เสียงหัวเราะเจือความเย้ยหยันที่ดังแทรกเข้ามากลางบรรยากาศตึงเครียด ทำให้คินน์เกือบจะเผลอสะบัดมีดทำครัวในมือทิ้งด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบตวัดมองร่างสูงระหงของนางแบบสาวแถวหน้าผู้เป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาในครัวปิดของ ‘The Scent’ ด้วยท่าทีราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่
“อ้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันสินะคะ?”
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยพิษสงเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคู่สวยที่กวาดมองระหว่างคินน์กับธันวา ซึ่งยืนประชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง ธันวายังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แต่มือหนาที่เคยทาบอยู่บนเคาน์เตอร์ข้างสะโพกของคินน์นั้นชักกลับมาช้าๆ ทว่ามั่นคง
กระต่ายพระจันทร์ขอพานักอ่านทุกท่านดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่ระอุยิ่งกว่าเตาไฟในครัว เมื่อการปรากฏตัวของ 'มิน트' อดีตคนรักเก่าของธันวาและเซเลบสาวผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงสังคม ไม่ได้มาเพื่อทักทายธรรมดา แต่เธอกำลังพยายามขุดคุ้ยรอยร้าวและกลิ่นอายบางอย่างที่คินน์พยายามปกปิดมาตลอด
“ถ้าคุณมีตาดีพอ ก็คงจะเห็นว่านี่คือเวลาทำงานของเชฟค่ะ คุณมิน트” คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่กัดจิกจนคนฟังต้องเลิกคิ้วสูง เชฟหนุ่มโอเมก้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก ร่างเพรียวถอยหลังเว้นระยะห่างจากธันวา เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาจับผิดของหญิงสาว แต่การขยับตัวกะทันหันนั้นกลับทำให้ข้อมือของเขาไปปัดโดนขวดแก้วบรรจุฟีโรโมนสังเคราะห์สำหรับกลบกลิ่นอายเฉพาะตัวบนชั้นวาง
*เพล้ง!*
เสียงแก้วแตกกระจายไม่ดังมากนัก แต่พอกลื่นหอมหวานฉุนเฉลือกของฟีโรโมนระดับพรีเมียมที่ถูกกักเก็บไว้รั่วไหลออกมาผสมกับกลิ่นอายธรรมชาติของโอเมก้าในตัวคินน์ ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยน180องศา
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบของอัลฟ่าหนุ่มนักวิจารณ์อาหารไหววูบ จมูกโด่งคมสูดกลิ่นอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเสี้ยววินาที เขารู้จักกลิ่นนี้ดี กลิ่นที่หอมหวานเย้ายวนจนสติสัมปชัญญะเกือบขาดผึ่ง กลิ่นที่คินน์พยายามใช้สารเคมีอำพรางมันมาตลอดหลายเดือนที่รู้จักกัน
“คินน์...” ธันวาครางชื่อนั้นแผ่วเบa ร่างสูงก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นอัลฟ่าถูกกระตุ้นจนยากจะควบคุม ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเชฟหนุ่ม ค้นหาคำตอบที่อีกฝ่ายซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน
“ถอยไปนะธันวา คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” คินน์กัดฟันกรอด หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดพลาดอย่างแรง ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตา ความลับที่เขาใช้ชีวิตปกป้องมาตลอดกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า เพียงเพราะขวดแก้วเจ้ากรรมขวดเดียว
“กลิ่นนี่... มันอะไรกันคะคินน์?” มินต์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด เธอก้าวเข้าไปใกล้ ทั้งคู่มากขึ้น สูดจมูกฟุดฟิดราวกับสัตว์ล่าเนื้อที่ได้กลิ่นเหยื่ออันโอชะ “แปลกจังนะคะ ปกติฉันไม่เคยได้กลิ่นฟีโรโมนจากเชฟคนนี้เลย หรือว่า... คุณกำลังปกปิดสถานะอะไรบางอย่างอยู่กันแน่คะ? หรือที่เป็นเชฟปากจัด ไม่ยอมก้มหัวให้ใครเนี่ย แท้จริงแล้วก็แค่โอเมก้าที่วิ่งหนีสังคมไฮโซมาซ่อนตัวอยู่ในครัวแคบๆ เท่านั้นเอง?”
คำพูดเชือดเฉือนของมินต์ทำให้คินน์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เขาเกลียดที่สุดคือการถูกดูถูกเหยียดหยามด้วยสถานะทางเพศสภาพที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือก
“หุบปากของคุณไปซะ มิน트” ธันวาหันไปตวาดเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวของอัลฟ่าหนุ่มแผ่รังสีความกดดันจนอุณหภูมิในห้องครัวลดฮวบลงทันที ดวงตาคู่นั้นเย็นชาจนมินต์ต้องชะงักไป แต่นักวิจารณ์หนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธคำกล่าวหานั้น สายตาของเขากลับหันกลับมามองคินน์ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ความตกใจปะปนกับความเข้าใจ และประกายไฟแห่งความคลั่งรักที่โหมกระหน่ำจนน่ากลัว
“ธันวา... คุณเองก็...” มินต์มองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความคาดไม่ถึง เธอยิ้มเยาะ “อย่าบอกนะคะว่าคุณไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน? ผู้ชายที่ปากดีใส่คุณทุกวัน แท้จริงแล้วคือโอเมก้ากลิ่นวานิลลาผสมเครื่องเทศที่น่าหลงใหลที่สุดคนหนึ่งเลยนะเนี่ย”
คินน์รู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนควอน สติของเขาเตลิดไปไกล ฟีโรโมนที่รั่วไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม แรงปะทะระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้าในพื้นที่ปิดกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ธันวาพยายามก้าวเข้ามาประคองเขา แต่คินน์กลับสะบัดตัวหนีด้วยความดื้อรั้น
“อย่าเข้ามานะ! บอกว่าให้ออกไปไง!” คินน์ตะโกนเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ ความลับที่กุมไว้กำลังจะหลุดรอดจากปลายนิ้ว
ธันวาไม่สนใจคำปฏิเสธนั้นอีกต่อไป ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวเชฟหนุ่มด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของคินน์รวบไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะดันร่างเพรียวชิดติดกับผนังห้องครัวอย่างไร้ทางหนี พื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ
“ปล่อยนะไอ้บ้าธันวา!” คินน์ดิ้นรนสุดแรงเกิด ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและพิษจากฟีโรโมนที่ปั่นป่วน
“เงียบก่อนคินน์” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากของคนใต้ร่าง “คุณจะโกรธ จะเกลียด หรือจะไล่ผมยังไงก็ได้... แต่ตอนนี้ บอกความจริงกับผมสิครับ”
ดวงตาคมกริบของนักวิจารณ์หนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของเชฟโอเมก้า น้ำเสียงของเขาอ่อนลง ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำที่ทำให้คินน์แทบสิ้นเรี่ยวแรง
“คุณเป็นโอเมก้าใช่ไหม... คินน์?”
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจของคนฟังราวกับค้อนเหล็ก คินน์หยุดหายใจไปชั่วขณะ สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความจริงที่เขาปกปิดมาทั้งชีวิตถูกจี้ถามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายเกินกว่าจะคาดเดา
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาสั่นระริกมองสบกับแววตาจริงจังของคนที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า ในขณะที่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของมินต์ยังคงดังแวوอยู่ไม่ไกล และก่อนที่คินน์จะทันได้เปล่งเสียงปฏิเสธหรือยอมรับความจริง ประตูห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยฝีมือของใครบางคนที่ไม่คาดฝัน...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 8
จังหวะหัวใจที่ผิดพลาด
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!