ความเงียบงันในห้องครัวหลังร้าน ‘Le Ciel’ ณ วินาทีนั้น หนักอึ้งเสียจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังกระดิกผ่านไปทีละเสี้ยววินาที
ธันวายังคงยืนตรึงร่างอยู่ในท่าเดิม แผ่นหลังกว้างในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปแผ่ไอเย็นเยียบออกมาโดยไม่ต้องพยายาม สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์จดจ้องไปยังผู้บุกรุกอย่างไม่เกรงใจใคร คำว่า *'คนของผม'* ที่หลุดออกจากริมฝีปากหยักลึกเมื่อครู่ ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดประชดประชันเพื่อแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า แต่มันคือการประกาศอาณาเขตอย่างชัดเจนชนิดที่ต่อให้คนโง่ก็ยังดูออก
ผู้มาใหม่—ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทแบรนด์หรู สันจมูกโด่งเป็นสันคมและแววตากรุ้มกริมที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะ—ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความระอา
“'คนของผม' อย่างนั้นเหรอครับ? น่าสนใจดีนี่... ไม่นึกเลยว่านักวิจารณ์ลิ้นทองคำผู้สูงส่งอย่างคุณธันวา จะลดตัวลงมาคลุกคลีกับเชฟปากจัดที่วันๆ เอาแต่เหวี่ยงลูกค้าจนร้านแทบเจ๊งอย่างคินน์ได้ลึกซึ้งขนาดนี้”
เสียงทุ้มติดจะเย้ยหยันนั้นดังขึ้นจากปาก ‘ภาคิน’ เจ้าของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และเป็นอดีตคู่หมั้นของคินน์ที่มักจะโผล่มาสร้างความน่ารำคาญให้เชฟหนุ่มเสมอในเวลาที่คาดไม่ถึง
ธันวาไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าขยับเข้าไปยืนบังร่างโปร่งบางของคินน์ไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เจือความเย็นยะเยือกของอัลฟ่าระดับสูงถูกปล่อยออกมาข่มขวัญเบาๆ เพื่อขับไล่ผู้มาเยือนทางอ้อม แม้จะไม่ได้คุกคามรุนแรง แต่ก็มากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“ถ้าคุณมีสมองมากพอที่จะใช้มันคิด ก็น่าจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ และการเดินเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต มันเข้าข่ายบุกรุกนะคะ... หรือคุณต้องการให้ฉันเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปดีล่ะคะ คุณภาคิน” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับหุบยิ้ม
“ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง” ภาคินยักไหล่ ปรายตามองข้ามไหล่กว้างของธันวาไปยังร่างของคินน์ที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง “ฉันแค่จะมาเตือนคินน์... ว่าโปรเจกต์ซื้อกิจการร้านนี้ของฉันยังเปิดประตูต้อนรับเสมอ เผื่อว่าวันไหนเธอเบื่อที่จะต้องมาทนทำงานหัวหมุนอยู่ในครัวแคบๆ นี่... หึ เผื่อเธอจะฉลาดพอที่จะเลือกทางเดินที่สบายกว่า”
“พูดจบหรือยังคะ?”
เสียงหวานติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียด คินน์ที่ยืนกอดอกเงียบมานานค่อยๆ ก้าวพ้นเงาร่างสูงใหญ่ของธันวาออกมา ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววดุดันและพยศอยู่เสมอกลับราบเรียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดหวั่น มีเพียงความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะที่มุมปากที่ถอดแบบมาจากความถือดี
คินน์ปัดเศษแป้งทำขนมที่เปื้อนแขนเสื้อออกช้าๆ อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตคู่หมั้นตรงๆ
“ถ้าเรื่องที่คุณถ่อสังขารมาถึงหลังร้านเพื่อจะพ่นเรื่องไร้สาระพวกนี้มีแค่นี้ ก็เชิญกลับไปซะค่ะ... ฉันจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะภาคิน ร้านนี้คือชีวิตของฉัน และต่อให้ฉันต้องกินแกลบตายคาเคาน์เตอร์นี่ ฉันก็ไม่มีวันขายมันให้ผู้ชายไร้น้ำยาอย่างคุณหรอก ไสหัวไปได้แล้วค่ะ”
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าทำเอาใบหน้าของภาคินกระตุกวูบ ความอับMอายผสมปนเปกับความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า “เธอจะเสียใจที่ปากดีใส่ฉัน คินน์!”
“เชิญเสียใจไปคนเดียวเถอะค่ะ... ธันวาคะ ส่งแขก”
ประโยคคำสั่งสั้นๆ ที่หลุดออกจากปากเชฟหนุ่มทำให้อัลฟ่าหนุ่มนักวิจารณ์ถึงกับมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มจางๆ ธันวาไม่รอช้า เขาขยับตัวเข้าประชิดแล้วผายมือไปยังประตูทางออกด้วยท่าทางที่สุภาพจนน่ากลัว “เชิญค่ะ”
ภาคินกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ปรายตามองทั้งสองคนด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทកเท้าออกไปจากห้องครัว เสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง อากาศภายในห้องครัวก็ดูเหมือนจะเบาบางลง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น ความเงียบที่โรยตัวลงมามีความหมายใหม่ซ่อนอยู่—ความเงียบที่เกิดจากคนสองคนยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด
ธันวาหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เบื้องหน้า สายตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด เขากวาดสายสำรวจทั่วร่างของคินน์ราวกับจะตรวจเช็กว่าอีกฝ่ายบอบช้ำตรงไหนจากการเผชิญหน้าเมื่อครู่หรือไม่
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ธันวาเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลกว่าปกติจนคนฟังถึงกับใจกระตุก
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบชั่วขณะก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามนิสัยเดิม ร่างเพรียวถอยหลังเว้นระยะห่างหนึ่งก้าว เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามฟอร์มของคนปากแข็ง
“ฉันดูเหมือนคนที่มีปัญหาหรือไงคะ? แค่เศษขยะเดินได้คนเดียว ฉันจัดการเองได้... โดยที่คุณไม่ต้องออกโรงปกป้องแบบนั้นก็ได้มั้งคะ คุณธันวา”
คำพูดปฏิเสธความหวังดีอย่างไร้เยื่อใยนั้นไม่ได้ทำให้ธันวาโกรธเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม อัลฟ่าหนุ่มกลับระบายยิ้มจางๆ ออกมาที่มุมปาก แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่ปากแข็งๆ ของคินน์จะต่อกรไหว
“ปกป้องคนที่ตัวเองสนใจ... มันผิดกฎตรงไหนหรือคะ?” ธันวาเอ่ยเสียงทุ้ม พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งอย่างไม่ให้ตั้งตัว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็น
คินน์ผถะถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์สแตนเลสเย็นเฉียบ ด้านหน้าถูกกักขังไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งของอัลฟ่าหนุ่มที่ยกขึ้นมาทาบกับเคาน์เตอร์เพื่อกั้นทางหนี กลิ่นซีดาร์หอมเย็นผสมผสานกับกลิ่นอายฟีโรโมนที่จู่โจมอย่างไร้การป้องกันทำให้หัวใจของเชฟปากร้ายเต้นรำอย่างบ้าคลั่งจนน่าหงุดหงิด
“คุณ... ถอยไปเลยนะ นายธันวา! มาทำรุ่มร่ามอะไรตรงนี้ ร้านเพิ่งปิดแขกนะยะ!” คินน์พยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่แรงของโอเมก้าอย่างเขากลับแทบไม่สะเทือนคนตรงหน้าเลยสักนิด
“ก็ไม่ได้อยากเป็นแขกสักหน่อย...” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ดวงตาคมกريบจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่หยุดด้วยประกายตาร้อน
“ฉันอยากเป็น ‘เจ้าของ’ มากกว่า...”
คำพูดกำกวมที่แฝงความนัยเร่าร้อนทำเอาคินน์ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาสีแดงจัด ลามไปจนถึงใบหู ขอบตาpoweredด้วยความเขินอายที่ถูกรุกฆาตอย่างไม่ทันตั้งตัว ปากที่เคยจัดจ้านกลับเม้มแน่นสนิทอย่างไร้คำโต้เถียง สมองตื้อตันจนคิดคำพูดจิกกัดไม่ออก
ในจังหวะที่หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ธันวากลับค่อยๆ ลดความดุดันลง ดวงตาคู่คมทอดมองเรือนร่างบอบบางที่กำลังสั่นน้อยๆ ด้วยความเอ็นดู มือใหญ่ที่เคยทาบเคาน์เตอร์ค่อยๆ เคลื่อนเปลี่ยนทิศทางอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมสีเข้มที่หลุดรุ่ยลงมาปรอบข้างแก้มเนียนของคินน์ออกให้อย่างเบามือ
สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดคาดทำให้คินน์นิ่งงิ่งไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นี่ไม่ใช่ธันวาคนปากร้าย เย่อหยิ่ง และเย็นชาที่เขาเคยรู้จักในคอลัมน์วิจารณ์อาหารคนนั้น แต่นี่คือธันวา... ผู้ชายที่กำลังเปิดเปลือยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีเย่อหยิ่งให้เขาเห็นทีละน้อย
“ดึกมากลแล้ว... เลิกทำตัวเป็นเชฟผู้แข็งแกร่งแล้วพักผ่อนได้แล้วค่ะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมกับความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่ข้างแก้ม ชวนให้หัวใจที่เคยปิดตายของคินน์สั่นไหวอย่างรุนแรง
คินน์เม้มปากแน่น หลบสายตาวาววับคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนเกินกว่าจะรับมือไหว มือเรียวยกขึ้นหมายจะผลักไสไล่ส่งอีกฝ่ายให้ออกไปให้พ้นทาง แต่ปลายนิ้วกลับเผลอขยำเสื้อสูทของอัลฟ่าหนุ่มเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“นาย... พูดมากเกินไปแล้วนะธันวา...” เสียงพึมพำเบาราวกับเสียงกระซิบหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากัน
ธันวายิ้มละมุน ใบหน้าคมเข้มโน้มต่ำลงมาอีกนิดจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนคินน์ต้องหลับตาลงรับสัมผัส
“ถ้าไม่อยากให้ฉันพูดมาก... งั้นเปลี่ยนเป็นวิธีอื่นแทนดีไหมคะ?”
คินน์ลืมตาขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคกำกวมนั้น ทว่าก่อนที่เขาจะได้อ้าปากด่าทอหรือเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาทางประตูด้านหลังร้านที่ปิดไม่สนิท ก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูทิ้งทันที!
“เชฟคินน์ครับ! แย่แล้วครับ! ท่อน้ำในห้องครัวใหญ่เกิดระเบิดขึ้นมา น้ำนองเต็มพื้น...”
เสียงตะโกนโหว่เหวกโวยวายของลูกจ้างหนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันกวาดมาเห็นภาพเจ้านายคนเก่งกำลังถูกนักวิจารณ์ชื่อดังต้อนจนมุมในระยะประชิด ชนิดที่หน้าผากแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ
ห้องครัวทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง... ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยความอึดอัดชวนหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบออกแรงผลักอกธันวาเต็มแรงจนอัลฟ่าหนุ่มผงถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ขณะที่ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย ปรายตามองลูกน้องตัวดีที่ยืนอ้าปากค้างด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายเงียบๆ
และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว หรือเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกไปจากสถานการณ์ชวนช็อกนั้น ประตูหน้าของร้านที่ควรจะปิดล็อกสนิทแล้ว กลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างสูงสง่าของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้ ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางร้านด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนผ่านเงาสลัวของไฟยามค่ำคืน!
*“อ้าว... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันสินะคะ?”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของคู่เรานะคะ ไว้มาลุ้นต่อตอนหน้ากันค่ะ! ❤️
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 7
เมื่อความต่างดึงดูด
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!