กลิ่นอายจางๆ ของไวท์มัสก์และเครื่องเทศอุ่นๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องครัวสเตนเลสสตีลที่เงียบสงัด คินน์ยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มือเรียวที่ปกติเคยจับมีดเชฟได้อย่างมั่น and แคล่วคล่อง บัดนี้กลับกำลังกำชายเสื้อเชิ้ตสีเข้มของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจในอกเต้นโครมครามราวกับกลองเพล เสียงมันดังเสียจนเขากลัวว่าคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่จะไม่ห่างออกไปจะสังเกตเห็น
"ถ้าจะเรียกมาเพื่อมองหน้าแล้วเงียบใส่... ผมเกรงว่าเวลาของผมมีค่ามากกว่าจะมานั่งเล่นเกมจ้องตา, เชฟคินน์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของธันวาดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั้นลง ร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีถอดสูทออกเหลือเพียงเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่ง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านยาก ทั้งหงุดหงิด ปนความกังวลลึกๆ ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชา
ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อทำให้เขาเสียศูนย์โดยแท้
"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะคะ, คุณนักวิจารณ์" คินน์เชิดหน้าขึ้น พยายามกลบเกลื่อนความสั่นเทาในน้ำเสียงของตัวเองด้วยการใช้ความเย่อหยิ่งเข้าสู้ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณรีบนัก ก็เชิญไสหัวกลับคอนโดหรูของคุณไปสิคะ ไม่มีใครรั้งคุณไว้สักหน่อย"
ธันวาถอนหายใจยาว ขยับตัวเดินเข้ามาประชิดทีละก้าว กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นสนซีดาร์ปะปนกับความเย็นชาพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของคินน์จนขนลุกซู่ ปกติแล้วห้องครัวนี้จะมีกลิ่นอายของฮอร์โมนโอเมก้าที่ถูกกดทับไว้ด้วยยาระงับกลิ่นราคาแพง แต่วันนี้... ยาเม็ดนั้นหมดอายุขัยของมันแล้ว และร่างกายของคินน์ก็กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยที่น่ากลัวที่สุด
"ผมจะไปแน่... ถ้าคุณเลิกทำตัวมีลับลมคม in สักที" ธันวาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตาสีคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม "คุณตัวสั่น, คินน์... และกลิ่นในห้องนี้มันแปลกไป"
คินน์สะดุ้งเฮือก ถอยหลังก้นชนกับขอบเคาน์เตอร์จนไม่มีทางหนี ร่างกายที่เคยดื้อรั้นเริ่มร้อนรุ่มแปลกๆ ยาระงับกลิ่นที่เคยทานเข้าไปออกฤทธิ์ต้านทานไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อเผชิญหน้ากับอัลฟ่าระดับพรีเมียมอย่างธันวาในระยะประชิดแบบนี้
"ถอยไป..." คินน์เอ่ยเสียงพร่า มือบางดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงหินผา ธันวายิ่งก้าวล้ำเส้นเข้ามาใกล้กว่าเดิม โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ทำไมผมต้องถอย ในเมื่อคุณกำลังเรียกหาผมอยู่... ทางสายตา" ธันวากระซิบชิดริมหิมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อประสาทรับกลิ่นของเขาเริ่มทำงาน "กลิ่นนี้... มันไม่ใช่กลิ่นฮวาเบอร์รี่ธรรมดาที่คุณชอบใช้ มันคือกลิ่น... วานิลลาคั่วผสมชาดำ"
ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่าง กลิ่นหอมหวานละมุนที่ปะปนความดื้อรั้นนี้... ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม
"คุณ..." ธันวาลมหายใจสะดุด "คุณเป็น... โอเมก้าอย่างนั้นเหรอ?"
ความลับที่คินน์ปกปิดมาตลอดชีวิต... ความลับที่ทำให้เขาต้องยอมก้มหัวให้ความคาดหวังของครอบครัว ยอมแบกรับศักดิ์ศรีของเชฟหนุ่มไฟแรงเพื่อพิสูจน์ว่าโอเมก้าก็ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาอัลฟ่าคนไหน บัดนี้... มันถูกเปิดโปงต่อหน้าผู้ชายที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุด และ... เผลอใจให้มากที่สุดเช่นกัน
คินน์เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว ปนเปไปกับความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้แม้ในวินาทีวิกฤต
"ใช่ค่ะ! พอใจหรือยังคะ!" คินน์ตวาดใส่หน้าอีกฝ่ายทั้งน้ำตาคลอเบ้า มือบางผลักอกแกร่งเต็มแรงจนธันวาผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ผมมันก็แค่โอเมก้าชั้นต่ำคนหนึ่งที่ต้องใช้ยาระงับกลิ่นราคาแพงเพื่อยืนอยู่ในวงการเชฟที่คุณเหยียบย่ำ! คุณจะหัวเราะเยาะผม จะสมเพชผม จะเขียนบทความด่าทอผมว่าใช้วิธีสกปรกไต่เต้าก็ได้ เชิญเลยค่ะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธันวานิ่งค้างไปสนิท ดวงตาคมกริบมองเชฟหนุ่มตัวน้อยที่กำลังยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาของอัลฟ่าหนุ่มไม่ได้มีความรังเกียจ หรือสมเพชอย่างที่คินน์หวาดกลัวเลยสักนิด... ตรงกันข้าม มันกลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่รุนแรง และความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายต้องแบกรับเรื่องราวทั้งหมดไว้คนเดียว
ธันวาก้าวเข้าไปหาอีกครั้ง คราวนี้รวดเร็วและเด็ดขาดจนคินน์ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น บังคับให้โอเมก้าดื้อรั้นคนนี้ต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"ปล่อยนะ! บอกให้ป..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดริมฝีปากนุ่มของเขาอย่างอุกอาจและเร่าร้อน ธันวาไม่ได้จูบเพื่อลงโทษ แต่เป็นการจูบเพื่อปลอบประโลม เพื่อยืนยัน และเพื่อเรียกร้อง คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงของโอเมก้าในยามที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านกลับอ่อนแอเสียเหลือเกิน
รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและดุดัน ดึงเอาสติสัมปชัญญะทั้งหมดของคินน์ให้หลุดลอยไป มือบางที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระทยวาย กลิ่นวานิลลาคั่วของคินน์ฟุ้งกระจายอบอวลยิ่งขึ้น ผสมผสานกับกลิ่นสนซีดาร์ของธันวาจนกลายเป็นบรรยากาศที่ร้อนรุ่มเกินกว่าจะควบคุม
เมื่อธันวาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้คินน์ได้หอบหายใจโกยกอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อ
"คุณมันบ้า..." คินน์หอบหายใจกระซิบเสียงสั่น "ผมบอกคุณแล้ว... ว่าผมเป็นโอเมก้า..."
ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูแดงก่ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่ามัวเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด
"ผมไม่สนหว่าคุณจะเป็นอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้า... คินน์" ธันวาจูบซับที่ขมับชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยน "ผมสนแค่ว่า... หัวใจของคุณตอนนี้ มันกำลังเรียกร้องหาใครอยู่กันแน่"
ยังไม่ทันที่คินน์จะได้เอ่ยปากเถียงกลับ ทันใดนั้น...
*ปัง!*
เสียงประตูห้องครัวถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"เชฟคินน์! แย่แล้วครับ! มีเรื่องใหญ่แล้วที่หน้าร้าน..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมฟินและลุ้นไปกับบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 17
การตัดสินใจที่ยากลำบาก
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!