กลิ่นไอน้ำมันจันทน์ผสมกับความชื้นของกระดาษโบราณลอยอบอวลจนแสบจมูก รวินทร์กำลังใช้ปลายแหนบสแตนเลสคีบแผ่นกระดาษสาชุบน้ำยาชาสมุนไพรอย่างระมัดระวัง มือของเขาไม่แม้แต่จะสั่น แม้ว่าเงาสีดำทมิฬที่เกาะกินอยู่บนสันสมุดบันทึกเล่มนั้นจะส่งเสียงกรีดแหลมเล็กบาดแก้วหูจนเลือดกำเดาของเขาซึมออกมาแตะริมฝีปาก
"ถ้าคุณยังฝืนดึงพลังงานลบออกด้วยวิธีทางกายภาพแบบนั้น มือคู่นั้นคงได้กลายเป็นเถ้าถ่านก่อนที่เราจะรู้ว่าเจ้าของบันทึกเล่มนี้ตายอย่างไรนะคะ รวินทร์"
เสียงทุ้มนุ่มที่ลอยมาจากมุมห้องสมุดไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้ง เขายังคงจดจ่ออยู่กับการคำนวณองศาของอักขระไสยเวทที่สลักไว้บนปกหนัง ศิรินทร์ในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โค292 โครงร่างโปร่งแสงของเธอกะพริบไหวเล็กน้อยตามความเข้มข้นของไสยเวทในห้อง ก่อนที่เรียวคางมนจะโน้มลงมาใกล้ เพื่อสำรวจร่องรอยความเสียหายบนวัตถุตรงหน้า
รวินทร์วางแหนบลงอย่างใจเย็น เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมของวิญญาณสาว "ผมคำนวณความหนาแน่นของพลังงานแล้วครับ... เอ่อค่ะ ชั้นกระดาษชั้นที่สามยังรับไหว" เขาแก้ไขสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นคิ้วเรียวของอีกฝ่ายเลิกขึ้นเล็กน้อย
"ความรู้ในตำราโบราณไม่ได้มีไว้ให้ท่องจำ แต่มันมีไว้ให้เข้าใจถึง 'เจตนา' ของผู้สร้างวัตถุต่างหากค่ะ" ศิรินทร์ย่อตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้าม มือเรียวยื่นไปแตะเหนือสันสมุดบันทึกโดยไม่สัมผัสถูกตัวมันโดยตรง "พลังงานลบที่เกาะกินวัตถุโบราณไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่มันคือความคับแค้น ความกลัว หรือความอาลัยที่ผู้ตายฝังไว้ตอนที่พวกเขายังมีลมหายใจ ถ้าคุณใช้ความรุนแรงชำระล้าง เช่น การใช้ไฟหรือน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์รุนแรงเกินไป เจตนาและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในวัตถุก็จะแหลกสลายหายไปพร้อมกัน... นั่นไม่ใช่การกู้คืน แต่มันคือการทำลายหลักฐานครั้งที่สองต่างหาก"
รวินทร์พยักหน้ารับอย่างใช้ความคิด เขาวิเคราะห์ตามระบบระเบียบที่ศิรินทร์เคยพร่ำสอน วัตถุโบราณทุกชิ้นมี 'ค่าความคงทนทางจิตวิญญาณ' และ 'อัตราการซึมซับมลث' การดึงพลังงานลบออกจึงต้องใช้หลักการไหลเวียน ไม่ใช่การขับไล่
"แล้วเราควรเริ่มจากตรงไหนครับ... อ๊ะ ค่ะ" รวินทร์เผลอหลุดปากอีกแล้ว ทำให้ศิรินทร์หลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเอ็นดู
"ตั้งสติให้ดีนะคะ ภัณฑารักษ์หนุ่ม... เอาล่ะ วางมือขวาของคุณลงบนขอบโต๊ะ หลับตาลง แล้วสัมผัสถึง 'จังหวะการเต้น' ของไสยเวทที่ตกค้างในสมุดเล่มนั้น ไม่ใช่ด้วยตาเนื้อ แต่ด้วยคลื่นสมองและสมาธิที่คุณใช้ซ่อมแซมกระดาษทุกครั้ง"
รวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความเยือกเย็นของศิรินทร์ที่แผ่เข้ามาโอบล้อมช่วยลดทอนความตึงเครียดในห้องลงไปได้มาก เขาทำตามคำแนะนำ หลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดกลกลืนประสาทสัมผัสภายนอก จนกระทั่งได้ยินเสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' คล้ายเข็มนาฬิกาโบราณดังขึ้นในหู นั่นคือเสียงจังหวะของพลังงานลบที่ฝังรากลึกอยู่ภายในสมุดบันทึกอายุกว่าร้อยปี
"ดีมากค่ะ ตอนนี้... ดึงมันขึ้นมา ช้าๆ ตามจังหวะลมหายใจเข้าออก ห้ามฝืนกระชากเด็ดขาด ให้จินตนาการว่าคุณกำลังดึงเส้นด้ายออกจากก้อนไหมพรมที่พันกันยุ่งเหยิง"
เสียงกระซิบของศิรินทร์ดังอยู่ข้างหู ใกล้เสียจนรวินทร์รู้สึกได้ถึงไอเย็นจางๆ ที่พัดผ่านแก้วหู ขนแขนของเขา Lุกลชันขึ้นพร้อมกับสมาธิที่พุ่งถึงขีดสุด มือของเขาขยับเข้าใกล้สันสมุดอีกครั้ง คราวนี้ปลายนิ้วไม่ได้สัมผัสกับกระดาษโดยตรง แต่มีแสงสีฟ้าครามจางๆ เปล่งประกายออกมาจากผิวหนัง เป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่เขาเพิ่งเรียนรู้และฝึกฝนจนเริ่มเสถียร
*แคว่ก...*
เสียงพลังงานลบหลุดลอกออกจากผิววัตถุดังขึ้นในมิติซ้อนทับ ละอองสีดำสนิทลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศราวกับควันไฟ แต่มันถูกกักเก็บไว้ในเขตอาคมวงกลมที่ศิรินทร์ร่ายล้อมไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ รวินทร์ขมวดคิ้วแน่น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เมื่อไสยเวทมืดมนระลอกสุดท้ายพยายามจะตีกลับเข้าสู่ร่างของเขา แต่วิญญาณสาวกลับยื่นมือเข้ามาซ้อนทับบนหลังมือของเขาพอดี ไออุ่นแปลกประหลาดที่เชื่อมโยงระหว่างคนกับวิญญาณแผ่ซ่าน ชะล้างแรงกระแทกนั้นจนสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์
ดวงตาของรวินทร์ลืมขึ้นในจังหวะที่สมุดบันทึกโบราณเล่มนั้นเปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง สีดำทะมึนอันน่าสยดสยองหายวับไป เหลือเพียงกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าตามกาลเวลาที่สะอาดสะอ้าน และที่สำคัญที่สุด... ตัวอักษรที่เคยเลือนรางเพราะคราบไสยเวท กลับคมชัดขึ้นมาจนสามารถอ่านข้อความด้านในได้อย่างแจ่มชัด
[ระบบประเมินวัตถุโบราณทำงาน: วัตถุ "บันทึกของแพทย์สนามผู้ล่วงลับ" ปลอดภัยจากมลทินไสยเวทแล้ว]
[ระดับความบริสุทธิ์ของวัตถุ: 98.5%]
[ท่านได้รับทักษะพิเศษ: "เนตรชำระวิญญาณวัตถุ (ระดับต้น)" เพิ่มความสามารถในการมองเห็นร่องรอยอาคมตกค้าง 15%]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังก้องอยู่ในหัวทำให้รวินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่แค่เพราะตัวเลขการประเมิน แต่เป็นเพราะข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายของสมุดบันทึกที่เพิ่งได้รับการชำระล้าง
มันไม่ใช่ลายมือของแพทย์สนามตามที่พวกเขาเข้าใจตั้งแต่แรก... แต่เป็นรายชื่อบุคคลจำนวนเจ็ดคน พร้อมกับรอยประทับนิ้วมือที่เปื้อนคราบโลหิตแห้งกรัง และหนึ่งในนั้น... มีชื่อของ 'บิดา' ของรวินทร์รวมอยู่ด้วย!
ศิรินทร์ที่ยืนมองผลงานอยู่เงียบๆ ถึงกับชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองตัวอักษรเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้กำลังไขปริศนาคดีฆาตกรรมธรรมดาเสียแล้วล่ะค่ะ รวินทร์"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 8
พิธีชำระล้างวัตถุ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!