คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 18

การปะทะด้วยไสยเวท

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นไอน้ำมันจันทน์ผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า จนรวินทร์ต้องยกมือขึ้นกระชับแว่นตาขอบโลหะของตนเองอย่างเผลอไผล ปลายปากกาพู่กันจีนโบราณในมือสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่ออาคมสายดำที่กำลังแผ่ซ่านอยู่รอบกาย แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากมิติอาคมระดับสูงที่บีบอัดอากาศจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางชั้นหนังสือโบราณของหอสมุดใต้ดิน ฝุ่นละอองที่เคยลอยฟุ้งกลับนิ่งค้างกลางอากาศ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างที่เหนือธรรมชาติ "ถอยไปซะ รวินทร์... ไอ้พวกเดรัจฉานวิชาแบบนี้ มันไม่ได้สนใจเจรจาด้วยหรอกนะคะ" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจของศิรินทร์ดังขึ้นข้างหูก, ร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดไทยประยุกต์ก้าวออกมาขวางเบื้องหน้าเธอไว้ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวแม้จะไม่มีสายลม รัศมีสีนวลประกายทองจางๆ แผ่ออกจากร่างเธอเพื่อต้านทานแรงกดดันจากอาคมมืดที่กำลังพุ่งตรงมายังซอกคอของรวินทร์อย่างแม่นยำ เบื้องหน้าของทั้งสองคือ 'พงศ์' จอมขมังเวทย์นอกรีตผู้มีรอยสักยันต์อักขระเต็มแผ่นหลัง ดวงตาของชายวัยกลางคนผู้นั้นเบิกโพงด้วยความบ้าคลั่ง ในมือถือกระดูกสัตว์แกะสลักที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับมีวิญญาณนับร้อยสถิตอยู่ภายใน "แกคิดว่าจะปกป้องมันได้พ้นหรือ วิญญาณเร่ร่อนไร้ความทรงจำเอ๋ย!" พงศ์หัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้า "ของโบราณชิ้นนั้น... บันทึกบทนั้นต้องเป็นของกู เพื่อใช้เปิดประตูสู่ขุมทรัพย์ไสยเวทโบราณ!" สิ้นเสียงคำราม พงศ์ก็สะบัดมือซัดแผ่นยันต์สีเลือดนับสิบใบพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืน อาคมสีดำทะมึนส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู มันไม่ใช่แค่การทำลายล้างทางกายภาพ แต่เป็นการมุ่งเป้าไปที่การ "กัดกิน" ดวงวิญญาณและสติสัมปชัญญะของเป้าหมายโดยตรง รวินทร์กัดฟันแน่น สมองอันรวดเร็วประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ข้อมูลจากบันทึกโบราณผุดขึ้นมาในหัว *‘ยันต์โลหิตทมิฬ... จุดอ่อนคือทิศทางของธาตุลมที่หมุนทวนเข็มนาฬิกา หากใช้ผงถ่านจากตำราเก่าทำลายวงจรอาคมตรงจุดอับสายตา...’* ทว่า เขายังไม่ทันได้หยิบห่อผงถ่านมงคลขึ้นมา ศิรินทร์ก็เคลื่อนไหวเร็วกว่า "อย่ามาแตะต้องเขาเด็ดขาดนะคะ!" ร่างโปร่งแสงของศิรินทร์พุ่งทะยานเข้าปะทะกับคลื่นอาคมสีดำอย่างไม่เกรงกลัว แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกทางจิตวิญญาณจนชั้นหนังสือไม้สักโบราณสั่นสะเทือน หนังสือหายากหล่นร่วงลงมากระจายเกลื่อนพื้น ศิรินทร์ยกมือขึ้นวาดอักขระป้องกันกลางอากาศ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจนขับไล่ความมืดมิดให้ถอยร่นไปชั่วขณะ แต่ทว่า... อาคมของพงศ์กลับซับซ้อนกว่าที่คาดไว้ มี "เงาดำ" อีกสายหนึ่งแอบเลื้อยผ่านช่องว่างพุ่งตรงเข้าใส่รวินทร์จากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ! "รวินทร์ ระวังค่ะ!" เสียงอุทานของศิรินทร์เต็มไปด้วยความร้อนรนเป็นครั้งแรก รวินทร์เบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่ความเร็วของเงาดำนั้นเร็วกว่า ปลายเล็บคมกริบของไสยเวทเฉี่ยวหัวไหล่ขวาของเขาจนเสื้อผ้าขาดวิ่น รสชาติเค็มปร่าของเลือดซึมออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทว่าสติของเขากลับยิ่งแจ่มชัดขึ้น ดวงตาคมกอดรัดเป้าหมายด้วยความเยือกเย็น เขาไม่ยอมให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่าตรงนี้แน่ มือซ้ายของรวินทร์เอื้อมไปหยิบวัตถุโบราณชิ้นเล็กๆ ที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อ—"ตะปูสังฆวานร" อายุกับร้อยปีที่ผ่านการปลุกเสกมาอย่างถูกต้องตามตำรา เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อโจมตีพงศ์โดยตรง แต่ปักมันลงบน "จุดศูนย์กลางพลังงาน" ของอาคมที่พงศ์แอบวางไว้บนพื้นห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดทางไสยเวทรingก้องกังวาน วงจรอคมของพงศ์สะท้อนกลับอย่างรุนแรงจนร่างของจอมขมังเวทย์นอกรีตเซถอยหลังไปหลายก้าว กระดูกสัตว์ในมือร่วงหล่นลงพื้นแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ พงศ์กระอักเลือดออกมาคำโต ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มที่เป็นเพียงภัณฑารักษ์ธรรมดาจะมองทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างอาคมของตนได้ "เป็นไปได้ยังไง... แกเป็นแค่ไอ้พวกหนอนหนังสือ..." พงศ์คำรามด้วยความแค้นเคือง ศิรินทร์ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ร่างของเธอพุ่งวาบไปประชิดตัวพงศ์ในพริบตา ฝ่ามือเรียวบางกดลงบนหน้าผากของจอมขมังเวทย์หนุ่มผู้นั้น แรงกดดันจากวิญญาณโบราณผู้ทรงพลังทำให้พงศ์หมดสติล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที อาคมชั่วร้ายทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันที่กลับคืนสู่หห้องสมุดใต้ดินอีกครั้ง รวินทร์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจถี่กระชั้น ความเจ็บปวดที่หัวไหล่เริ่มเล่นงาน แต่เขาก็ฝืนยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ศิรินทร์ลอยกลับมาหยุดตรงหน้า สีหน้าของเธอยังคงมีความกังวลเจืออยู่ไม่น้อย ดวงตากลมโตสำรวจบาดแผลบนไหล่ของเขาด้วยความรู้สึกผิด "เจ็บมากไหมคะ ทำไมถึงไม่ยอมถอยไปตั้งแต่แรก รวินทร์ก็รู้ว่าฉันรับมือไหว..." "ถ้าผมถอย... คนที่จะเจ็บไม่ใช่แค่ผม แต่หมายถึงคุณด้วยต่างหากครับ... เอ๊ย หมายถึงคุณต่างหากนะคะ" รวินทร์เผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคย แต่ก็รีบแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียด "อีกอย่าง ผมทิ้งให้คุณสู้คนเดียวไม่ได้หรอก เราสัญญาแล้วนี่ครับว่าจะหาความจริงเรื่องนี้ไปด้วยกัน... นะคะ" ศิรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวิญญาณสาว เธอเอื้อมมือโปร่งแสงมาแตะที่บาดแผลของเขาเบาๆ ความเย็นสบายแผ่ซ่านเข้าบรรเทาความเจ็บปวดในทันที เป็นสัมผัสที่อบอุ่นและช่วยฮีลใจท่ามกลางบรรยากาศอันมืดมนนี้ได้อย่างน่าประหลาด ทว่า ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่... จู่ๆ อากาศรอบตัวก็ลดฮวบลงจนหนะเหน็บ กระจกทุกบานในห้องสมุดใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพร้อมกัน ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากห้วงนิทราที่ยาวนานนับพันปี และไม่ใช่แค่พลังของพงศ์... แต่เป็นแรงกดดันระดับมหาศาลที่พุ่งทะยานมาจากชั้นใต้ดินที่ลึกยิ่งกว่าเดิม เสียงกระซิบปริศนานับร้อยดังประสานกันก้องกังวานในหัวของทั้งสองคน พร้อมกับหน้าต่างสถานะสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้ารวินทร์โดยไม่มีปุ่มปิด **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบ "ผนึกประตูมิติระดับ SSS" ถูกปลดปล่อยบางส่วน]** **[คำเตือน: เจ้าแห่งศาลาโลหิตที่ถูกลืมเลือน ได้ลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้ว... และมันกำลังมองมาที่คุณ]** แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ - นภากระซิบผี)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%