม่รู้ตัว เตรียมพร้อมจะรับสัมผัสที่โหยหามานานภายใต้บรรยากาศมื้อค่ำที่ไม่มีอยู่ในเมนู
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งที่กำลังก่อตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนภายใต้แสงไฟสลัวนอกร้าน
คินน์สะดุ้งเฮือก รีบผลักอกธันวาออกสุดแรงเกิด ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง นัยน์ตาคมกริบหันไปมองยังประตูหน้าร้านด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่กล้ามาขัดจังหวะสำคัญ
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวตัวหนาผลักประตูกระจกเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต พร้อมกับรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ที่ส่งตรงมายังคนทั้งคู่
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะดินเนอร์รอบดึกหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีผมผ่านมา... เลยแวะเอา 'ของขวัญชิ้นจริง' มาส่งให้เชฟคินน์ด้วยตัวเอง"
ดวงตาสีเข้มของแขกผู้มาใหม่กวาดตามองโต๊ะอาหารที่มีไวน์สองแก้วและสภาพยุ่งเหยิงของคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ธันวาจะหรี่ตาลงจดจำใบหน้านั้นได้ทันที... ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่บินลัดฟ้ากลับมาจากต่างประเทศเพื่อมาแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ กระต่ายพระจันทร์ซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 11
อาหารมื้อค่ำที่ไม่มีในเมนู
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!