คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 21

ปริศนาภาพวาดสีน้ำมัน

ผลงานโดย นภากระซิบผี
“หมึกสีชาดหยดนี้... ไม่ได้ถูกผสมขึ้นจากแร่ธาตุในยุคสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้ในทีแรกค่ะ รวินทร์” ปลายนิ้วเรียวยาวโปร่งแสงของศิรินทร์แตะลงบนพื้นผิวผ้าใบสีน้ำมันเก่าคร่ำครึ กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บรักษาวัตถุโบราณใต้ดินอบอวลปะปนไปกับกลิ่นฉุนแปลกประหลาดคล้ายสนิมเหล็กและดอกไม้แห้งที่เริ่มเน่าเปื่อย รวินทร์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบของภัณฑารักษ์หนุ่มจดจ้องรอยเปื้อนสีแดงคล้ำบนมุมล่างขวาของภาพวาดรูปหญิงสาวในชุดไทยโบราณ คำเตือนจากเงาร่างในกระจกเงาเมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“การยอมรับเลือดนี้ คือการยอมรับคำสาปที่จะต้องล่าวิญญาณคนในครอบครัวไปตลอดกาล”* — เขาสลัดความหวาดหวั่นนั้นทิ้งไปชั่วขณะเมื่อสัญชาตญาณนักอนุรักษ์และผู้คุมกฎแห่งหอสมุดลี้ลับร้องเตือนว่า ปัญหาตรงหน้าอันตรายไม่แพ้กัน ภาพวาดชิ้นนี้กำลัง ‘เปลี่ยนแปลง’ “ถ้าไม่ใช่แร่ธาตุในยุคRattanakosin แล้วมันคืออะไรล่ะครับ... eh, ฉันหมายถึง... มันคืออะไรกันแน่ ศิรินทร์?” รวินทร์เผลอหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นชิน ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อเห็นรอยยิ้มบางเบarที่มุมปากของวิญญาณสาว “เลือดค่ะ” ศิรินทร์ตอบสั้นๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่สวยหันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง “และไม่ใช่เลือดของสัตว์เดรัจฉานด้วย มันคือเลือดสดๆ ที่ถูกผสมลงไปในเนื้อสีน้ำมัน เพื่อกักขังจิตวิญญาณของผู้หญิงคนในภาพเอาไว้ให้ติดอยู่กับกรอบไม้สักทองนี่... ดูดวงตาของเธอนั่นสิคะ รวินทร์” รวินทร์ก้มลงมองภาพวาดอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ เมื่อวานตอนที่เขาเพิ่งรับมอบภาพนี้มาจากทายาทตระกูลเก่าแก่แห่งหนึ่ง สตรีในภาพวาดมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตอ่อนหวานริมฝีปากแย้มยิ้มบางเบาคล้ายกำลังทักทายผู้มาเยือนด้วยความเมตตา แต่ทว่า... ในเวลานี้ เมื่อเขากลับลงมาตรวจเช็คความเรียบร้อยในช่วงดึกสงัด ใบหน้านั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! ดวงตากลมโตคู่เดิมบัดนี้เรียวรีและดุดันขึ้น โครงหน้าของหญิงสาวตอบลงจนเห็นโหนกแก้มชัดเจน ริมฝีปากที่เคยแย้มยิ้มบิดเบี้ยวกลายเป็นเส้นตรงแข็งกระด้าง ราวกับว่ามีตัวตนอีกคนหนึ่งกำลังพยายามถีบ ตัวออกจากผืนผ้าใบเพื่อออกมาสู่โลกภายนอก “โครงสร้างการลงสีและการเคลือบผิวด้วยยางไม้สนธรรมชาติ มีความหนาแน่นแปดชั้นเพื่อป้องกันการเสื่อมสลายตามกาลเวลา... นี่คือเทคนิคการลงอักขระโบราณที่ซ่อนรูปมาในงานศิลปะตะวันตก” รวินทร์พึมพำกับตัวเองขณะหยิบแว่นขยายสำหรับส่องกลลวงไสยเวทขึ้นมาคาดดวงตา แสงสีฟ้าอ่อนจากเลนส์เวทมนตร์สะท้อนให้เห็นเส้นสายพลังงานสีดำทมิฬที่พพันธนาการอยู่รอบกรอบรูป “นี่ไม่ใช่แค่ภาพวาดอาถรรพ์ธรรมดา แต่เป็น ‘คุกวิญญาณ’ เคลื่อนที่” “ถูกต้องค่ะ” ศิรินทร์ลอยตัวข้ามโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่เคียงข้าง ร่างโปร่งแสงของเธอบังคับให้กระดาษรายงานบนโต๊ะกระพือไหวตามแรงลมเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ “และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ใบหน้าของเธอกำลังจะเปลี่ยนเป็นใครบางคนที่เรารู้จักดี... รวินทร์ คุณจำภาพถ่ายใบล่าสุดที่พบในห้องทำงานของลุงคุณได้ไหมคะ?” หัวใจของรวินทร์กระตุกวูบ ภาพถ่ายใบนั้น... ภาพถ่ายครอบครัวก่อนเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อสิบปีก่อน ภาพที่ใบหน้าของมารดาและน้องสาวถูกกรีดด้วยของมีคมจนพรุน เขายื่นมืออันสั่นเทาออกไปหมายจะสัมผัสผืนผ้าใบเพื่อตรวจสอบมวลสารวิญญาณ แต่ศิรินทร์กลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงปะทะจากพลังงานเย็นจัดทำให้เขาสะดุ้งเฮือก “อย่าเพิ่งค่ะ! พลังงานอาฆาตในภาพนี้กำลังเชื่อมโยงกับตราประทับเลือดที่คุณเพิ่งรับมาเมื่อคืน ถ้าคุณแตะมันด้วยมือเปล่าตอนนี้ จิตวิญญาณของคุณจะถูกดึงเข้าไปแทนที่ผู้หญิงในภาพทันที และร่างของคุณด้านนอกก็จะกลายเป็นเพียงเปลือกไร้จิตวิญญาณ!” “แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ภาพนี่จะเปลี่ยนร่างเสร็จสมบูรณ์ตอนเที่ยงคืนตรง... และเมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่แค่ความลับเรื่องครอบครัวของผมที่จะถูกเปิดเผย แต่พลังงานด้านลบทั้งหมดจะระเบิดทำลายชั้นใต้ดินนี้จนราบคาบ รวมถึงดวงวิญญาณทุกดวงที่ผมเพิ่งชำระล้างมาด้วย!” รวินทร์โต้กลับด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้า ในโลกแห่งการอนุรักษ์และสะสางคดีลี้ลับ รวินทร์เรียนรู้มาตลอดว่าความใจเย็นคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด แต่ในยามที่ภัยคุกคามคืบคลานเข้าประชิดคนรอบข้าง ความรอบคอบต้องถูกแทนที่ด้วยความกล้าหาญในการตัดสินใจ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ดึงมีดอัญมณีเงินโบราณออกจากซองหนังที่พกติดตัวไว้เสมอ ปลายมีดคมกริบถูกจ่อลงบนฝ่ามือข้างซ้ายของตนเอง ดวงตาคู่คมจ้องมองศิรินทร์ที่กำลังแสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด “คุณจะทำอะไรคะ รวินทร์? ห้ามทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นเด็ดขาดนะคะ!” “เราไม่มีเวลาแล้ว ศิรินทร์” รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “คุณบอกเองว่าภาพนี้ต้องใช้เลือดมนุษย์ในการตรึงวิญญาณ ถ้างั้นเราก็ใช้ ‘เลือดที่ยอมรับพันธสัญญา’ เมื่อคืนนี้ มาเป็นตัวล่อเพื่อดึงเธอกอกจากกรอบซะ” “คุณบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นมันเท่ากับการเปิดทางให้คำสาปกัดกินตัวคุณลึกขึ้นนะ!” ศิรินทร์ขึ้นเสียงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่รู้จักกันมา วิญญาณสาวไม่เคยแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดเท่านี้มาก่อน ความห่วงใยที่ฉายชัดในแววตานั้นทำให้รวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดแก้ตัว ปลายมีดเงินก็กดลงบนฝ่ามือเรียบร้อย หยดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาปะปนกับกลิ่นอายเวทมนตร์ ทันทีที่หยดเลือดแรกสัมผัสกับพื้นโต๊ะไม้ ผืนผ้าใบตรงหน้าก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาดังลั่น! *กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด—!* เสียงกรีดร้องแหลมสูงบาดแก้วหูจนรวินทร์ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ภาพวาดสีน้ำมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดย่อมเกิดขึ้นบนโต๊ะทำงาน ใบหน้าของสตรีในภาพบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีแดงฉานเบิกโพลงจนแทบทะลักออกจากเบ้า และในพริบตานั้นเอง... โครงหน้าทั้งหมดก็เปลี่ยนร่างกลายเป็น ‘ใบหน้าของมารดาเขาเอง’ ที่กำลังส่งสายตาดุดันและเต็มไปด้วยความแค้นมายังเขา! “รวินทร์! ลูกทำอะไรลงไป...” เสียงแหบพร่ากระซิบลอดออกมาจากผืนผ้าใบ ทั้งๆ ที่ไม่มีริมฝีปากใดขยับ รวินทร์ยืนนิ่งค้าง ตัวชาดิ่งราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งขั้วโลก ความทรงจำในคืนวันเพ็ญที่บ้านพักไฟไหม้ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาโดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ภาพนั้นมากขึ้น ศิรินทร์ก็พุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ พร้อมกับกางเขตอคมสีทองอร่ามปกป้องพวกเขาทั้งคู่จากแรงกระแทกมหาศาล “ตั้งสติไว้ค่ะ รวินทร์! นั่นไม่ใช่แม่ของคุณ! นั่นคือภาพลวงตาที่เกิดจากจิตใต้สำนึกอันเจ็บปวดของคุณเอง!” ศิรินทร์ตะโกนแข่งกับเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่นไปทั่วห้องเก็บรักษา ทว่า ในวินาทีที่การต่อสู้ทางจิตวิญญาณกำลังถึงจุดขับขัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่บันไดทางลงชั้นใต้ดิน... เสียงฝีเท้าที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะประตูเหล็กกล้าด้านบนถูกลงกลอนหนาแน่นถึงสามชั้นจากข้างในเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะสามครั้งดังสนั่นขึ้นที่ประตูเหล็ก ตามด้วยเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ลอดผ่านรอยแยกเข้ามา “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายผู้เนรคุณ” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับรวินทร์และศิรินทร์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%