คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 19

เศษเสี้ยววิญญาณ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่าเก็บ คละคลุ้งปะปนกับฝุ่นผงโบราณในห้องใต้ดินชั้นสามของหอสมุดกลาง รวินทร์ก้มตัวลงต่ำ แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องลงบนรอยขูดขีดบนพื้นหินแกรนิต รอยเหล่านั้นไม่ใช่ร่องรอยจากการสึกหรอตามกาลเวลา แต่มันคืออักขระโบราณที่ถูกกรีดด้วยคมมีดสั้น—คมมีดที่อาบด้วยอาคมสะกดวิญญาณระดับสูง "รอยพวกนี้... ถูกทำขึ้นเพื่อจำกัดขอบเขตการเคลื่อนไหว ไม่ให้วิญญาณหนีออกจากรัศมีสามเมตร" เสียงหวานใสแต่เจือความเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นเบาๆ ศิรินทร์ลอยร่างโปร่งแสงลงมาเคียงข้าง เงาร่างของเธอกะพริบไหวเล็กน้อยราวกับสัญญาณไฟใกล้หมดแบตเตอรี่ แรงกดดันจากผนึกประตูมิติระดับ SSS ที่เพิ่งปลดปล่อยบางส่วนเมื่อครู่ ยังคงทิ้งคลื่นพลังงานรบกวนไว้ในอากาศ ทำให้วิญญาณสาวรู้สึกปั่นป่วนไม่น้อย แต่นัยน์ตาคู่สวยของเธอยังคงแน่วแน่ รวินทร์ไม่ตอบทันที นิ้วเรียายาวใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบรรจงใช้อุปกรณ์เขี่ยคราบเขม่าสีดำออกจากร่องรอยอักขระ เขาตรวจสอบความลึกและความกว้างของรอยขูดด้วยแว่นขยายกำลังขยายสูง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในอก "ไม่ใช่แค่จำกัดขอบเขตค่ะศิรินทร์..." รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง ดวงตาหลังกรอบแว่นฉายแวววิเคราะห์อย่างเฉียบคม "แต่มันคือ 'พิธีกรรมสูบถ่ายพลังชีวิต' แบบย้อนกลับ คนที่ลงมือทำเรื่องนี้ ต้องการค่อยๆ ดึงเอาความทรงจำและแก่นวิญญาณของเหยื่อออกทีละน้อย... จนกว่าจะหมดลมหายใจ" ศิรินทร์นิ่งเงียบไป ปลายนิ้วเรียวแตะที่ขมับของตนเองโดยไม่รู้ตัว อาการปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในหัวสมอง ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับอดีต ภาพเศษเสี้ยวความทรงจำที่ขาดวิ่นจะกรีดแทงจิตใจเธอราวกับใบมีด "ความรู้สึกนี้... มันคุ้นเคยเหลือเกินค่ะรวินทร์" ศิรินทร์กระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย "เหมือนกับว่า... ฉันเคยยืนอยู่บนรอยแผลเป็นเหล่านี้ ในคืนที่ฝนตกหนักและมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง" รวินทร์เงยหน้าขึ้นจากพื้น มองสหายร่วมรบและคู่คิดที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด ความกังวลฉายชัดในแววตาของภัณฑารักษ์หนุ่ม แม้ภายนอกเขาจะดูสุขุมและจัดการทุกอย่างด้วยระบบระเบียบที่แน่นหนา แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าการสืบสาวราวเรื่องการตายของศิรินทร์กำลังพาพวกเขาก้าวเข้าสู่เขตอันตรายที่เกินกว่าขอบเขตของมนุษย์จะรับไหว "เราต้องตรวจสอบบันทึกการยืมคืนหนังสือโบราณของปีที่ศิรินทร์เสียชีวิต" รวินทร์เปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงสติของอีกฝ่ายกลับมา "ระบบฐานข้อมูลไสยเวทที่เราซ่อมแซมไปเมื่อสัปดาห์ก่อน น่าจะมีบันทึกร่องรอยพลังงานหลงเหลืออยู่ แม้ว่าเอกสารกระดาษจะถูกทำลายไปหมดแล้วก็ตาม" ทั้งสองย้ายตัวเองขึ้นมายังห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสอง แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะช่วยขับบรรยากาศให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บจากภายนอก รวินทร์ลงมือเชื่อมต่อแผงวงจรโบราณเข้ากับคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หน้าจอสีฟ้าปรากฏชุดโค้ดและตัวเลขวิ่งผ่านอย่างรวดเร็ว—นี่คือผลลัพธ์จากการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับศาสตร์ลี้ลับที่รวินทร์ใช้เวลาศึกษามานานหลายปี "ระบบกำลังประมวลผล... พบการเข้าถึงฐานข้อมูลต้องห้ามในคืนวันที่ส 13 ตุลาคม เมื่อสามปีก่อน" รวินทร์พึมพำกับตัวเอง นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว "ผู้ที่ยืม 'บันทึกโลหิตปริစ္ឆេទ' ออกจากห้องสมุดปิดตายในคืนนั้น... ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือศาสตราจารย์ภาคภูมิ อาจารย์ที่ปรึกษาเก่าของคุณเอง ศิรินทร์" ศิรินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อย ร่างโปร่งแสงสะท้านเฮือก ความทรงจำที่เคยดำมืดเริ่มมีแสงสว่างส่องลอดเข้ามา ภาพของชายสูงวัยสวมแว่นตาหนาเตอะ รอยยิ้มใจดีที่เคลือบยาพิษ และห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพิธีกรรมต้องห้าม "ท่านอาจารย์..." ศิรินทร์ทวนชื่อนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเจ็บปวด โกรธเกรี้ยว และสับสน "ท่านเป็นคนพาฉันลงไปในห้องใต้ดินนั้น... ท่านบอกว่ามีตำราหายากต้องการให้ช่วยตรวจสอบ แต่แท้จริงแล้ว..." "แท้จริงแล้ว เขาใช้คุณเป็นภาชนะรองรับ 'เจ้าแห่งศาลาโลหิต' ที่กำลังจะตื่นขึ้น" เสียงทุ้มต่ำแทรกขึ้นกลางอากาศ ไม่ใช่เสียงของรวินทร์ และไม่ใช่เสียงของศิรินทร์! บรรยากาศในห้องทำงานเปลี่ยนเป็นเยือกแข็งในพริบตา อุณห็ภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคยแสดงฐานข้อมูลกะพริบถี่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มาจากระบบของหอสมุด **[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกจากคลื่นพลังงานจิตระดับ SSS]** **[คำเตือน: วัตถุโบราณชิ้นสุดท้ายในมือคุณ คือ "กุญแจ" ที่ปลดปล่อยผนึกชั้นสุดท้าย]** **[เป้าหมายถูกล็อก: วิญญาณของศิรินทร์ คือร่างสถิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด... และมันมาถึงหน้าประตูแล้ว]** ประวัติการสนทนาและเสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นจากระเบียงทางเดินด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่ไม่มีทางเป็นของมนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน รวินทร์คว้าประแจโลหะอาบอาคมขึ้นมาถือมั่นในมือขวา สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่บานประตูไม้ที่กำลังถูกหมุนลูกบิดช้าๆ นภากระซิบผีขอขอบคุณทุกกำลังใจจากรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับรวินทร์และศิรินทร์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%