"ถ้ารสนิยมการเลือกแขกรับเชิญของคุณมันแย่ขนาดนี้ เกรงว่าสัปดาห์หน้า คอลัมน์รีวิวของผมคงต้องเปลี่ยนไปเขียนแนะนำร้านข้างทางแทนแล้วล่ะครับ คุณธันวา"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนของคินน์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เชฟหนุ่มไม่ได้ขยับถอยหนีแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตสีนิลคู่สวยจ้องมองสตรีแปลกหน้าผู้มาเยือนสลับกับใบหน้าคมคายของอัลฟ่าหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้กัน รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของธันวาไม่ได้ทำให้คินน์รู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด มีแต่จะยิ่งจุดประกายความพยศในตัวโอเมก้าหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นเสียมากกว่า
หญิงสาวผู้มาใหม่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอแต่งกายด้วยชุดสูทเข้ารูปสไตล์แฟชั่นชั้นสูง เรือนผมสีน้ำตาลประกายทองถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีต แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินค่า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เจือจางอยู่ในอากาศ
"แหม... คุณคินน์ เชฟมือหนึ่งผู้โด่งดังสินะคะ ดิฉัน 'ม-ล-วีรดา' ค่ะ เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของธันวา พอดีได้ยินมาว่าร้านนี้จองยากเย็นนัก เลยถือวิสาสะมาเซอร์ไพรส์คุณเขาสلักหน่อย หวังว่าคงไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณเชฟหรอกนะคะ"
วีรดายิ้มรับอย่างเป็นมิตร แต่น้ำเสียงและแววตากลับไม่ได้เป็นมิตรอย่างที่ปากพูด ทว่าคินน์กลับไม่ทันได้เอא์ปากตอบคำพูดเหน็บแนมนั้น จู่ๆ ร่างกายของเขาก็เกิดอาการปั่นป่วนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความร้อนระอุสายหนึ่งพุ่งพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่ต้นคออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ลมหายใจเริ่มติดขัดจนต้องสูดอากาศเข้าปอดลึกกว่าปกติ
*เกิดอะไรขึ้น... ทำไมจู่ๆ ถึง...*
คินน์ขมวดคิ้วแน่น มือเรียวเผลอยกขึ้นกุมลำคอตัวเองโดยสัญชาตญาณ กลิ่นอายเฉพาะตัวที่เคยสงบเงียบของโอเมก้าเริ่มหลุดลอดออกมาจากต่อมฟีโรโมนอย่างควบคุมไม่ได้ แม้เจ้าตัวจะพยายามผนึกมันไว้ด้วยยาระงับกลิ่นที่เพิ่งกินไปเมื่อช่วงบ่าย แต่เวลานี้ กลิ่นหอมหวานละมุนราวกับดอกไม้ป่าหลังฝนตกกลับเริ่มเจือจางความดุดันของบรรยากาศรอบตัวลงทีละน้อย
ธันวาที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้ๆ ชะงักกึกทันที สัญชาตญาณความเป็นอัลฟ่าในตัวกระตุกวาบอย่างรุนแรงเมื่อประสาทสัมผัสรับกลิ่นถูกรบกวนด้วยละอองฟีโรโมนที่คุ้นเคยและโหยหา ดวงตาคมกริบของนักวิจารณ์หนุ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านออกมาจนวีรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ
"ธันวาคะ... คุณเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าตาดู..." วีรดาเอ่ยถามด้วยความงุนงง พร้อมกับยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเมื่อรู้สึกถึงอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงอย่างแปลกประหลาด
แต่ธันวาไม่ได้ยินเสียงของเธออีกต่อไปแล้ว สติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมหวานที่ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก กลิ่นของคินน์... กลิ่นที่ทำให้เขาแทบคลั่งทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ เวลานี้มันกำลังส่งผลกระทบต่อเขาอย่างรุนแรง และในขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างบนใบหน้าหวานที่เริ่มแดงระเรื่อและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าของเชฟหนุ่ม
"คินน์..." ธันวาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนผิดคาด
"ถอยไป..." คินน์กัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนทรงตัวท่ามกลางคลื่นความร้อนที่ซัดสาดเข้าใส่ร่างกาย ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำด้วยพิษของฮีทที่ถูกกระตุ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่รู้เลยว่าเหตุใดฤทธิ์ของยาระงับกลิ่นจึงเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด หรือเป็นเพราะ... การได้ยืนอยู่ใกล้กับอัลฟ่าหนุ่มคนนี้กันแน่ที่ทำให้กลไกในร่างกายของเขาเกิดรวนเร
วีรดากวาดสายตามองคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกทึ่งแกแกมตกใจ สมองอันปราดเปรื่องของหญิงสาวประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นจางๆ ที่ลอยแตะจมูก ร่างกายที่สั่นเทาของเชฟหนุ่ม และแววตาดุจนักล่าที่จ้องจะขย้ำเหยื่อของเพื่อนสนิทเธอ...
*โอเมก้าฮีท... กับอัลฟ่าที่กำลังจะขาดสติ?*
"โอ้..." วีรดายิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นภาพหลุดฟอร์มของพ่อหนุ่มนักวิจารณ์ผู้เย่อหยิ่ง "ดูท่าทางว่า อาหารมื้อนี้ของฉันคงจะไม่ได้ชิมฝีมือคุณเชฟเสียแล้วกระมังคะ ธันวา ดูแล 'เชฟ' ของนายให้ดีก็แล้วกัน ฉันขอตัวไปรอข้างนอกก่อนดีกว่า..."
พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปจากบริเวณห้องครัวส่วนตัวอย่างรู้ความ พร้อมกับปิดประตูลงเบาๆ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องแคบๆ นี้เหลือเพียงคนสองคน และแรงกดดันทางชีววิทยาที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวินาที
ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท ธันวาก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวคินน์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ร่างสูงใหญ่กักขังโอเมก้าหนุ่มไว้ระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับแผ่นอกกว้าง ลมหายใจร้อนผ่าวของอัลฟ่าเป่ารดต้นคอขาวเนียนที่ตอนนี้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"คุณ... ถอยไปนะ บอกให้ถอยไง!" คินน์พยายามผลักอกแกร่งออกไป แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับมลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนกล้ามเนื้อแน่นขนัดภายใต้เสื้อเชิ้ต
"ถอยไม่ได้แล้วล่ะครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเต็มไปด้วยความอดกลั้นที่ขาดผึ่ง "ในเมื่อคุณเป็นคนจุดไฟนี้ขึ้นมาเอง... เชฟคินน์"
คินน์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงริมฝีปากร้อนผ่าวที่แตะลงบนลาดไหล่ผ่านเนื้อผ้า ลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้ผิวเนื้อทำให้สติของเขาหลุดลอยไปไกลลิบ
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์ไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปังก็ทะลุเข้ามาในโสตประสาท ตามด้วยเสียงตะโกนโหวะเหวะจากด้านนอกที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว
"เฮ้ย! คินน์ อยู่ข้างในรึเปล่า? มีคนบอกว่าได้กลิ่นฟีโรโมนรั่วไหลออกมาจากโซนนี้ เกิดอะไรขึ้นวะ!" เสียงของเพื่อนร่วมงานดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะถูกเปิดออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
***
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความฟินนี้นะคะ - กระต่ายพระจันทร์
เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์•ตอนที่ 3
กลิ่นอายที่เกินห้ามใจ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของเชฟปากร้ายกับคุณชายนักวิจารณ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!