“ถ้าการคบกับโอเมก้าก้นครัวอย่างฉัน มันทำให้คุณชายตระกูลสูงส่งต้องลำบากใจขนาดนั้น ก็เชิญไสหัวกลับไปกินอาหารหรูหราที่ตระกูลคุณจัดเตรียมไว้ให้เถอะค่ะ!”
เสียงกระแทกแก้วไวน์กระทบโต๊ะหินอ่อนดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไวน์แดงราคาแพงและกลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่กำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ คินน์ยืนกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตฉายแววหยิ่งทะนงแม้ว่าขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความโกรธระคนน้อยใจ ใบหน้าหวานเฉี่ยวหันหนีไปยังอีกทางเพื่อไม่ให้ธันวาเห็นความอ่อนแอที่กำลังตีตื้นขึ้นมา
แขกผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ—ลูกพี่ลูกน้องสายตรงของธันวาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาธุรกิจอาหาร—กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยรอยยิ้มเยาะ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในห้องชุดของคินน์ด้วยความขบขัน ระหว่างธันวา นักวิจารณ์อาหารผู้เยือกเย็น กับคินน์ เชฟหนุ่มปากร้ายที่พยศจนใครก็เอาไม่อยู่ ดูเหมือนความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นนี้กำลังจะพังทลายลงด้วยแรงกดดันจากตระกูลใหญ่
“คินน์...” ธันวากดเสียงต่ำ พยายามก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางที่ถอยร่นหนีอย่างระแวดระวัง กลิ่นอายอัลฟ่าของเขาเริ่มแผ่ขยายเพื่อกดดันบรรยากาศรอบตัว แต่ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้ผล คินน์ไม่ใช่โอเมก้าที่จะยอมสยบให้ใครเพียงเพราะแรงกดดันทางชีววิทยา
“อย่าเข้ามานะ!” คินน์ยกมือขึ้นห้าม ดวงตาคู่สวยตวัดกลับมามองอย่างดุดัน “คุณได้ยินที่พี่ชายสุดที่รักของคุณพูดเมื่อกี้ไม่ใช่หรือไง? การที่ ‘คุณชายธันวา’ มาคลุกคลีอยู่กับเชฟโนเนมอย่างฉัน มันเป็นแค่เรื่องสนุกชั่วคราว หรือเป็นแค่เกมแก้เบื่อที่คุณใช้ฆ่าเวลาก่อนจะกลับไปรับตำแหน่งแต่งงานกับคุณหนูตระกูลผู้ดีนั่นกันแน่ล่ะคะ?”
ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปยังบุคคลที่สามที่ยืนลอยชายอยู่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเชฟคนเก่ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยความหวาดหวั่นของคนทั้งคู่
“นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้เลือกได้ทุกเรื่อง คินน์” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามราบเรียบที่สุด แต่แฝงไปด้วยความอึดอัดที่สะสมมานาน “การแต่งงานกับตระกูลคาร์เตอร์ไม่ใช่เรื่องที่ฉันปฏิเสธได้ทันทีโดยไม่กระทบกับธุรกิจของครอบครัว...”
“หึ! งั้นก็แสดงว่าสุดท้ายแล้ว หน้าตาทางสังคมและผลประโยชน์ก็สำคัญกว่าความรู้สึกของคนที่คุณยืนอยู่ข้าง ๆ สินะคะ” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสวย แต่มันกลับดูน่าปวดใจในสายตาของอัลฟ่าหนุ่ม “ถ้าอย่างนั้นคุณจะมาเสียเวลาตื๊อฉันอยู่ทำไมล่ะคะ เชิญกลับไปใส่สูทผูกไทแล้วไปลองชุดแต่งงานกับคู่หมั้นที่คุณแม่คุณจัดหาให้เถอะค่ะ อย่ามาทำตัวน่าสมเพชด้วยการบอกว่ารักฉัน แต่ก็ยังปล่อยให้คนอื่นมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันอยู่แบบนี้!”
“ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนี่... น้องคินน์”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากทางประตู ร่างสูงโปรดของ ‘เลียม’ ก้าวเข้ามาในห้องช้า ๆ รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นส่งเสียงก้องกังวาน เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะปรายตามองธันวาด้วยแววตาสสมเพชเจือความสนุกสนาน
“ธันวา... แกนี่มันน่าสมเพชจริงๆ ชักศึกเข้าบ้านไม่พอ ยังปล่อยให้โอเมก้าปากจัดคนนี้มาควบคุมชีวิตแกได้ถึงขนาดนี้เชียวรึ? คุณท่านที่บ้านฝากบอกมานะ ว่าถ้าแกยังไม่ยอมไปงานเลี้ยงต้อนรับคู่หมั้นในอีกสองวันข้างหน้า หุ้นในเครือทั้งหมดของบริษัทแกจะถูกย้ายชื่อผู้ถือหุ้นไปอยู่ที่ฉัน... ทั้งหมด”
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบทันที คำพูดของเลียมไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือประกาศิตจากประมุขแห่งตระกูลที่ทรงอิทธิพล ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาสีเข้มหันขวับไปมองลูกพี่ลูกน้องด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ แต่เลียมกลับยักไหล่อย่างไม่สะทกสะทกสะท้าน
“แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน เลียม” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ฉันไม่มี แต่คุณท่านมี!” เลียมยิ้มกริ่ม เดินเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารที่ยังมีไวน์พร่องไปครึ่งแก้ว เขายกนิ้วขึ้นแตะขอบแก้วเบา ๆ ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับคินน์ที่ยืนมองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “ส่วนเธอก็เหมือนกันนะ เชฟคินน์... น่าเสียดายจริงๆ ที่อาหารรสเลิศฝีมือเธอ คงไม่มีโอกาสได้เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารของตระกูลเราอีกแล้วล่ะนะ เพราะคนอย่างเธอ... มันเป็นได้แค่ตัวสำรองในเงาของธันวาเท่านั้นแหละ”
คำพูดเสียดสีนั้นกรีดแทงลงมากลางใจ คินน์รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าที่หน้า แม้เขาจะเป็นคนปากร้ายและไม่ยอมคน แต่ความจริงที่ถูกตอกย้ำด้วยสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็ทำให้ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นมาสั่นคลอน
ธันวาพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของเลียมด้วยความโมโหสุดขีด ดวงตาอัลฟ่าคู่นั้นแดงก่ำด้วยโทสะ “หุบปากเน่าๆ ของแกซะ เลียม ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจความเป็นพี่น้องอีกต่อไป!”
เลียมหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว แม้จะถูกมือใหญ่กำเสื้อจนยับยู่ยี่ เขายกมือขึ้นปัดป้องเบา ๆ
“ทำเป็นเก่งไปเถอะธันวา... อีกสองวัน แกก็ต้องเดินเข้างานแต่งงานนั้นด้วยตัวเองอยู่ดี หรือถ้าแกคิดจะทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับเด็กนี่... ก็ลองดูว่าตระกูลใหญ่ระดับประเทศเขาจะปล่อยให้เชฟโนเนมคนนี้มีที่ยืนในสังคมไหม”
“พอได้แล้วค่ะ!”
เสียงหวานทรงพลังตวาดลัดขึ้นกลางวงความขัดแย้ง คินน์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างอัลฟ่าทั้งสองคน ดวงตากลมโตที่เคยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาบัดนี้กลับมาฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย็นชาอีกครั้ง เขากวาดตามองหน้าเลียมด้วยความรังเกียจ ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาที่มองมาด้วยความร้อนรน
“ออกไปจากห้องของฉันซะทั้งคู่ค่ะ” คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความสั่นเครือ “ไม่ว่าตระกูลของคุณจะยิ่งใหญ่มาจากไหน หรือคุณจะต้องแต่งงานกับใคร มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉันอีกต่อไปแล้ว... เชิญกลับไปทำหน้าที่ของคุณซะ คุณชายธันวา”
ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก “คินน์... ฟังฉันก่อน อย่าพูดแบบนั้น”
“ฉันพูดความจริงค่ะ” คินน์ถอยหลังออกห่างจากอัลฟ่าหนุ่มทีละก้าว ราวกับต้องการสร้างกำแพงกั้นระหว่างพวกเขากลับคืนมา “ระหว่างเรา... มันก็แค่เรื่องสนุกชั่วคราวอย่างที่พี่ชายของคุณพูดนั่นแหละค่ะ เลิกทำตัวเหมือนคนรักที่อาลัยอาวรณ์เสียที มันน่าสมเพช”
คำว่า ‘น่าสมเพช’ ที่ย้อนกลับมาแทงใจดำ ทำเอาธันวานิ่งค้างไปสนิท ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนหายใจไม่ออก เลียมที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ ส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปที่ประตู พร้อมกับทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายไว้เบื้องหลัง
“พรุ่งนี้ บ่ายสองโมงตรง... เอกสารโอนสิทธิ์ทั้งหมดจะส่งไปที่โต๊ะทำงานของแกนะ น้องชาย”
ประตูกระจกห้องครัวปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนมา คินน์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พยายามรวบรวมเศษ
เสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ไม่ให้ร่วงหล่นต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ธันวาก้าวเข้าไปใกล้เพื่อจะเอื้อมมือไปคว้าแขนเรียว แต่ทว่า...
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดเสียก่อน
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ในยามวิกาลแบบนี้ จะมีใครมาหาเขาอีก? ธันวาชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะตัวคนรัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าด้วยความระแวง
ประตูกระจกค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยรหัสผ่านที่ควรจะมีแค่คนเดียวที่รู้... ร่างระหงของโอเมก้าสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจาย ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ธันวาและคินน์ด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
“อ้าว... อยู่กันพร้อมหน้าเลยเหรอคะเนี่ย?” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความอึดอัด “ขอโทษนะคะที่มาขัดจังหวะ... พอดีคุณแม่ส่งให้ฉันแวะมาเอาการ์ดเชิญงานหมั้นของเรา ที่ลืมไว้กับคุณค่ะ... พี่ธันวา”
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามา... คู่หมั้นที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยตระกูลคาร์เตอร์ ซึ่งยืนถือซองการ์ดสีเงินยวดยานยิ้มให้เขาอย่างผู้ชนะ
— กระต่ายพระจันทร์ —
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 12
ความลับใต้เงาไฟ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!