กลิ่นอับของกระดาษโบราณและสนิมเหล็กคละคลุ้งในห้องเก็บวัตถุพยานชั่วคราว ใต้แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ของสถานีตำรวจนครบาล
"รวินทร์... คุณกำลังมองข้ามรอยแยกบนผิวเนื้อไม้ชิ้นนั้นไปนะคะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นข้างใบหูไม่ได้ทำให้ภัณฑารักษ์หนุ่มสะดุ้งโหยงเหมือนเช่นเคย รวินทร์เพียงแต่ชะอักมือที่กำลังสวมถุงมือยาง ค่อยๆ เอียงศีรษะเล็กน้อยเพื่อตอบรับการชี้
แนะของศิรินทร์ วิญญาณสาวในชุดผ้าแพรโบราณที่กำลังลอยตัวอยู่เหนือโต๊ะสแตนเลส ร่างโปร่งแสงของเธอกำลังเพ่งพินิจ "กริชโบราณลายสลักรูปพญานาค" ซึ่งเพิ่งถูกยึดมาจากที่เกิดเหตุฆาตกรรมสยดสยองเมื่อสองชั่วโมงก่อน
บนพื้นห้อง... ร่างไร้วิญญาณของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลยังคงทิ้งร่องรอยความหวาดกลัวไว้บนดวงเบิกกว้าง ทรวงอกของเขาถูกแทงทะลุด้วยอาวุธโบราณเล่มเดียวกันนี้ แต่อาการสยดสยองไม่ได้อยู่ที่แผลฉกรรจ์ หากแต่เป็นรอยไหม้เกรียมรูปอักขระโบราณที่แผ่ขยายออกคล้ายรากไม้สีดำ ลุกลามจากจุดสัมผัสแผลพุ่งเข้าสู่หัวใจ—มันไม่ใช่ร่องรอยการฆาตกรรมด้วยเหล็กกล้าทั่วไป แต่นี่คือ "พิธีกรรมพรากวิญญาณ" ที่ใช้ไสยเวทสายดำระดับสูง
รวินทร์ใช้แว่นขยายส่องสำรวจด้ามจับของกริชอย่างละเอียด ดวงตาหลังเลนส์กรอบทองหรี่ลงด้วยความเคร่งเครียด
"รอยบิ่นตรงโคนด้ามนี้..." รวินทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบสะท้อนความรอบคอบ "ไม่ใช่รอยกระแทกจากการใช้งาน แต่มันเกิดจากการงัดแงะด้วยเครื่องมือโลหะขนาดเล็ก... เหมือนกับอุปกรณ์ซ่อมแซมวัตถุโบราณในห้องทำงานของผมไม่มีผิด"
ศิรินทร์เคลื่อนกายเข้ามาใกล้จนเงาร่างเย็นเยียบพาดผ่านไหล่ เธอยื่นปลายนิ้วโปร่งใสแตะลงบนอากาศเหนือใบกริช ราวกับกำลังอ่านความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในพลังงานรอบตัว
"ไม่ใช่แค่ห้องทำงานของคุณหรอกนะคะ รวินทร์..." ศิรินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคู่สวยหันมาสบตากับเขา "วัตถุชิ้นนี้ไม่ได้ถูกขโมยมาจากตลาดมืด หรือถูกโจรกรรมโดยพวกนักสะสมสมัครเล่น... มีคนจงใจ 'เบิกทาง' มันออกจากตู้จัดแสดงหมายเลข 4 ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ โดยใช้กุญแจสำรองที่มีรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบ"
รวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความหนาวเย็นของคดีเริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกุมขั้วหัวใจ ตู้จัดแสดงหมายเลข 4 เป็นโซนที่จัดเก็บวัตถุโบราณต้องคำสาปซึ่งมีเพียงเขากับผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง
ระบบระเบียบและกฎเกณฑ์ที่เขาพยายามรักษาไว้ด้วยความเข้มงวดตลอดหลายปี กลับถูกเจาะทะลวงจากภายใน... หนอนบ่อนไส้คนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ความร่ำรวยจากการขายสมบัติชาติ แต่มันกำลังใช้พิพิธภัณฑ์ของเขาเป็นแหล่ง "เบิกอาวุธ" เพื่อไล่ล่าฆ่าคน
"ระบบบันทึกการเข้า-ออกของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่แตะการ์ดเปิดห้องนั้นคะ?" รวินทร์ถามเสียงเรียบ แต่กรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม
"ไม่มีบันทึกค่ะ..." ศิรินทร์ส่ายหน้าช้าๆ แววตาวาววับด้วยความระแวง "ระบบถูกลบข้อมูลในช่วงเวลาสามนาทีที่กล้องวงจรปิดขัดข้องพอดิบพอดี... ฝ่าย10 ฝีมือระดับนี้ ไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาแน่ๆ ค่ะ รวินทร์ มีพลังงานไสยเวทตกค้าง คล้ายกับ... คล้ายกับกลิ่นอายที่เคยคร่าชีวิตครอบครัวของคุณเมื่อสี่ปีก่อนด้วย"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รวินทร์ชะงักกึก มือที่สวมถุงมือยางกำแน่นจนสั่นเทา ภาพความทรงจำสีเลือดและเสียงกรีดร้องในคืนอันมืดมิดเมื่ออดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว การสูญเสียที่เขายังหาคำตอบไม่ได้ กำลังส่งเงาดำทอดยาวเข้ามาทักทายเขาอีกครั้งผ่านคดีฆาตกรรมครั้งนี้
ก่อนที่รวินทร์จะได้วิเคราะห์สิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกฝ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก มือถือวิทยุสื่อสารสั่นระริก
"คุณรวินทร์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! พิพิธภัณฑ์... พิพิธภัณฑ์ของคุณถูกงัดอีกรอบแล้วครับ!"
รวินทร์หันขวับไปมองหน้าตำรวจหนุ่มทันที หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยจังหวะรุนแรง
"คราวนี้อะไรหายไป?" รวินทร์ถามเสียงเฉียบขาด
ตำรวจหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อวัตถุชิ้นนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"กล่องไม้แกะสลักผนึกวิญญาณ... ที่บรรจุ 'ร่างจำศีล' ของนักบวชมารโบราณ... ตอนนี้มันถูกเปิดออกแล้วครับ และคนที่ขโมยมันไป... กำลังยืนรอคุณอยู่ที่ลานจอดรถด้านนอกพร้อมกับรอยยิ้ม!"
ศิรินทร์เบิกตากว้าง หันขวับไปมองนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนความมืดมิดของค่ำคืนทันที
ที่นั่น... ใต้แสงไฟสลัวของเสาไฟริมถนน เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนถือกล่องไม้โบราณที่อ้ากว้าง ปล่อยไอพลังงานสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องเข้ามาในโสตประสาทของทั้งคู่... และที่น่าตกใจที่สุดคือ ใบใต้ฮู้ดนั้น... คล้ายคลึงกับใบหน้าของรวินทร์เองราวกับพิมพ์เดียวกัน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 11
ของหายที่กลายเป็นอาวุธ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!