กลิ่นอับของกาลเวลาและคราบสนิมสีเขียวจัดของทองเหลืองคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก รวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ปลายนิ้วซึ่งสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำลังสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาแน่นของไสยเวทในห้องใต้ดินชั้นที่สามนี่กดทับจนหายใจไม่ออก แต่เป็นเพราะสิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาโบราณด้านหลังตุ๊กตาไขลานตัวนั้น... มันไม่ใช่เงาของเขา
*[ระบบตรวจพบ: เงื่อนไขการปลดล็อกเขตแดนชั้นที่ 3 ผ่านสมบูรณ์... ปลดล็อกทักษะพิเศษ "เนตรโบราณทลายอาคม" สำเร็จ]*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบภายในจิตสำนึกดังขึ้นกังวาน พร้อมกับความร้อนวูบวาบที่แผ่ซ่านจากหัวตาขวา ลามเลียผ่านกระดูกโหนกแก้มจนรวินทร์ต้องหลับตาลงแน่น มือขวาชักกลับตามสัญชาตญาณ แต่ศิรินทร์ที่ลอยตัวอยู่เคียงข้างกลับคว้าข้อมือเขาไว้ทัน แรงสัมผัสเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง
"อย่าเพิ่งถอยค่ะรวินทร์" เสียงหวานใสแต่เจือกระแสเคร่งเครียดของหญิงสาวดังขึ้น ดวงตาคู่คมของวิญญาณสาวกวาดมองไปรอบห้องเก็บวัตถุโบราณที่บัดนี้ผนังปูนเริ่มมีรอยปริแตกเป็นเส้นใยสีดำ "พลังงานรอบตัวเรากำลังถูกบีบอัด มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อยวิญญาณเด็กธรรมดาแล้วล่ะค่ะ ดูเหมือนเรากำลังเปิดประตูบานที่ใหญ่เกินกว่าจะปิดลงได้ง่ายๆ"
รวินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขาปัดกวาดความตื่นตระหนกออกไปจากใจด้วยระบบความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลตามแบบฉบับภัณฑารักษ์มืออาชีพ ดวงตาข้างขวาที่เพิ่งปลดล็อกทักษะ "เนตรโบราณทลายอาคม" ค่อยๆ ลืมขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบเปลี่ยนเป็นสีโมโนโครม ทว่าเส้นสายของพลังงานไสยเวทกลับเปล่งประกายเจิดจ้า
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือตุ๊กตากระเบื้องเคลือบยุควิกตอเรีย สวมชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวอมเหลืองที่บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและรอยเลือดเก่ากรัง ใบหน้าของตุ๊กตาทำจากกระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบเงา แต้มสีแดงก่ำที่ริมฝีปากและแก้ม แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรวินทร์กระตุกวูบคือ "สายใยด้ายสีแดงเข้ม" นับร้อยเส้นที่พุ่งออกมาจากร่างของตุ๊กตา พัวพันยึดโยงกับผนังห้องและลากยาวดึงรั้งดวงวิญญาณดวงเล็กๆ ดวงหนึ่งเอาไว้ภายใน
ดวงวิญญาณของเด็กหญิงวัยราวเจ็ดขวบ ขดตัวอยู่ภายใต้กรงข่ายอาคม ใบหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตไร้แววเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ—*ทำไมแม่ถึงทิ้งหนูไว้ที่นี่?*
"เด็กคนนั้นไม่ได้ติดอยู่ในตุ๊กตาเพราะความอาฆาตค่ะ" รวินทร์เอ่ยพึมพำ วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็วขณะที่เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "แต่เป็นเพราะ 'ความทรงจำที่ตกตะกอน' ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต... เธอยึดติดกับสัญญาที่แม่ของเธอให้ไว้ว่าจะกลับมารับ จึงสร้างเขตแดนกักAuraของตัวเองขึ้นมาเพื่อรอคอย การใช้กำลังทำลายมีแต่จะทำให้จิตวิญญาณแตกสลายไปพร้อมกับตุ๊กตา"
ศิรินทร์พยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง เธอขยับร่างโปร่งแสงเข้ามาบังด้านหน้าให้รวินทร์เล็กน้อยเมื่อแรงกดดันมหาศาลจากภายนอกเริ่มสั่นสะเทือนชั้นวางวัตถุโบราณ "ถ้าอย่างนั้น เราต้องใช้ทักษะใหม่ของคุณค่ะ รวินทร์... 'เนตรโบราณทลายอาคม' ไม่ใช่แค่การมองเห็นจุดอ่อนของอาคม แต่มันคือการมองทะลุถึงรากเหง้าของความผูกพัน ใช้มันตัดเฉพาะเส้นใยที่พันธนาการ ไม่ใช่ตัดดวงวิญญาณ"
รวินทร์ไม่รอช้า เขาประสานมือเป็นมุทราโบราณที่เคยศึกษามาจากบันทึกตระกูล หลับตาลงแล้วกำหนดจิตไปที่ดวงตาขวาที่กำลังร้อนผ่าวราวกับมีถ่านแดงๆ สุมอยู่ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกสีโมโนโครมก็คมชัดขึ้นจนเห็นโครงสร้างโมเลกุลของอาคมไสยเวทได้อย่างชัดเจน
ภาพจำของเหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนไหลทะลักเข้าสู่หัวของรวินทร์ราวกับสายน้ำหลาก เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กหญิงในคืนที่ฝนตกหนัก เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง และความหนาแน่นของความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจวัยเยาว์จนกลายเป็นความโศกเศร้าที่ตกตะกอนแน่นหนาเกินกว่าจะเยียวยา
*นี่สินะ... ความเจ็บปวดของการถูกทอดทิ้ง* รวินทร์ขบกรามแน่น ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแปลบปลาบขึ้นในอก—ความรู้สึกของการสูญเสียคนที่รักไปโดยไม่ทันได้ร่ำลา มันเป็นแผลเป็นเดียวกันกับที่เขายังคงแบก Avenge ไว้ในใจ
"ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องรออยู่ในความมืดอีกต่อไปแล้ว"
รวินทร์พึมพำลอดไรฟัน ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางข้างขวาเปล่งแสงสีทองจางๆ พุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มเส้นด้ายสีแดงที่รัดรึงร่างของเด็กหญิงในตุ๊กตา ทักษะ "เนตรโบราณทลายอาคม" ทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้ตัดทำลายอย่างรุนแรง แต่ทำหน้าที่เหมือนกรรไกรแพทย์ที่บรรจงเลาะเส้นด้ายอัปลักษณ์ออกทีละเส้นอย่างประณีต
*แคว่ก... เพล้ง!*
เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในโสตประสาท เส้นใยสีดำที่พันธนาการห้องใต้ดินสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวสะอาด ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบโบราณที่เคยมีบรรยากาศน่ากลัว บัดนี้กลับคืนสู่สภาพวัตถุโบราณธรรมดา รอยคราบเลือดและรอยร้าวบนใบหน้าจางหายไป เหลือเพียงความงามอันเงียบงันของงานฝีมือยุคเก่า
กลางอากาศว่างเปล่า... ร่างโปร่งแสงของเด็กหญิงในชุดกระโปรงลูกไม้ค่อยๆ ลอยขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยหวาดกลัว บัดนี้ทอประกายใสกระจ่าง เธอมองมาที่รวินทร์ด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ความโศกเศร้าที่ตกตะกอนมานานนับทศวรรษละลายหายไปราวกับหมอกควันยามเช้า
"ขอบคุณค่ะ... พี่ชาย"
เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมาตามสายลมที่ไม่มีที่มา ก่อนที่ร่างของเด็กหญิงจะแตกสลายกลายเป็นผีเสื้อแสงสีทองนับร้อยตัว บินทะยานขึ้นสู่เพดานห้องใต้ดินทะลุผ่านชั้นดินขึ้นไปสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน เป็นการปลดปล่อยที่งดงามและเปี่ยมด้วยความอบอุ่นจนหัวใจของรวินทร์พองโต
รวินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความอ่อนล้า ศิรินทร์รีบพุ่งเข้ามาประคองไหล่เขาไว้ ใบหน้าของวิญญาณสาวฉายแววโล่งอกและภาคภูมิใจ "คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากค่ะรวินทร์ ไม่เสียแรงที่ฉันเชื่อใจคุณมาตลอด"
รวินทร์ยิ้มเหนื่อยๆ ให้เธอ เขากำลังจะเอաբาทสนทนาตอบกลับเพื่อคลายความตึงเครียด แต่ทว่า...
บรรยากาศรอบตัวกลับพลิกคว่ำในเสี้ยววินาที อุณหภูมิในห้องใต้ดินดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงระฆังโบราณที่เคยสงบนิ่งบนชั้นวาง กลับส่งเสียง "กริ๊ง... กริ๊ง..." ดังขึ้นเองโดยไม่มีลมพัด
รอยปริแตกบนผนังที่ควรจะประสานกลับสนิทเมื่อดวงวิญญาณได้รับการปลดปล่อย กลับฉีกกว้างขึ้นพร้อมกับของเหลวสีดำข้นหนืดที่ไหลทะลักออกมาดั่งน้ำตาโลหิต พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว แรงกดดันระดับที่ทำให้กระดูกแทบแหลกสลายพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไร้เหตุผล
*[คำเตือนระดับ SSS: ร่างเงาเบื้องหน้ากำลังหลอมรวมกับแกนกลางมิติ และบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญกำลังก้าวข้ามรอยแยกตามหลังพวกคุณมาในขณะนี้!]*
เงาดำสนิทที่ไม่มีรูปร่างแน่ชัด ค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบย่างออกมาจากรอยแยกของมิติที่ฉีกขาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สะท้อนก้องในความเงียบ ทำให้รวินทร์และศิรินทร์ต้องหันขวับไปมองพร้อมกันด้วยความตื่นตะลึง... และสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาภายใต้แสงสลัว คือปลายรองเท้าหนังขัดเงาเรียบร้อย กับชายผ้าคลุมสีเทาเข้มที่เปื้อนฝุ่นละอองจากห้วงเวลาอื่น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับของชั้นหนังสือนี้ด้วยกันนะคะ
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 23
ความโศกเศร้าที่ตกตะกอน
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!