เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 18

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
"ถ้าปากมันว่างนัก จะให้ฉันช่วยเอาอะไรอุดไว้ไหมคะ คุณนักวิจารณ์" เสียงหวานแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของคินน์ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของห้องอาหารไฟน์ได닝ชื่อดังระดับประเทศ แก้วไวน์ในมือเรียววางกระทบโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่นจนแขกโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามอง เชฟหนุ่มโอเมก้าในชุดเชฟสีดำสนิทไม่ได้ลดละสายตาลงเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรี ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดพิเศษส่งกลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์จางๆ เพื่อกดดันบรรยากาศรอบตัว ทว่าอัลฟ่าหนุ่มกลับไม่ได้โกรธเคืองอย่างที่ใครคาดคิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความระอาปนเอ็นดูในความพยศของคนตรงหน้า "ปากผมจะว่างหรือไม่ว่าง ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมให้ผมชิมอะไร... เชฟคินน์" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าเจือความเย้าแหย่ที่ตั้งใจกวนประสาทให้อีกฝ่ายสติหลุด "คุณชายธันวา!" คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างโปร่งสั่นเทาด้วยความโมโห ไม่ใช่เพราะคำพูดสองแง่สองง่ามของอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะคำสบประมาทจาก ‘ไฮโซตระกูลดัง’ นั่งร่วมโต๊ะอีกฝั่งที่จงใจพูดจาดูถูกสถานะโอเมก้าของเขาให้ได้ยิน "ก็จริงนี่ครับ... อาหารชั้นเลิศ รสชาติอาจจะดีแค่ไหน แต่ถ้าคนทำเป็นแค่โอเมก้าชั้นต่ำที่ไต่เต้าขึ้นมาด้วยวิธีสกปรก มันก็ราคาถูกอยู่ดี" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลในวงการอาหาร เขาคือนักลงทุนคนสำคัญที่จงใจเหยียดหยามคินน์ต่อหน้าธารกำนัล เพียงเพราะเชฟหนุ่มปฏิเสธที่จะขายสูตรอาหารลับให้กับเขา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คินน์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปมในอดีตที่เคยถูกครอบครัวและสังคมตีกรอบว่า 'ไม่มีค่า' ย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำๆ มือเรียวที่กำหมัดแน่นใต้โต๊ะสั่นระริก เขากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย แต่ทว่า... พรึบ! ร่างสูงใหญ่ของธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศรอบตัวของอัลฟ่าหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฟีโรโมนกดดันอันทรงพลังถูกปล่อยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้จนแขกหลายคนในห้องอาหารถึงกับหายใจติดขัด ความเย็นชาในแววตาของนักวิจารณ์ชื่อดังทำให้คนที่เมื่อครู่ยังปากเก่งถึงกับหน้าถอดสี "เมื่อกี้... คุณพูดว่าอะไรนะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังนักลงทุนปากเสียราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ผม... ผมแค่พูดความจริง... เชฟโอเมก้าคนนี้มันก็แค่..." "เชฟคินน์คือคนที่ทำให้อาหารบนโต๊ะนี้มีชีวิต และเขาคือคนที่ผม... ให้ความเคารพที่สุดในฐานะเชฟมืออาชีพ" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ก้าวเท้าเข้าไปยืนบังร่างโปร่งของคินน์ไว้มิดชิด ราวกับต้องการปกป้องอีกฝ่ายจากสายตาดูแคลนรอบด้าน "ส่วนคุณ... ถ้ายังไม่อยากให้ธุรกิจของคุณพังพับลงในชั่วข้ามคืนด้วยปากเน่าๆ ของคุณเอง ไ्सรกรุณาไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ ก่อนที่ผมจะใช้ปากกาในมือนี้เขียนบทวิจารณ์ให้บริษัทของคุณกลายเป็นเศษขยะที่ไม่มีใครกล้าเหยียบ" ความเงียบกริบเข้าครอบMคลุม นักลงทุนคนนั้นหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เพราะรู้ดีว่าอำนาจของธันวาในวงการสื่ออาหารนั้นน่ากลัวเพียงใด สุดท้ายชายวัยกลางคนก็จำต้องลุกหนีออกไปจากร้านด้วยความอับอาย คินน์ยืนนิ่งงัน มองแผ่นหลังกว้างของอัลฟ่าที่ยืนหยัดปกป้องตนเองอย่างไม่เกรงกลัวใคร หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาและเกราะป้องกันตัวที่สร้างไว้หนาแน่น กลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ธันวาหันกลับมามองคนด้านหลัง แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนแทบหยด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่คินน์กลับเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แม้ใบจะยังคงเชิดขึ้นตามนิสัย แต่ใบหูที่แดงก่ำกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด "ใครขอให้คุณมาปกป้อง... ฉันจัดการเองได้" คินน์เชิดหน้าขึ้นพูดเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง ธันวาหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบเนียนที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความเอ็นดู "ครับ... เก่งที่สุดเลยครับเชฟคินน์ แต่ถ้าผมไม่ช่วย แล้วใครจะดูแลคนปากเก่งแถวนี้ล่ะ" "คุณธันวา! นี่คุณ..." คินน์ถลึงตาใส่ ขยับตัวจะเดินหนีด้วยความเขินอายขั้นสุด แต่ทว่าธันวากลับไว 1 ก้าว คว้าข้อมือเรียวไว้เบาๆ แล้วดึงเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นฟีโรโมนของทั้งสองหลอมรวมกันอย่างลึกซึ้งในพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกสร้างขึ้นท่ามกลางผู้คน ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ลมหายใจอุ่นปัดผ่านพวงแก้ม คินน์ชะงักค้าง เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ปล่อยนะ..." กระซิบเสียงแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน "ไม่ปล่อยครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน น้ำเสียงทุ้มนุ่มกระซิบชิดริมฝีปาก "ต่อจากนี้ไป... ผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกคุณอีกเด็ดขาด เพราะรอยยิ้มของคุณ... เป็นพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่ผมอยากปกป้อง" คำพูดหวานล้ำที่หลุดออกมาจากปากของนักวิจารณ์ผู้เย่อหยิ่ง ทำเอาคินน์สมองขาวโพลน พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนหยดสุดท้ายนั้นเอง... เสียงปรบมือดังขึ้นช้าๆ จากมุมมืดของห้องอาหาร พร้อมกับร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... คุณธันวา ลูกชายคนโตตระกูลดัง มายืนปกป้องโอเมก้าไร้หัวนอนปลายเท้ากลางสาธารณะแบบนี้ คุณพ่อของคุณคงจะภูมิใจน่าดูสินะ" ธันวาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาใหม่ ขณะที่คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจำได้ว่าคนตรงหน้าคือใคร—บุคคลที่ไม่อาจเอ่ยชื่อ และเป็นคนที่กุมความลับอันดำมืดที่สุดในชีวิตของธันวาเอาไว้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและฟินไปกับตอนนี้มากๆ นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
สายตาที่เปลี่ยนไป — เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ | yayni