กลิ่นอับของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับศตวรรษคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบ มีเพียงแสงสีนวลจากตะเกียงคาถาในมือของรวินทร์ที่ช่วยขับไล่เงาทะึมของชั้นหนังสือสูงตระหง่านราวกับซี่โครงยักษ์ในอกมหาสมุทร
"ข้าว่าเจ้ากำลังเดินวนรอบชั้นหนังสือหมวดประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นรอบที่สามแล้วนะคะ รวินทร์"
เสียงใสที่เจือแววขบขันดังขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องขวา ศิรินทร์ปรากฏกายขึ้นในชุดคลุมโปร่งแสง ร่างระหงของหญิงสาวลอยเหนือพื้นราวหนึ่งคืบ ปลายนิ้วเรียวไล่แตะสันหนังสือหนังแท้ที่เรียงรายแน่นขนัดโดยไม่ทำให้ฝุ่นสักอณูฟุ้งกระจาย ดวงตาคู่สวยพินิจมองชายหนุ่มที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเคร่งเครียด
รวินทร์หยุดฝีเท้า ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกวาดมองสัญลักษณ์คาถาที่สลักไว้บนพื้นไม้เนื้อแข็งอย่างละเอียด รอบตัวพวกเขาคือ "หอสมุดกลางเวทมนตร์เก่าแก่" ที่ถูกปิดตายมานานกว่าสามสิบปีหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติทางวิญญาณ
"ไม่ใช่ว่าผมเดินวนอย่างไร้จุดหมายหรอกครับ... เอ๊ย, หมายถึง ไม่ใช่ว่าฉันเดินวนอย่างไร้จุดหมายหรอกค่ะศิรินทร์" รวินทร์เผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงกฎเกณฑ์บางอย่างในใจ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ "เธอไม่สังเกตเหรอว่า ระยะห่างระหว่างชั้นหนังสือหมวดนี้กับผนังด้านทิศตะวันตกมันแคบลงกว่าแปลนแผนผังเดิมถึงสามสัปดาห์... ไม่สิ ถ้าคำนวณตามอัตราการเคลื่อนตัวของมิติย่อยที่นี่ มันน่าจะแคบลงมาสามฟุตแล้ว"
ศิรินทร์เลิกคิ้วเรียวเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "สายตาเฉียบคมสมเป็นภัณฑารักษ์ผู้รอบคอบของฉันจริงๆ ค่ะ... ดูเหมือนว่า 'ผู้เฝ้าประตู' จะไม่อยากให้เราเดินไปถึงห้องเก็บคัมภีร์ชั้นในสินะคะ"
กึก! ครืด...
ทันทีที่สิ้นคำพูดของวิญญาณสาว เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดก็ดังสนั่นมาจากความมืดเบื้องหน้า ชั้นหนังสือสูงสิบฟุตสองแถวเริ่มเคลื่อนตัวเข้าหากันด้วยแรงกลไกเวทมนตร์โบราณ บดบังทางเดินจนเหลือเพียงช่องว่างแคบๆ กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนาทึบราวกับจมอยู่ใต้น้ำ
รวินทร์ไม่รอช้า เขารีบดึงแผ่นยันต์โลหะจารอักขระระงับอาคมออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ไหวพริบและความนิ่งสงบที่ได้รับการฝึกฝนมาจากการซ่อมแซมวัตถุโบราณนับร้อยชิ้นทำให้มือของเขาไม่สั่นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบวิเคราะห์จุดอ่อนของกลไกโครงสร้างไม้
"ศิรินทร์ ช่วยตรึงฐานล่างของชั้นหนังสือฝั่งซ้ายไว้สามวินาทีค่ะ! ฉันจะใช้ยันต์สะท้อนแรงอัดผนึกกระแสมานาของมัน" รวินทร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงมั่นคง
"รับทราบค่ะท่านภัณฑารักษ์" ศิรินทร์ยิ้มรับ ร่างโปร่งแสงพุ่งวาบไปปักหลักที่ฐานไม้ พร้อมกับส่งกระแสพลังวิญญาณสีครามบริสุทธิ์เข้าขัดขวางฟันเฟืองเวทมนตร์ที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
ในเสี้ยววินาทีนั้น รวินทร์ดีดตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างแม่นยำ ปลายนี้วแตะแผ่นยันต์ลงบนจุดศูนย์กลางพลังงานของชั้นหนังสือ ท่องมนตร์บทสั้นๆ ที่จดจำมาจากบันทึกโบราณ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด เสียงคำรามต่ำๆ ของกลไกเวทพลันหยุดชะงักลงทันที ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกสยบด้วยอำนาจที่เหนือกว่า
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องสมุดร้างอีกครั้ง รวินทร์ผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อกาฬซึมตามไรผมเล็กน้อย แต่แววตาของเขากลับเป็นประกายด้วยความสำเร็จของการเติบโตทางทักษะที่พัฒนาขึ้นจากคราวก่อนอย่างเห็นได้ชัด
"เยี่ยมยอดมากค่ะ การประสานงานของเราเข้าขา ะ—"
ศิรินทร์ชะงักคำพูด รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างยิ่งยวด
รวินทร์ขมวดคิ้ว "มีอะไรเหรอศิรินทร์?"
วิญญาณสาวไม่ได้ตอบคำถาม นางหันขวับไปมองยังสุดปลายทางเดินที่มืดมิดที่สุด ซึ่งในแผนผังควรจะเป็นทางตัน แต่ทว่า ณ บัดนี้... ผนังปูนหนาทึบกลับค่อยๆ ละลายกลายเป็นหมอกสีดำทมิฬ
ที่ใจกลางหมอกควันประหลาดนั้น ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ประสานกันจนน่าขนพองสเกล ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องสมุดร้าง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนใสๆ แต่เย็นเยียบดังขึ้นในโสตประสาทของรวินทร์ ราวกับประกาศิตจากความตาย
[ระบบหอสมุดโบราณ ตรวจพบการปลุก "ผู้เฝ้ารักษาการณ์ระดับ SSS" : ภาคีวิญญาณบรรพกาล]
[คำเตือน: วัตถุเป้าหมายไม่ใช่กลไกเวท แต่คือดวงจิตอาฆาตของบรรณารักษ์คนแรกที่ถูกกลืนกินโดยหอสมุด]
[เงื่อนไขเอาชีวิตรอด: ไขปริศนาชิ้นสุดท้ายภายใน 60 วินาที มิฉะนั้นวิญญาณของท่านจะถูกผนึกไว้ในชั้นหนังสือตลอดกาล]
รวินทร์หน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองที่พื้นไม้ ใต้ฝ่าเท้าของเขามีอักขระโบราณชุดใหม่ปรากฏขึ้นเองโดยอัตโนมัติ มันไม่ใช่ร่อง
รอยของการโจมตี แต่เป็น... "ปริศนาทายคำ" ที่สลักลงบนแผ่นกระดาษหนังมนุษย์ซึ่งกำลังลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีฟ้า
ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ศิรินทร์ก็ยื่นมือโปร่งแสงมาคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น แรงสั่นสะเทือนบางเบาจากร่างของหญิงสาวบ่งบอกว่าภัยคุกคามครั้งนี้เหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
"รวินทร์... ดูที่เงาของพวกมันสิคะ" ศิรินทร์กระซิบเสียงสั่นเล็กน้อย "เงาของพวกมันกำลังลาก... โครงกระดูกของตัวคุณเองในอนาคตออกมาจากความมืดแล้วค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 7
ค่ำคืนในห้องสมุดร้าง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!