“คุณกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่ รวินทร์”
น้ำเสียงของศิรินทร์ไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบในห้องเก็บวัตถุโบราณใต้ดิน แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหววูบวาบ สะท้อนเงาร่างโปร่งแสงของเธอให้ดูพร่าเลือน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองเขาด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ปฏิเสธไม่ได้
รวินทร์ที่กำลังใช้แปรงขนอ่อนปัดฝุ่นออกจากแท่นศิลาจารึกยุคโบราณชะงักมือทันที เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความเก่าแก่และกลิ่นอับชื้นของกระดาษสาไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์นี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
“ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด ศิรินทร์” เขาตอบพลางก้มหน้าลงซ่อนแววตาที่สั่นไหว พยายามจดจ่ออยู่กับรอยร้าวบนศิลาตรงหน้า แต่ทว่ามือที่ถืออุปกรณ์กลับเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
“อย่าโกหก” ร่างโปร่งแสงเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ในพริบตา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนหยาดเหงื่อบนขมับของรวินทร์เย็นเฉียบ “ตั้งแต่วันที่เราไปเยือนหอจดหมายเหตุลึกลับนั่น พลังเวทที่ไหลเวียนในตัวคุณก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่พลังของภัณฑารักษ์ธรรมดา... และรอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายของคุณนั่นด้วย”
รวินทร์เผลอกำหมัดแน่นจนรอยแผลเป็นสีจางที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อยาวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน แผลเป็นที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มันคือตราประทับของ ‘พันธสัญญาเลือด’ ที่เขาทำไว้กับสิ่งที่เขาไม่ควรแตะต้องตั้งแต่วันที่ครอบครัวของเขาจากไป
“คุณจำไม่ได้หรอกว่าตัวเองเป็นใคร ศิรินทร์” รวินทร์เงยหน้าขึ้น สบตาเธอตรงๆ ในที่สุด “นั่นคือความเมตตาที่สวรรค์มอบให้คุณ การที่ผมเก็บความลับไว้ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้โลกที่คุณเคยรู้จักมันกลืนกินคุณซ้ำสอง”
“โลกที่ฉันเคยรู้จักงั้นหรือ?” ศิรินทร์แค่นหัวเราะ เสียงของเธอแผ่วเบาแต่บาดลึก “คุณคิดว่าการให้ฉันอยู่ในความมืดมิดนี่คือความเมตตาหรือคะ? ความทรงจำที่หายไปมันกัดกินฉันยิ่งกว่าความตายเสียอีก บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้... สิ่งที่อยู่ใต้รอยร้าวของศิลานี่ กับสิ่งที่อยู่ในพันธสัญญาของคุณ มันคือเรื่องเดียวกันใช่ไหม”
รวินทร์นิ่งเงียบ เสียงจังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะกลบเสียงหยดน้ำที่หยดลงจากเพดานหิน เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยความจริงออกไป โลกที่พวกเขาสร้างร่วมกันมา—โลกที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ—อาจจะพังทลายลงในชั่วพริบตา
เขาวางแปรงลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะยื่นมือที่สั่นเทาไปแตะที่รอยร้าวบนศิลาจารึก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส อักขระโบราณที่เคยหลับใหลก็เริ่มเปล่งแสงสีม่วงหม่นออกมา เส้นสายของพลังเวทที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุมเริ่มลุกลามไปทั่วผนังห้อง บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเย็นเยือกถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้น
“มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ ศิรินทร์” รวินทร์พูดเสียงแหบพร่า “ครอบครัวของผมไม่ได้ตายเพราะโชคร้าย แต่พวกเขาตายเพราะ... พวกเขาเป็นกุญแจสำคัญที่ใช้เปิดผนึกสิ่งที่คุณพยายามจะลืม”
ศิรินทร์เบิกตากว้าง ร่างของเธอเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพนิมิตที่กระจัดกระจายในหัวเริ่มปะติดปะต่อกัน เสียงกรีดร้อง เสียงอักขระเวทมนตร์ และภาพของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟสีดำค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในความทรงจำที่หายไป
“กุญแจ... งั้นหรือ?” เธอพึมพำ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบ
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนของ ‘ระบบ’ ที่รวินทร์พยายามปิดกั้นมาตลอดกลับดังขึ้นในโสตประสาทของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจระดับปกติ แต่มันคือเสียงกังวานที่บ่งบอกถึงหายนะ
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการตื่นขึ้นของเศษเสี้ยวความทรงจำระดับ SSS! พลังเวทสะท้อนกลับเกินขีดจำกัด! ทำการปลดล็อกโหมด ‘วิญญาณคืนชีพ - ขั้นที่สอง’... คำเตือน: ร่างกายของผู้ทำพันธสัญญาอยู่ในสภาวะวิกฤต!]*
รวินทร์ทรุดเข่าลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วกระดูก ศิรินทร์ที่อยู่ในสภาวะควบคุมตนเองไม่ได้เริ่มแผ่รัศมีพลังที่ทำลายทุกอย่างรอบตัว หนังสือโบราณบนชั้นเริ่มลอยขึ้นและระเบิดออกเป็นผุยผง
“หยุดนะศิรินทร์! คุณจะจำมันทั้งหมดไม่ได้ในคราวเดียว!” เขาตะโกนแข่งกับเสียงลมพายุที่ก่อตัวขึ้นภายในห้อง
ทว่าหญิงสาวตรงหน้ากลับหันมามองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เธอไม่ได้มองเขาในฐานะสหายร่วมรบอีกต่อไป แต่มองเขาในฐานะ 'ผู้เฝ้าประตู' ที่เธอต้องกำจัดเพื่อทวงคืนความทรงจำที่หายไป
“รวินทร์...” เธอเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยิน “ฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นมิตรภาพ แต่ฉันมาเพื่อทวงคืน 'ตำแหน่ง' ของฉันในฐานะผู้ควบคุมศิลาวิญญาณแห่งบรรพกาล... และคุณคือคนเดียวที่ยืนขวางทางฉันอยู่”
รวินทร์หน้าซีดเผือด เมื่อเขารู้สึกได้ถึงไอสังหารที่พุ่งออกมาจากตัวเธอ ในมือของศิรินทร์ปรากฏดาบที่สร้างจากเศษเสี้ยวของวิญญาณที่ถูกรวบรวมขึ้นมาใหม่ มันคืออาวุธที่ใช้สำหรับสังหารเทพเจ้า และตอนนี้ปลายดาบนั้นกำลังจ่อมาที่หัวใจของเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังถูกเปิดเผยในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 15
รอยร้าวที่เริ่มปรากฏ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!