กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นละอองที่ถูกกักเก็บไว้ในห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษของพิพิธภัณฑ์ยามวิกาล บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก รวินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับปลายรองเท้าหนังขัดเงาเรียบร้อยคู่นั้น เงาดำสนิทที่แผ่ขยายออกมาจากรอยแยกของมิติไม่ได้คุกคามด้วยเสียงคำรามหรือ,พลังเวทที่รุนแรงโหมกระหน่ำเหมือนเช่นเคย แต่มันกลับมาพร้อมกับ "ความเงียบ" ชนิดที่ทำให้แก้วหูอื้ออึง ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
"ระวังค่ะ รวินทร์..." เสียงกระซิบของศิรินทร์ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท แม้จะเบาราวกับลมพัดผ่าน แต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ร่างโปร่งแสงของเธอขยับมาขวางหน้าเขาไว้ครึ่งก้าว ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวพ้นเขตแดนรอยแยกเข้ามาทีละน้อยอย่างระแวดระวัง
ภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว ร่างของผู้มาเยือนค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น เป็นชายหนุ่มในชุดโค้ทสีเทาเข้ม ไหล่กว้างและท่าทางนิ่งสงบผิดมนุษย์มนา ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ใต้เงาฮู้ด แต่สิ่งที่ทำให้รวินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจคือ "ป้ายห้อยคอ" สีทองแดงที่สะท้อนแสงไฟ—มันเป็นตราสัญลักษณ์ของสมาคมนักล่าวิญญาณรุ่นบุกเบิกที่สูญหายไปเมื่อสามสิบปีก่อน!
"ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะยังหลงเหลือ 'ผู้ดูแล' ที่มีสายตาเฉียบคมพอจะมองเห็นรอยต่อของห้วงเวลาได้" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่นขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนยร ราวกับไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยที่พบคนเป็นยืนอยู่กลางพิพิธภัณฑ์ปิดตายตอนตีสอง
รวินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากระชับไขควงอเนกประสงค์และแผ่นยันต์คุ้มกันในมือขวาให้มั่น แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม แต่สมองส่วนวิเคราะห์ของเขายังคงทำงานอย่างเป็นระบบ พื้นที่ตรงนี้คือโซนจัดแสดงวัตถุโบราณยุคศตวรรษที่ 19 กฎฟิสิกส์และกฎไสยเวทถูกคั่นกลางไว้ด้วยอาคมเกราะป้องกันที่เขาเพิ่งลงอักขระไว้เมื่อช่วงหัวค่ำ แต่ชายผู้นี้กลับทะลุมิติเข้ามาได้โดยไม่ทำลายโครงสร้างอาคมเลยแม้แต่น้อย นั่นหมายความว่า... เขาไม่ได้ใช้กำลังทำลายล้าง แต่เขาใช้ "รหัสผ่าน" ที่ถูกต้อง
"คุณเป็นใคร และเข้ามาในเขตกักเก็บวัตถุโบราณระดับสามได้อย่างไร" รวินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงความนิ่งสงบตามวิสัยของภัณฑารักษ์ผู้ผ่านเคสลี้ลับมาโชกโชน
ชายในชุดโค้ทสีเทายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "คำถามที่ดีค่ะ... แต่บางที คุณน่าจะถามตัวเองก่อนนะคะ ว่าทำไม 'บันทึก' ในมือของคุณถึงเริ่มสั่นตั้งแต่เมื่อครู่นี้"
สิ้นคำพูดนั้น ความรู้สึกร้อนผ่าวก็พุ่งพล่านขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน สมุดบันทึกหนังสีดำที่รวินทร์เก็บกู้มาจากคดีห้องสมุดใต้ดินเมื่อเดือนก่อนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีชีวิต มันพยายามจะดึงตัวเองออกจากกระเป๋า ศิรินทร์พุ่งตัวเข้ามาใช้พลังวิญญาณกดทับมันไว้ทันที พร้อมกับส่งเสียงร้องเตือนด้วยความเจ็บปวดเมื่อพลังงานบางอย่างจากบันทึกสะท้อนกลับมาทำร้ายเธอ
"รวินทร์! มันไม่ใช่แค่บันทึกธรรมดา... มันคือ 'สมุดบัญชีรายชื่อ' ของประตูมิติ!" ศิรินทร์กัดฟันพูด ดวงตาของเธอเปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองเพื่อต้านทานแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังแผ่ออกมาจากตัวของชายแปลกหน้า
รวินทร์ไม่รอช้า เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ศิรินทร์จะต้องเป็นฝ่ายรับภาระทางไสยเวทมากเกินไป เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้หลักการสะท้อนพลังงานที่เคยเรียนรู้จากตำราโบราณมาปรับใช้ นิ้วมือเรียวยาวสะบัดแผ่นยันต์ทองคำเปลวออกไปสามทิศทาง ปักลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งรอบตัวผู้บุกรุกอย่างแม่นยำ
"ตาข่ายพันธนาการหกทิศ—เปิด!"
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นพร้อมกับโซ่ตรวนพลังงานโปร่งใสที่พุ่งขึ้นมาจากพื้น ล็อกข้อเท้าและลำตัวของชายสวมฮู้ดเอาไว้แน่นหนา ทว่า ชายคนนั้นกลับไม่มีท่าทีดิ้นรน เขากลับยืนนิ่ง ปล่อยให้โซ่ตรวนรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยที่รอยยิ้มมุมปากยังคงไม่จางหาย
"รอบคอบสมคำร่ำลือค่ะ รวินทร์แห่งหอจดหมายเหตุ..." ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่คุณคิดจริงๆ หรือคะ ว่ากรงขังที่สร้างขึ้นจากความรู้เมื่อสามสิบปีก่อน จะสามารถกักขังคนที่เดินทางข้ามศตวรรษมาได้?"
ทันทีที่เขาพูดจบ โซ่ตรวนสีทองที่รวินทร์ภาคภูมิใจนักหนาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ราวกับถูกหมึกมืดกัดกร่อน เนื้อไม้ใต้พื้นพิพิธภัณฑ์ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาด บันทึกในกระเป๋าของรวินทร์ดีดตัวหลุดออกมาลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ หน้ากระดาษแต่ละหน้าพลิกเปิดออกเองด้วยความเร็วสูง จนเกิดเป็นเสียงกรีดร้องแหลมเล็กนับร้อยเสียงประสานกันระงม
ศิรินทร์ถลาเข้าไปคว้าแขนรวินทร์ไว้ "ถอยหลังค่ะ! เขากำลังใช้บันทึกเป็นสื่อกลางเปิดประตูบานใหญ่อีกบาน!"
บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว ผนังห้องจัดแสดงเริ่มปรากฏรอยปริร้าวสีดำทมิฬ และจากรอยแยกเหล่านั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังสะท้อนก้องขึ้นมาพร้อมกัน ราวกับมีกองทัพอะไรบางอย่างกำลังเดินแถวตรงมายังห้องนี้
ชายในชุดโค้ทสีเทายกมือขึ้นสัมผัสฮู้ดของตนเอง ก่อนจะดึงมันลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้รวินทร์ต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ—ใบหน้าที่มีโครงสร้างและดวงตาคู่เดียวกันกับเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายค่ะ... ตัวฉันจากอดีต" ร่างเงาสะท้อนเอ่ยยิ้มเยือกเย็น ขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาในหัวของรวินทร์ดังขึ้นรัวเร็วจนน่ากลัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบวัตถุเป้าหมายระดับ SSS — "ผู้ดูแลกาลเวลา" ปลดล็อกเงื่อนไขภารกิจลับ: ป้องกันจุดเชื่อมต่อมิติก่อนที่ระฆังเที่ยงคืนจะตีครบสามครั้ง!]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับนภากระซิบผีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 24
ความเงียบที่อันตราย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!