เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 10

พื้นที่ปลอดภัยในครัว

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
กลิ่นควันจาง ๆ จากกระทะเหล็กหล่อยังไม่ทันจางหาย เสียงกระจกหน้าร้านที่ถูกทุบด้วยก้อนอิฐก็ดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้นขัดมัน คินน์สะดุ้งสุดตัว ร่างโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนเปื้อนแป้งพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ ข้อความขู่ฆ่าที่แนบมากับอิฐก้อนนั้นยังคงบาดตา เศษกระดาษยับยู่ยี่เขียนด้วยลายมือหยาบโลน—*“ของขวัญชิ้นต่อไปที่ส่งตรงถึงหน้าร้านคืนนี้ จะทำให้เซฟโซนพินาศจนลุกเป็นไฟแบบไม่มีวันฟื้นตัวได้อีกเลย”* แต่มันไม่มี "ของขวัญ" ชิ้นที่สองตามมา... เพราะก่อนที่ความหวาดกลัวจะทันได้กัดกินหัวใจ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของใครบางคนก็ก้าวผ่านซากกระจกแตกเข้ามาเสียก่อน ธันวาปัดเศษฝุ่นที่ไหล่เสื้อตนเองออกอย่างไร้ความกังวล ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองความเสียหายในร้านเพียงแวบเดียว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสั่นเทาเล็กน้อยของเชฟหนุ่มโอเมก้าผู้พยศ "คุณเข้ามาทำบ้าอะไรที่นี่ ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้!" คินน์สวนกลับทันควัน เสียงหวานตวาดกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนกที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง "แล้วใครอนุญาตให้คุณเหยียบเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของฉัน เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุก!" "ปากเก่งได้ในเวลาแบบนี้สินะครับ เชฟคินน์" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนน่าโมโห ก้าวเท้ายาว ๆ เข้าประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่สนสายตาขุ่นขึงที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ "สภาพร้านเละไม่เป็นท่าแบบนี้ ยังมีแก่จิตแก่ใจมาไล่แขกวีไอพีอีกเหรอครับ หรือว่าสมองกระทบกระเทือนจากการตกใจกลัวจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว" "ฉันไม่ได้กลัว!" คินน์กระแทกเสียงใส่หน้า สองมือเรียว กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ฉันแค่... รำคาญ! รำคาญพวกหมาลอบกัด แล้วก็รำคาญคุณที่ชอบโผล่มาทำตัวเป็นฮีโร่ในเวลาไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย!" ธันวาไม่โต้เถียง เขากลับสาวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เจือกลิ่นฝนแรกของอัลฟ่าหนุ่มแผ่ขยายออกมาราวกับต้องการสร้างอาณาเขตปกป้องโดยสัญชาตญาณ คินน์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนน่ารำคาญเมื่อแผ่นอกกว้างอยู่ห่างจากปลายจมูกแค่คืบเดียว "ไม่ใช่ฮีโร่หรอกครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนลมหายใจอุ่นปัดผ่านพวงแก้มเนียน เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "...แต่เป็นเจ้าหนี้ต่างหาก คุณติดค้างคำอธิบายผมหลายเรื่องนะ เชฟคินน์" คินน์ผลักอกแกร่งออกสุดแรงเกิด แม้แรงปะทะจะไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายขยับเขยื้อนมากนัก แต่อย่างน้อยก็สร้างระยะห่างที่ปลอดภัยให้หัวใจได้สูบฉีดออกซิเจนตามปกติ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนขวับอย่างไม่ยอมแพ้ "เรื่องอะไรฉันจะต้องอธิบาย คุณเป็นใคร เป็นเจ้าชีวิตฉันหรือไง ถึงได้ตามมาจัดการปัญหาคาหนังคาเขาให้ทุกที!" "เพราะผมไม่อยากกินอาหารฝีมือยอดเชฟในเรือนจำ หรือไม่อย่างนั้น..." ธันวาเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคมปลาบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนที่รั้นระคนตื่นตระหนก "...ผมก็แค่วิตกกังวลว่า ถ้าเซฟโซนของคุณพินาศลงจริง ๆ ผมจะไปหาอาหารมื้อค่ำรสชาติประทับใจแบบนี้กินที่ไหนอีก" คำพูดกวนประสาทที่ซ่อนความห่วงใยไว้มิดชิดทำให้คินน์เผลอเม้มปากแน่น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันทั้งหงุดหงิด ทั้งอุ่นวาบ และที่สำคัญที่สุด... มันน่ากลัวเกินไปที่ใจดวงนี้เริ่มชินกับการมีอัลฟ่าปากร้ายคนนี้เข้ามาป้วนเปี้ยนในพื้นที่ส่วนตัว "ถ้ากลัวไม่มีที่กินนัก ก็เชิญไสหัวไปร้านมิชลินสามดาวโน่นเลยค่ะ!" คินน์สะบัดหน้าหนี ซ่อนรอยแดงเรื่อที่ลามเลียพวงแก้มไว้ใต้เงาไฟสลัว "แล้วก็เลิกยุ่งเรื่องข่าวลือบ้า ๆ นี่สักที ฉันจัดการเองได้!" "จัดการเองด้วยการยืนให้คนอื่นมาปาระเบิดเพลิงใส่ร้านเนี่ยนะ?" ธันวาเสียงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอดทนที่มักจะมีเหลือเฟือกับคนอื่นดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลกับเชฟโอเมก้าคนนี้เลยสักนิด ชายหนุ่มถอดสูทตัวนอกออก พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกอย่างไร้ความลังเล "ผมให้เวลาลูกน้องสิบห้าวินาที ในการส่งภาพกล้องวงจรปิดฝั่งตรงข้ามที่เห็นหน้าไอ้สวะปาร์คอิฐเมื่อกี้มาที่เครื่องผม" คินน์เบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองการกระทำที่เด็ดขาดและรวดเร็วดั่งพายุของอีกฝ่าย "คุณกำลังทำอะไร ธันวา?" "ทวงความยุติธรรมให้เชฟปากร้ายแถวนี้มั้งครับ" ธันวาตอบหน้าตาย ปลายสายกดรับพอดี เขาเปิดสปีคเกอร์โฟนทันที เสียงปลายสายรายงานข้อมูลออกมารวดเร็วฉับไว ชื่อของคู่แข่งทางธุรกิจที่แอบอ้างชื่อนักวิจารณ์อาหารชื่อดังมาสร้างกระแสโจมตีถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก คินน์ยืนนิ่งงัน ข้อมูลทั้งหมดที่เขาพยายามสืบหามาหลายวัน กลับถูกธันวาจัดการกระชากหน้ากากออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ความรู้สึกพ่ายแพ้ปะปนกับความซาบซึ้งใจไหลบ่าเข้ามาจนจุกอก คำพูดปฏิเสธและท่าทีแข็งกร้าวที่เตรียมไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า "ทำไม..." คินน์เอ่ยเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตไหวระริกยามเงยหน้าสบตากับอัลฟ่าหนุ่ม "ทำไมต้องช่วยฉันขนาดนี้ด้วยล่ะ... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" ธันวาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขา้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการขัดขืน คินน์ปล่อยให้อีกฝ่ายใช้ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มออกอย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบาที่ทำเอาลมหายใจสะดุด "ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันล่ะครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ามเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาคนฟังแทบละลาย "ในเมื่อคุณคือพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่ผมยอมก้าวเข้ามา... และผมก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายมัน" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกัน คินน์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกคลั่งรักที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้ภายใต้คำพูดเชือดเฉือน บัดนี้กำลังจะพังทลายลงด้วยแรงดึงดูดอันเร่าร้อน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกที่แตกเสียหายดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้ง ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับต้องไฟ ธันวานิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่คินน์รีบหันไปมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความตกใจ ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวผ่านซากกระจกเข้ามา ใบหน้าคมคายและรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่คินน์คุ้นเคยดีเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัย "อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะดินเนอร์รอบดึกหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีผมผ่านมา... เลยแวะเอา 'ของขวัญชิ้นจริง' มาส่งให้เชฟคินน์ด้วยตัวเอง" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%