กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินชั้นสามของหอสมุดกลาง รวินทร์ใช้ปลายเล็บเขี่ยคราบขี้ผึ้งสีดำที่เกาะอยู่ตามร่องสลักของ ‘กล่องไม้จันทน์หอมจำหลักลายทับيم’ อย่างระมัดระวัง แสงจากตะเกียงโบราณส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาที่นิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองอักขระโบราณที่สลักไว้ด้านใน ซึ่งกำลังเปล่งแสงเรืองรองสีครามจางๆ ยามเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก
“ระวังนะคะรวินทร์ อักขระชุดนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเก็บรักษา... แต่มันถูกถักทอขึ้นเพื่อ ‘กักขัง’ อะไรบางอย่างต่างหาก”
เสียงใสของศิรินทร์ดังขึ้นเบาๆ เสมือนเสียงกระซิบจากสายลม แม้ร่างโปร่งใสของเธอจะยืนอยู่เคียงข้าง และไม่มีใครมองเห็นนอกจากเขา แต่ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวลดลงไปหลายองศา ศิรินทร์เอียงคอมองกล่องไม้นั้นด้วยแววตาครุ่นคิด นิ้วเรียวบางยื่นออกไปทำท่าจะแตะ แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศราวกับสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก
“ผมรู้ครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึงผมสังเกตเห็นความผิดปกตินี่ตั้งแต่อักษรตัวแรกแล้วล่ะครับ” รวินทร์เกือบเผลอหลุดปากใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย แต่ก็รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติขณะที่ดึงสมาธิกลับมาที่งานตรงหน้า “ดูรอยสลักพวกนี้สิคะ... ไม่สิ ดูรอยสลักพวกนี้ซิครับ ศิรินทร์” เขาแก้ไขคำพูดในใจพลางลอบถอนหายใจเบาๆ กับความสับสนของตัวเอง
“ฮ Fหึ คุณนี่ล่ะก็ เผลอหลุดปากตลอดเลยนะคะ” ศิรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความขบขัน แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียดเพียงใด เธอก็ยังมีมุมผ่อนคลายเสมอเพื่อไม่ให้รวินทร์แบกรับความกดดันมากเกินไป “แต่ที่คุณพูดก็ถูกค่ะ พลังงานไสยเวทที่วนเวียนอยู่ในกล่องใบนี้มีความถี่ตรงกับ ‘บันทึกมรณะ’ ที่เราเพิ่งกู้คืนมาเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่มีผิดเพี้ยน”
รวินทร์พยักหน้ารับช้าๆ เขาวางเครื่องมือช่างลงบนโต๊ะไม้สักอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยิบแว่นขยายสำหรับตรวจสอบวัตถุโบราณขึ้นมาสวม “ใช่ครับ มันคือร่องรอยของ ‘สมาคมเงาดารา’ กลุ่มบุคคลปริศนาที่ผมเคยเจอในบันทึกเก่าของหอสมุด พวกเขาไม่ได้แค่สะสมวัตถุอาถรรพ์เพื่อความสนุก แต่พวกมันกำลังรวบรวม ‘ชิ้นส่วนวิญญาณ’ เพื่อทำพิธีกรรมบางอย่างที่น่ากลัวมาก”
ระบบระเบียบและเหตุผลทางไสยเวทในโลกนี้ถูกกำหนดไว้ชัดเจนว่า วัตถุอาถรรพ์แต่ละชิ้นจะมี ‘ขีดจำกัดความอิ่มตัว’ หากมีใครรวบรวมวัตถุที่มีธาตุเดียวกันเกินกว่าสามชิ้นเข้ามาไว้ในรัศมีเดียวกัน จุดเชื่อมต่อทางมิติจะเปิดออก และนั่นคือสิ่งที่สมาคมเงาดาราต้องการ
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!
เปลวไฟจากตะเกียงโบราณไหววับเป็นสีเขียวมรกต กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ป่าที่เน่าเปื่อยโชويเข้าจมูกจนน่าคลื่นไส้ เงาสะท้อนของชั้นหนังสือบนผนังไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของพวกเขา แต่มันกำลังบิดเบี้ยวและยืดขยายออกราวกับมีชีวิต!
“รวินทร์! ถอยหลังไปค่ะ!” ศิรินทร์หวีดร้องเตือนพร้อมกับกางเขตอาคมสีทองอร่ามออกปกป้องร่างของชายหนุ่มทันที แรงกระแทกมหาศาลพุ่งเข้าชนม่านพลังจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับกระจกแตกร้าว
*เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!*
รวินทร์ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขารememberกฎข้อที่สามของการเอาตัวรอดจากไสยเวทสายมืด มือขวาคว้าผงยันต์ปัดเป่าที่ผสมจากเถ้าถ่านกระดูกช้างโบราณซัดออกไปเบื้องหน้าทันที พร้อมกับท่องคาถาผนึกด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและทรงพลัง แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยความตื่นตระหนกก็ตาม
“โอม... คลื่นมานตราจงกลับคืนสู่ต้นกำเนิด!”
แสงสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังมาจากมุมมืดของห้องใต้ดิน เงาร่างสีดำทมิฬหลายร่างที่สวมหน้ากากรูปสัตว์โบราณค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พวกมันถือมีดอาคมที่อาบด้วยเลือดสดๆ และในมือของผู้นำกลุ่มมี ‘กล่องไม้จันทน์หอม’ ลักษณะเดียวกันกับที่รวินทร์กำลังตรวจสอบอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ผู้นำกลุ่มเงาดาราที่มีรอยแผลเป็นน่ากลัวพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย หัวเราะออกมาด้วยเสียงแหบพร่า “ช่างน่าประทับใจเสียจริง ภัณฑารักษ์หนุ่มผู้รอบคอบ... แกคิดจริงๆ หรือว่าห้องใต้ดินนี้ปลอดภัยพอที่จะซ่อนความลับของตระกูลแกได้?”
รวินทร์หรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว—*ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าเราอยู่ที่นี่? และทำไมวัตถุอาถรรพ์ชิ้นนี้ถึงอยู่ในมือพวกมัน ทั้งที่ฉันตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาแล้ว?* มีหนอนแน่ๆ หรือว่า... ระบบการป้องกันของหอสมุดถูกเจาะตั้งแต่รากฐาน?
“พวกแกต้องการอะไรจากกล่องพวกนั้น” รวินทร์ถามเสียงเย็น มือซ้ายเอื้อมไปหยิบ ‘กริชโบราณสลักลายงู’ ที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะอย่างแนบเนียน
“เราไม่ได้ต้องการแค่กล่อง... แต่เราต้องการ ‘วิญญาณ’ ที่ติดมากับตัวนายต่างหากล่ะ เจ้าหนู!” ผู้นำเงาดารายกยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะโยนวัตถุอาถรรพ์ทรงกลมลงกับพื้น แรงกระแทกนั้นทำให้พื้นห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และทันใดนั้น หน้าจอดิจิทัลสีแดงฉานขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อหน้ารวินทร์ โดยมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภัยคุกคามระดับ SSS "พิธีกรรมกลืนกินวิญญาณแห่งเงาดารา"]
[สถานะปัจจุบัน: พื้นที่ถูกปิดตาย ไม่สามารถหลบหนีได้]
[คำเตือน: บอสลับแห่งสมาคมเงาดารา "ผู้เฒ่าไร้เงา" ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว และกำลังเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของคู่หูของคุณ...]
ศิรินทร์เบิกตากว้าง ร่างโปร่งใสของเธอเริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรงเมื่อพลังงานสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามาพันธนาการข้อเท้าของเธอไว้แน่น!
“รวินทร์...!” ศิรินทร์ส่งเสียงเรียกชื่อเขาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกกระชากหายเข้าไปในรอยแยกมิติที่กำลังเปิดออกต่อหน้าต่อตา!
รวินทร์คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาตวัดกริชในมือเข้าใส่กลุ่มควันสีดำอย่างไร้ความกลัว ในขณะที่หน้าจอระบบตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีเลือด และนับถอยหลังเวลาสามสิบวินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 10
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!