กลิ่นอายความชื้นของหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างกระจายคละคลุ้งไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์น แรงปะทะจากสายฝนภายนอกช่วยขับเน้นความเงียบงันภายในห้องให้ยิ่งหนาแน่น จนแทบจะได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังแข่งกับเสียงหยดน้ำ
"คุณจะยืนขวางทางเดินอีกนานไหมคะ, คุณนักวิจารณ์"
คินน์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับไม่กล้าสบตรงๆ เขากำลังยืนชิดเคาน์เตอร์ครัว โดยมีร่างสูงใหญ่ของธันวายืนค้ำมือคร่อมกั้นพื้นที่อิสระของเขาไว้จนมิดชิด กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นผสมกับความชื้นฝนยิ่งทำให้อากาศรอบตัวเจือความร้อนรุ่มอย่างประหลาด
ธันวาไม่ขยับ เขาก้มมองเชฟโอเมก้าตัวแสบที่มักจะมีวาจาเชือดเฉือนได้ตลอดเวลา แต่ในวินาทีนี้ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อนั้นกลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนจนมุม แววตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มฉายแววความดื้อรั้นและจริงจังจนน่ากลัว
"ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเรียบๆ แฝงความเย้าแหย่ที่ทำเอาคินน์ต้องตวัดสายตากลับมามองค้อน
"หลบไปนะ คินน์เหนื่อยแล้ว... อาหารมื้อนี้ก็รีวิวไปตามตรงสิคะ จะมาหาเรื่องอะไรในครัวส่วนตัวอีก"
"ผมไม่ได้มาหาเรื่อง..." ธันวาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนคินน์ต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ สัมผัสเย็นเยียบของกระเบื้องผนังด้านหลังปะทะเข้ากับแผ่นหลังบาง "ผมมาทวงคำตอบต่างหาก... เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน"
คำพูดนั้นทำให้ห้องครัวทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง คินน์นิ่งงันไปชั่วขณะ ปมปัญหาในใจที่เขาพยายามหลบ
ซ่อนมาตลอดถูกกระชากขึ้นมาต่อหน้าต่อตาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความคาดหวังของครอบครัว ชื่อเสียงของร้านอาหาร และความรู้สึกแปลกปลอมที่เติบโตขึ้นในอกทุกครั้งยามที่ได้เห็นสายตาชื่นชมจากชายหนุ่มคนนี้—มันคือเส้นแบ่งเขตระหว่าง "ความเป็นศัตรู" กับ "ความพ่ายแพ้" ที่เขาไม่เคยกล้าก้าวข้าม
"คุณมันบ้าหรือเปล่าธันวา" คินน์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "เราเป็นใครกันคะ? คนหนึ่งเป็นนักวิจารณ์ปากร้ายที่คอยจ้องจะเหยียบงานคนอื่น อีกคนเป็นเชฟที่เกลียดขี้หน้าคุณเข้าไส้ การที่เรามาตกลงอะไรบ้าๆ แบบนั้น มันรังแต่จะทำให้..."
"ทำให้ตกหลุมรักเหรอ?" ธันวาพูดแทรกขึ้นมาอย่างไร้ความเกรงใจ นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยความเขินอายที่เจ้าตัวไม่ยอมรับ)
คินน์ชะงัก ลลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "คุณ..."
"ใช่ครับ ผมยอมรับว่าผมปากร้าย และคุณก็ปากจัดไม่แพ้กัน" ธันวาผ่อนลมหายใจยาว ความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งของนักวิจารณ์ชื่อดังหลุดหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่ระอุอยู่ใต้ผิวหนัง "แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่มีอาหารจานไหนในโลกที่ทำให้ผมรู้สึกมีชีวิตชีวาได้เท่ากับตอนที่ได้กินฝีมือคุณ และไม่มีใครบนโลกนี้ที่ทำให้ผมอยากหยุดปากร้ายใส่ได้เท่าคุณอีกแล้ว คินน์"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำให้หัวใจของเชฟหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างจนขอบตาร้อนผ่าว คินน์เม้มปากแน่น พยายามสร้างกำแพงความเย่อหยิ่งขึ้นมาปกป้องตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
"พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ..."
"ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ" ธันวาขยับเข้าไปประชิดยิ่งขึ้น จนหน้าผากของทั้งคู่แทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกลิ่นฟีโรโมนที่โอบล้อมรอบตัวทำให้สติของคินน์กระเจิดกระเจิง "ข้ามเส้นกันเถอะครับคินน์ เลิกเล่นเกมเป็นศัตรูกันสักที... มาอยู่ในเซฟโซนของกันและกันเถอะนะ"
ประโยคบอกเล่าที่แฝงด้วยการวิงวอนอย่างจำยอมทำให้กำแพงในใจของคินน์พังทลายลงในพริบตา ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาเห็นความจริงใจที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีเย่อหยิ่งนั้นมาตลอด
นิ้วเรียวสวยที่วางอยู่ข้างลำตัวค่อยๆ ยกขึ้นมาสัมผัสกับปกเสื้อเชิ้ตของอัลฟ่าหนุ่มอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจกำมันแน่น
"ถ้าคุณกล้าวิจารณ์อาหารของคินน์แย่ๆ อีกแม้แต่จานเดียว... คินน์จะเอาซุปสาดหน้าคุณจริงๆ ด้วยค่ะ" คินน์เอ่ยขู่ด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มหยันอย่างจำยอม
ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มจริงใจปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้น "ตกลงครับ... ถ้าไม่อย่างนั้น คุณก็เชิญสั่งสอนผมได้ตามใจชอบเลย"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ความสัมพันธ์กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปตลอดกาล ทั้งคู่โน้มใบหน้าเข้าหาท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก เป็นช่วงเวลาที่เส้นกั้นระหว่างความเกลียดชังและความรักถูกลบเลือนจนหมดสิ้น ริมฝีปากอุ่นกำลังจะทาบทับลงไปเพื่อประทับ "สัญญาใจ" ในค่ำคืนนี้
**กริ๊ก!**
เสียงปลดล็อกประตูหน้าห้องครัวดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือนล่วงหน้า
"คินน์! ลูกรีบเก็บของเดี๋ยวนี้เลยนะ! คุณอาโทรมาบอกว่านักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของตระกูลเรากำลังจะมาถึงที่นี่..."
ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราก้าวเข้ามาพร้อมกับประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบในเสี้ยววินาที—และคนที่เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น คืออดีตคู่หมั้นหนุ่มที่คินน์พยายามหนีหน้ามาตลอดหลายเดือน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมฟินและลุ้นไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 16
สัญญาใจในคืนฝนตก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!