ปลายนิ้วเรียวของรวินทร์หยุดชะงักลงบนสันปกหนังแท้สีเข้ม กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาในห้องใต้ดินของหอสมุดหลวง ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบหลุดออกมานอกอก หาใช่ความเก่าแก่ของเอกสารเหล่านี้ไม่ แต่เป็นลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งปรากฏอยู่บนบันทึกภาคผนวกของคดีเพลิงไหม้หอจดหมายเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน
ลายมือตวัดเฉียบคมเส้นนั้น... เหมือนกับลายมือบนกระดาษโน้ตที่ศิรินทร์มักจะใช้เขียนเตือนเขาในยามที่เธอดลใจเบาะแสอะไรบางอย่างได้ไม่มีผิดเพี้ยน
"รวินทร์... คุณกำลังทำหน้าเหมือนคนเพิ่งเจอผีตอนกลางวันแสกๆ เลยนะคะ"
เสียงใสทุ้มกังวานดังขึ้นเบาๆ ข้างหู ร่างโปร่งแสงของศิรินทร์ปรากฏกายขึ้นช้าๆ จากความมืดบริเวณมุมเสาหิน เธอโน้มตัวลงมามองเอกสารในมือเขา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววฉงนระคนกังวล ก่อนที่รอยยิ้มบางเบาจะระบายบนเรียวปาก ทว่าในวินาทีต่อมา รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างไปเมื่อดวงตาคู่คมของเธอปะทะเข้ากับตัวอักษรบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ห้องใต้ดินทันที ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น
รวินทร์ค่อยๆ หันไปสบตากับหญิงสาว ดวงตาของภัณฑารักษ์หนุ่มเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดแน่นจนจุกอก เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไปในทันที เพราะความรอบคอบและนิสัยสุขุมที่ติดตัวมาตลอด ทำให้เขาเลือกที่จะประเมินสถานการณ์และชั่งน้ำหนักของหลักฐานในมือเสียก่อน ระบบระเบียบของเหตุและผลในหัวเขากำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง เชื่อมโยงเศษเสี้ยวความทรงจำ เหตุการณ์อุบัติเหตุลี้ลับเมื่อสองทศวรรษก่อนที่พรากครอบครัวของเขาไป และตัวตนของหญิงสาวผู้ไร้ความทรงจำที่ยืนอยู่ตรงนี้
"คุณจำอะไรได้บ้างหรือเปล่าคะ... ศิรินทร์" น้ำเสียงของรวินทร์แหบพร่าเล็กน้อย แต่หนักแน่นพอที่จะทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด
ศิรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาบางกะพริบถี่ราวกับพยายามปัดเป่ากลุ่มหมอกควันสีเทาที่มักจะปก aคลุมความทรงจำส่วนลึกของเธอเสมอ นิ้วมือเรียวยาวโปร่งแสงเอื้อมออกไปหมายจะแตะแผ่นกระดาษในมือเขา ทว่าปลายนิ้วกลับทะลุผ่านกระดาษแผ่นนั้นไปอย่างว่างเปล่า ความไร้ตัวตนของเธอในยามนี้ช่างเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
"ฉัน..." ศิรินทร์พึมพำเบาๆ เสียงของเธอสั่นเครืออย่างที่รวินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน "ฉันไม่รู้ค่ะรวินทร์... หัวใจของฉันมันโหรงเหรงไปหมด เวลาที่มองตัวอักษรเหล่านั้น มันเหมือนมีเสียงกระซิบดังขึ้นในหัว เป็นเสียงที่คุ้นเคยเสียจนน่ากลัว..."
รวินทร์สูดหายใจเข้าลึกๆ เขาวางบันทึกเล่มนั้นลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างระมัดระวัง แล้วก้าวเข้าไปใกล้ร่างโปร่งแสงของหญิงสาว แม้จะรู้ดีว่าสัมผัสทางกายภาพระหว่างคนกับวิญญาณจะเป็นไปได้ยาก แต่ไออุ่นจากความห่วงใยที่เขาส่งผ่านทางสายตาและความจริงใจ ก็เพียงพอที่จะทำให้ศิรินทร์รู้สึกมั่นคงขึ้นได้บ้าง
"ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องรีบ" รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอบอุ่น ปัดเป่าความหวาดกลัวในใจของเธอออกทีละน้อย "ไม่ว่าอดีตของคุณจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน หรือคุณจะเป็นใครก็ตาม... ฉันก็ยังเชื่อมั่นในตัวคุณเหมือนเดิมค่ะ"
ศิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาไหววับสะท้อนความซาบซึ้งใจจนเกือบจะมีหยดน้ำตาเอ่อคลอ หากแต่วิญญาณเช่นเธอไม่มีหยดน้ำตาให้ร่วงหล่น มีเพียงความรู้สึกอิ่มเอมที่แผ่ซ่านอยู่ในอก
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายลงในความอบอุ่นนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและมั่นคงของใครบางคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหินด้านบน... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงนั้นไม่ได้เร่งรีบ แต่ทุกย่างก้าวกลับทรงพลังจนแรงสั่นสะเทือนส่งผ่านมาถึงพื้นห้องใต้ดิน
รวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขารีบกวาดสายตาหาที่ซ่อนเอกสารสำคัญ แต่มันไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเงาสูงโปร่งของบุคคลปริศนาทาบทับลงบนกรอบประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่เอ่ยทักทายราวกับรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่
"ช่างเป็นความบังเอิญเสียจริงนะคะ ที่หนูรวินทร์กับ... เอ่อ... เพื่อนร่วมทางตัวน้อย ยังคงขยันขันแข็งคุ้ยหาซากศพในอดีตกันถึงป่านนี้"
รวินทร์สะดุ้งสุดตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา ร่างของบุคคลนั้นก้าวพ้นความมืดของบันไดออกมาภายใต้แสงตะเกียงสลัว และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึกทันที
[CLIFFHANGER HOOK]
บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามิใช่ใครอื่น แต่คือ "อาจารย์ภาวิณี" ภัณฑารักษ์อาวุโสผู้ล่วงลับที่เคยดูแลหอสมุดแห่งนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน และเป็นผู้ลงนามในบันทึกคดีเพลิงไหม้หน้าสุดท้าย... ทว่าใบหน้าของเธอกลับไร้ริ้วรอยแห่งกาลเวลา ราวกับไม่เคยแก่ลงเลยแม้แต่วันเดียว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่เอ่ยประโยคชวนขนลุกออกมาว่า "ในเมื่อพวกเธออยากรู้ความจริงนัก ทำไมไม่ลองถามวิญญาณที่สิงอยู่ในตัวเธอดูเสียล่ะคะ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนจุดไฟเผาทุกอย่างเมื่อคืนนั้น?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 9
เสียงกระซิบใต้ฝุ่นละออง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!